เรื่องเล่าจาก AppMan Summer Camp 2018

รีวิวชีวิตดีๆ ของเด็กฝึกงานที่แอพแมน

สวัสดีค่าาา เราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(บางมด) หลังจากสองเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ AppMan Summer Camp Internship 2018 (เรียกสั้นๆว่า ฝึกงานที่แอพแมน 555+) วันนี้เลยอยากมาเล่าให้เพื่อน ๆ ได้ฟังกันนนน เจอของดีต้องบอกต่อ อิอิ


จุดเริ่มต้น

เริ่มตั้งแต่ส่งใบสมัครกันเลย เรารู้จัก AppMan จากคำบอกเล่าของพี่ๆ ที่มหาวิทยาลัย ก็เลยลองส่ง Resume ผ่านเว็บไซต์เด็กฝึกงาน.com ดู และด้วยความทำงานแข่งกับเซเว่นของพี่ ๆ HR นั้น ไม่เกินหนึ่งวันพี่เค้าก็ติดต่อกลับมาแบบด่วนจี๋ EMS ยังชิดซ้าย แต่ว่าต้องรีบสมัครตั้งแต่เนิ่นๆ เลยนะ เพราะโครงการนี้เค้าเต็มเร็วม้วกกกก ถ้าพลาดอาจจะต้องรอปีหน้า (นี่ฝึกงานหรือแอดมิชชั่น 555+) อย่างของเรามีกำหนดให้ฝึกช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. ปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมปี 3 พอดี แต่ประมาณสิ้นปี 2560 ก็จะเริ่มหาที่ฝึกงานกันแล้ว เรียกว่าจองกันข้ามปีเลยก็ว่าได้

โฉมหน้า 13 คนสุดท้ายจาก AppMan Summer Camp 2018

AppMan Co., Ltd

ขอเกริ่นนิดนึงงงง AppMan เป็น Startup ที่รับพัฒนา Mobile Application และ E-Commerce ซึ่งตอนนี้ได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมประกันชีวิต(InsurTech) โดยปีนี้มีเด็กฝึกงานทั้งหมด 13 คนฮะ (เป็นแบบสหกิจศึกษา 2 คน) ไซต์ที่พวกเราได้ทำนั้นตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อาคารเมืองไทย-ภัทร ติด MRT สุทธิสารเลย เดินทางสะดวก ของกินเพียบ (ที่แอพแมนเนี่ยแหละเพียบ!! 555+) จริงๆ เวลาเข้างานของที่นี่เป็น Flexible Hours แต่เนื่องจากเราเป็นเด็กฝึกงานตัวน้อย ๆ อิอิ พี่ ๆ เค้าก็ให้เลือกช่วงเวลาที่ทุกคนสะดวกแล้วมาพร้อมกัน เลยลงเอยที่ 09.30–18.30 น. แจ้

พี่ช่วยน้อง และ น้องช่วยพี่

งานที่พวกเราต้องทำถูกแบ่งเป็นสองส่วนคือ 1) พี่ช่วยน้อง — น้อง ๆ จะได้รับโปรเจคโดยมีลูกค้าคือพี่ ๆ ใน AppMan โดยโปรเจคที่เราได้รับมีชื่อว่า Leave Man ซึ่งเป็นโปรแกรมจัดการการลาของพนักงานใน AppMan นั่นเอง และ 2) น้องช่วยพี่ — ส่วนนี้พี่ ๆ จะมีงานที่ต้องทำส่งลูกค้าจริงมาให้น้อง ๆ ช่วยทำ โดย AppMan Summer Camp Internship ปีนี้มีผู้เข้าแข่งขันจากทั้งหมด 6 ทีมด้วยกัน ได้แก่..

Business Analyst (BA)— ทีมนี้จะเหมาะกับคนชอบติดต่อ ประสานงาน เพราะต้องคอยคุยกับลูกค้าเพื่อรับ requirement และต่อรองนั่นเอง นอกจากนี้ยังต้องคอยเปิดการ์ดใน Trello แบ่งงานเป็นส่วน ๆ และอัพเดท Progress ให้แต่ละฝ่ายเข้าใจตรงกัน อ๋ออออ บางวันพี่ๆ ก็จะหิ้วน้องๆ ออกไปเปิดโลกที่ไซต์อื่นด้วยนะ

Graphic Designer — เรียกได้ว่าเป็น Carry ในช่วงเริ่มต้นของโปรเจคเลย เพราะเค้าคนนี้จะต้องออกแบบ UI ให้ทันวัน Pitch งาน แต่ไม่ต้องกังวลไปฮะ เพราะจะมีพี่ ๆ ในทีม Graphic ของ AppMan มาช่วยให้คำแนะนำตลอดการทำงานเลย เหมาะสำหรับคนที่ชอบออกแบบ ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด

Front-end Developer — หน้าที่ของทีมนี้ก็คือ เขียนโค้ดเพื่อให้ได้หน้า UI ตามที่ Graphic Designer ออกแบบไว้ Tools ที่ใช้ก็จะมี HTML, CSS, React, Bootstrap (ทีมนี้เค้าเน้นออกของ) สำหรับใครที่สนใจด้านนี้ ขอแค่เตรียมใจให้พร้อมจะเรียนรู้ พี่ๆ ทีม Front-end ก็พร้อมเทรนให้ตั้งแต่รอบ 13 คนสุดท้ายไปจนถึง Final walk 555+

Back-end Developer — อันนี้ทีมเราเองงง 🎇จุดพลุ🎇 อาจจะยาวนิดนึงนะ ถ้าพร้อมแล้วมาปูเสื่อคุยกันเถอะ 555+ สิ่งที่เราได้ทำก็เริ่มตั้งแต่การออกแบบ ER Diagram เลยฮะ ก็จะมีพี่ ๆ มาคอยดูให้ว่าโอเคมั๊ย ควรเพิ่มตรงไหน หลังจากนั้นก็เริ่มสร้าง Database กันเลยยยย อันนี้เราใช้ SQL Server สารภาพว่าตอนแรกก็ใช้ไม่เป็น เพิ่งมารู้จักจากงานที่พี่ ๆ ให้ช่วยทำ ก็เลยใช้มันซะเลย หุหุ หลังจาก Database พร้อมแล้ว ก็เริ่มเขียน API(Service) ด้วย .NET เพื่อให้ฝั่ง Front-end กับ Mobile เรียกไปใช้ต่อ พอเขียน API ครบแล้ว ที่เหลือก็รอแก้บัค(ถ้ามี) ระหว่างนั้นเรากับเพื่อนก็มีโอกาสได้ไปช่วยงานพี่ ๆ โดยงานที่ได้ทำก็คือ การแปลงเอกสารที่ปกติเราต้องเขียนด้วยมือ ให้กลายเป็นเอกสารดิจิตอล (PDF) ที่สามารถ Bind ค่าลงไปได้นั่นเอง โปรแกรมที่ใช้มีชื่อว่า Adobe LiveCycle ในช่วงแรกพี่ ๆ เค้าจะให้เราทดลองทำดูก่อน แล้วถ้าติดปัญหาตรงไหนก็ถามพี่ ๆ เค้าได้ตลอดเลย พอทำเสร็จก็จะมีพี่ ๆ ทีม BA และ QA คอยตรวจสอบอีกที แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนดุเพราะพี่ BA, QA ที่นี่เค้าใจดีมากกกกก❤

Quality Assurance(QA) — ทีมนี้เหมาะสำหรับคนชอบจับผิด เห้ย!! ไม่ใช่ 555+ หน้าที่ของ QA ก็ตามชื่อเลยฮะ เริ่มจากเขียน Test case ทั้งหมดของโปรแกรมขึ้นมา แล้วคอยตรวจสอบให้โปรแกรมทำงานตรงตาม Test case นั่นเอง แต่เรากับเพื่อนก็มักจะนิยามให้ QA สั้น ๆ ว่าเป็นคนหาบัค “เวลาเจอบัครู้สึกดีใจ หางานให้เพื่อนเพิ่ม 555” — QA said //me ร้องไห้ 😭

Mobile Developer(iOS) — ที่ AppMan เขียนแอพ iOS ด้วยภาษา Swift ตำแหน่งนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากลองสร้างแอพสักตัวขึ้นมา โดยตลอดสองเดือนของการฝึกงานก็จะมีพี่ ๆ จากทีม Mobile แวะเวียนมาช่วยสอนและให้คำแนะนำแบบน็อนสต๊อป unlimited ยิ่งกว่าเน็ต AIS ไม่แพ้ทีมอื่น ๆ เลย

Masterclass

ทุก ๆ เช้าเราจะมีการ Stand-up Meeting เพื่ออัพเดทความคืบหน้าแต่ละฝ่าย โดยเราตกลงกันว่าให้แต่ละสัปดาห์แทน 1 Sprint และในตลอดสองเดือนก็จะมีการ Demo งานเป็นช่วง ๆ เพื่ออัพเดทความคืบหน้าให้กับพี่ ๆ ที่เปรียบเสมือนลูกค้าของเรา จุดไหนที่ไม่ตรงตามความต้องการก็จะถูกนำไปใส่ใน Sprint ถัดไปเพื่อปรับแก้ และนอกจากงานที่ต้องทำในแต่ละวันแล้ว ทุกวันศุกร์พวกเรายังต้องเข้าร่วมมาสเตอร์คลาสที่เรียกว่า Retro

Retrospective หรือ Retro— เป็นการให้และรับ Feedback ต่อสิ่งที่ได้พบเจอใน Sprint ที่ผ่านมาโดยแบ่งเป็น 4 ส่วนคือ Good, Bad, Try, และ Thank You
Thank God It’s Friday!

ส่วนตอนเย็นก็จะเป็นแคมเปญ TGIF — ใครอิ่มคนสุดท้ายเอารางวัลไปเลย 555+ โดยที่ AppMan จะมีงบให้คนละ 300 บาท (แม้แต่เด็กฝึกงานก็ไม่เว้น อิอิ) เป็นการสังสรรค์ก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์

ขอบคุณพี่ ๆ ที่ AppMan ที่คอยดูแลพวกหนูตลอดสองเดือนที่ผ่านมานะคะ

ป.ล.

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาที่ฝึกงาน ถ้าอยากค้นหาสิ่งที่ใช่ ประสบการณ์ที่หาจากในห้องเรียนไม่ได้ และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแบบ Exponential อาจจะชอบที่นี่ก็ได้ ถ้าไม่อยากพลาดข่าวสาร อย่าลืมไปกด like ที่ Page : AppMan กันน๊าาาาา

วันนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้ ไม่พูดเยอะเจ็บคอ อิอิ
พี่ ๆ ที่ AppMan เค้าเลี้ยงดีไปหน่อย ขอตัวไปจิบน้ำก่อน ฟิ้ววววว~