Mobile first InsurTech ไม่ใช่กำลังจะมา แต่มาแล้วแน่นอน !!!

คุณเคยสงสัยไหม ? ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่โทรศัพท์มือถือของเรากลายเป็นนาฬิกาปลุก และเป็นหนังสือพิมพ์ผ่าน Social media ต่าง ๆ ล่าสุดทุกวันนี้โทรศัพท์ของเราเป็น Banking เคลื่อนที่ไปแล้ว

จากผลสำรวจของ Statista พบว่าปัจจุบันคนทั่วโลกใช้โทรศัพท์ Smartphone มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ข้อมูลปี 2018 ผู้ใช้โทรศัพท์ Smartphone 2.53 หมื่นล้านคน มากกว่า ปี 2017 กว่า 8.3 % และ คาดการณ์ในปี 2019–2020 จะมีผู้ใช้เพิ่มสูงขึ้นเป็น 2.71 หมื่นล้านคน และ 2.87 หมื่นล้านคน ตามลำดับ โดยเฉลี่ยเราใช้ Smartphone ประมาณ 3–4 ชั่วโมง ต่อวัน และ อีก 16 % ใช้เวลาไปกับ Smartphone ถึง 5 ชั่วโมง ต่อวัน ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามือถือของเราติดตามเราไปทุกที่ทุกเวลาจริง ๆ

Mobile Society

Mobile first ทำให้กระแส Digital เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และทั้งภาครัฐและภาคเอกชนตอบสนองต่อกระแสนี้ รวมถึงธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งได้ประยุกต์เทคโนโลยีต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์กับกระแส Mobile first เพราะผู้คนยุคปัจจุบันหันมาให้ประโยชน์กับการซื้อประกันชีวิต ไม่ใช่เพียงแค่การลดหย่อนภาษีหรือออมเงิน แต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและปัญหาสุขภาพ ในยามฉุกเฉินอีกด้วย

InsurTech จึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป ถ้านับจากสถิติการใช้งานในประเทศไทย ธุรกิจประกันชีวิตของประเทศไทยมีจำนวนตัวแทน และนายหน้าประกันชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน โดยข้อมูล ณ สิ้นปี 2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 387,157 ราย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี และแน่นอนเมื่อจำนวนคนเพิ่มขึ้น ปัญหาก็เพิ่มขึ้นตามมา ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาที่ตัวแทนขายผิดเงื่อนไข ชำระเงินผิดวิธี, การเสนอขายโดยบอกว่าเป็นการฝากเงิน, การแนะนำให้ผู้เอาประกันภัยยกเลิกกรมธรรม์เดิมเพื่อซื้อกรมธรรม์ใหม่ เป็นต้น

Mobile Application สำหรับการขายประกันในยุคนี้ จำเป็นต้องออกแบบเพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อใจและมีความโปร่งใสสำหรับเงินที่ผู้บริโภคจะใช้เพื่อบรรเทาความเสี่ยงในยามฉุกเฉิน InsurTech จึงต้องครอบคลุมการใช้งานที่สมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำเพื่อให้ลูกค้ารู้จักการวางแผนทางการเงิน การคำนวณค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์ที่ได้รับ การกรอกข้อมูลที่ง่ายและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว การชำระเงินที่ทันต่อยุคสมัย เช่น Mobile banking หรือ QR Promptpay เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้บริโภคหลายคนกำลังกังวลอยู่กับกระแส Mobile first ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในยุคนี้ ก็คือเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้เข้ามากำกับดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยี NDID (National Digital ID) จะเชื่อมต่อการยืนยันตัวตนทาง Digital จากทุกภาคส่วนมาไว้ด้วยกัน ซึ่งรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดวิธีการและรูปแบบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย การประเมินความเสี่ยง การทำสัญญาและกำหนดผลผูกพันทางกฎหมาย และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ จะเพิ่มความโปร่งใสให้กับภาคธุรกิจ และความไว้วางใจให้แก่ผู้บริโภคอย่างเห็นได้ชัด

อ้างอิง :

Statista, OIC