วิธีเตรียมพูดในห้องประชุมสำหรับมือใหม่หัดพูด

ประชุมทีไรเราก็ได้แต่ฟังเขา ไม่ใช่ว่าเราไม่มีเรื่องพูดหรอกนะ แต่ก็ไม่รู้จะนำเสนอแบบไหนดี.. ถ้าหากคุณเป็นแบบนี้ หรือ ต้องพรีเซนท์งานในที่ประชุม แล้วยังไม่รู้ว่าจะทำไง ลองมาอ่านบทความนี้ดูค่ะ

ทุกอย่างเริ่มได้แค่ตั้งใจ
แค่คิดว่าจะพูดและเริ่มที่จะฝึก ก็เท่ากับคุณเปิดโอกาสที่จะแสดงตัวตนของคุณให้โลกรู้แล้วนะ

คุณจะพูดอะไร
สำหรับมือใหม่ก่อนอื่นก็ต้องมีหัวข้อที่ชัดเจน และก็ต้องทำความเข้าใจกับเนื้อหาให้ดีเสียก่อน ถ้าอยากจะลองพูดแต่ยังไม่มีหัวข้อที่สนใจก็ลองเริ่มจากอะไรที่เราถนัดดูสิรับรองไหลลื่น

เตรียมพร้อมร่างกาย
ร่างกายดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะถ้ามีอาการป่วยเช่น ไอ น้ำมูกไหล พูดไปหยุดไปนี่ก็ไม่ต้องไปต่อแล้วหละ อย่าคิดว่าอุปสรรคเล็กน้อยเหล่านี้ไม่สำคัญนะ มันอาจทำให้การพูดของคุณล่มได้เลยหละ

ปรับนิสัยการพูด
นอกจากเรื่องทางกายภาพของร่างกายที่ต้องดูแลแล้ว เราก็ยังต้องสังเกตนิสัยการพูดของเราเพิ่มด้วย เช่น เป็นคนพูดเร็วหรือช้าไป การออกเสียงคำไหนยังไม่ชัดเจนหรือเปล่า มีนิสัยการพูดที่ติดคำเอื้อนหรือคำซ้ำเช่น อืม.. เอิ่ม.. ยาวไปหรือไม่ หากมีความเคยชินไหนที่ทำให้การพูดของเราสะดุด ก็ลองหาทางปรับมันเสียจะช่วยให้เรามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นค่ะ

ร่างบทพูด
เดี๋ยวก่อนๆ อันนี้ไม่ได้จะให้เขียนหรอกนะว่าจะพูดว่า “สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึง … ” แต่ว่าจะให้ร่างรายการหัวข้อของเรื่องที่จะพูด เราอาจจะเขียนในกระดาษ หรือทำ powerpoint ประกอบ เพื่อช่วยให้เรากำหนดช่วงเวลาที่พูดเนื้อหาต่างๆ และทำให้เราจัดสโคปเนื้อหาได้ง่ายขึ้นอีกด้วยค่ะ

จะร่างใน doc หรือจะเขียนก็ได้หมด

จดจำเนื้อหาต่างๆ
หลังจากร่างบทพูดแล้วก็เริ่มจดจำค่ะ ซึ่งมีวิธีอยู่มากมายเช่น จำแล้วเขียนหรือพูดออกมา หรือ อาจจะใช้ภาพเป็นตัวช่วยด้วย แต่พยายามอย่าท่องจำขอให้จำด้วยความเข้าใจจะทำให้คุณไม่ลืมมันง่ายๆ ค่ะ ส่วนวิธีการจำของแต่ละคนไม่เหมือนกันดังนั้นข้อนี้คุณอาจจะต้องลองหาเทคนิคเฉพาะตัวเอาดูนะคะ

พูดให้ใครฟัง
รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งคำเขาก็มี ดังนั้นเราจะต้องรู้ก่อนว่าผู้ฟังของเราเป็นใคร มีจำนวนเท่าไร เพื่อเตรียมวิธีการหรือสำนวนในการพูดให้เหมาะสม น่าสนใจ และไม่ยืดเยื้อจนเกินไปนั่นเอง

ตัวอย่างเหล่าผู้ฟังที่น่ารัก ^0^

ฝึกพูดเสมือนจริง
แน่นอนหละว่าต้องมีการฝึกพูดเองอยู่แล้ว แต่นั่นมันอาจจะไม่พอค่ะ ถ้าหากคุณต้องการความมั่นใจเต็มร้อย คุณควรไปทำความรู้จักกับสถานที่ที่คุณจะพูดจริงถ้าเป็นไปได้ ตรวจดูอุปกรณ์ที่เราจะต้องใช้ให้เรียบร้อย แล้วถ้าซ้อมพูดได้ก็ทำเลยค่ะ โดยเราจะพูดคนเดียวหรือมีคนมาช่วยฟังก่อนที่จะพูดก็ได้นะ

ก่อนพูดจริง
ไม่ต้องถึงกับต้องท่องถึงที่หน้าห้องสอบค่ะ ควรจิบน้ำซักหน่อย แล้วตัดเรื่องอื่นออกไปให้หมดค่ะ คุณเตรียมตัวมาพอแล้วเพราะงั้นไปลุยกันเลย

ทักทายผู้ฟัง
จริงจังแต่เป็นกันเอง เริ่มทักทายกันก่อนเพื่อความผ่อนคลาย ช่วงทักทายนี้ยังเป็นเวลาอันดีที่เราจะสำรวจผู้ฟังของเราได้คร่าวๆ อีกด้วยนะคะ

ท่าทางระหว่างพูด
ถ้าเรานั่งก็ขอให้เรานั่งตรงและเป็นท่าที่ทะมัดทะแมงค่ะ แต่ส่วนมากแล้วนั่งมันจะไม่ถนัดเท่ายืนนะคะ เพราะงั้นถ้าคุณได้ยืนพูดสิ่งที่สำคัญคือเราต้องรู้สึกมั่นใจและสะดวกต่อการหยิบจับอะไรมาอธิบาย ส่วนมือเราประสานกันไว้ด้านหน้าเหนือสะดือหน่อยหากเราไม่มีอุปกรณ์เช่น ไมค์ หรือ ปากกา pointer เพราะจากที่เคยฟังคอร์สปรับบุคลิกภาพ เขาบอกว่าการวางท่าที่ถูกจะทำให้เรามีพลังในการเปล่งเสียงมากขึ้น

การพูดในห้องประชุมที่ Meeting Room — Charles Darwin Tencent Thailand

คำถามแทรกระหว่างพูด
อย่าตกใจไปค่ะ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เมื่อผู้ฟังสงสัย (แสดงว่าตั้งใจฟังนะเนี่ย😁) และส่วนมากจะมีโอกาสแทรกคำถามมาระหว่างที่เราพูดค่ะ เทคนิคคือถ้าคุณยังไม่แน่ใจขอให้ถามคำถามนั้นซ้ำกลับไปค่ะเพื่อที่เราจะได้มีเวลาคิดว่าควรจะตอบอย่างไร แต่ถ้ามันเป็นเรื่องที่คุณไม่รู้จริงๆ แนะนำว่าไม่ต้องตอบกลับในทันทีก็ได้ค่ะ เราอาจจะบอกว่าเราจะไปหาคำตอบมาให้ภายหลังเพื่อเป็นการปิดคำถามและไปต่อได้ค่ะ

เห็นแล้วใช่ไหมคะว่าการพูดในห้องประชุมมันไม่ยากอย่างที่คิด และ Tencent เราก็เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไม่มีลิมิต เพราะงั้นอย่ารอช้าค่ะกดจองห้องประชุมแล้วนัดทีมมาฟังกันได้เลย

สุดท้ายแล้วการสื่อสารที่ดี เริ่มจากเราเข้าใจและอยากจะสื่อออกไปให้คนอื่นได้เข้าใจด้วย ดังนั้นขอแค่คุณมีใจที่จะพูดและทำ เราเชื่อว่าคุณจะเป็นนักพูดที่ดีได้อย่างแน่นอน