กฏจราจรและความแตกต่างในการใช้ถนน
หลายคนถ้าได้เคยมีโอกาสมาขับรถที่อเมริกา หรือถึงแม้ไม่เคยขับแต่ได้ใช้ชีวิตอยู่สักพักหนึ่งก็จะรู้ถึงความแตกต่าง ระหว่างการใช้รถและถนนที่เมืองไทยกับที่อเมริกา ดังนั้นบทความนี้ถูกเขียนเพื่อคนที่เพิ่งมาอเมริกาใหม่ๆและอยากจะขับรถรวมถึงขาจรนักเที่ยวทั้งหลายโดยเฉพาะ แต่ถ้าคุณเป็นระดับโปรแล้ว และเห็นว่ามีข้อบกพร่องในเนื่อหา ช่วยบอกผมด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
อย่างที่รู้ๆกันอยู่บ้านเราขับเลนซ้าย พวงมาลัยก็จะอยู่ทางด้านขวา แต่ที่อเมริกานั้นกลับกัน คือ เค้าขับเลนขวา พวงมาลัยก็จะอยู่ทางด้านซ้าย ตำแหน่งพวงมาลัยนี่ไม่เสมอไปนะครับ บ้านเรารถอิมพอร์ตก็เยอะ แต่ที่แน่ๆคือทุกคนต้องขับรถด้านเดียวกันหมด อาจจะไม่ถูกต้องนัก จากประสบการณ์อันโชกโชนที่อยู่ประเทศไทย เอาเป็นว่า ขับด้านเดียวกันหมดอย่างถูกกฏหมาย ละกันนะครับ :) ที่อเมริกาแทบจะไม่มีโอกาสเห็นคนขับย้อนศรเลย ถ้าเจอส่วนใหญ่จะเกิดจากเพราะเมายา กับพวกคนที่ไปขับใหม่ๆ ซึ่งอาจจะยังไม่ชิน เพราะผมเองก็ทำมาแล้ว หมายถึงไม่ชินนะครับ ไม่ใช่เพราะเมายา ฮ่าฮ่า โชคดีไม่มีรถสวนมาและไม่มีตำรวจ
ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น แต่ละรัฐก็มีความแตกต่างกัน รวมถึงกฏหมายด้วย แต่ที่น่าประทับใจคือ กฏการใช้รถใช้ถนนนั้นค่อนข้างใกล้เคียงกัน ดังนั้น ถ้าคุณมีใบขับขี่จากรัฐนึง คุณสามารถไปยื่นขอใบขับขับขี่อีกรัฐนึงได้เมื่อคุณย้าย โดยไม่ต้องไปสอบข้อเขียนและปฏิบัติใหม่ คุณสามารถมีใบขับขี่ได้เฉพาะรัฐที่คุณอาศัยอยู่เท่านั้น ไม่สามารถมีใบขับขี่มากกว่าหนึ่งรัฐในเวลาเดียวกัน แต่ถ้ามาเที่ยวไม่สามารถทำใบขับขี่ได้นะครับ เพราะเค้าจะขอหลักฐานเพื่อแสดงตนว่าคุณอาศัยอยู่ในอเมริกา เช่น บิลค่าน้ำค่าไฟ อีกอย่างวีซ่าท่องเที่ยวก็ไม่น่าขอได้ (ถ้าผมผิดช่วยกรุณาบอกโดยคอมเมเนต์ข้างล่างผมจะขอบคุณมากครับ) ถ้าจะมาเที่ยวเฉยๆก็ใช้ใบขับขี่สากลที่ไปทำที่กรมขนส่งทางบก ซึ่งข้อดีของใบขับขี่สากลก็คือ ถ้าทำผิดเล็กๆน้อยๆ ตำรวจอาจจะแค่เตือนครับ ถ้าเป็นใบขับขี่ของอเมริกาหรอครับ ไม่รอด ได้จ่ายค่าปรับค่อนข้างแน่ อันนี้มาจากประสบการณ์ตรงครับ ;P
ข้อควรระวัง โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่ได้ศึกษากฏหมายการใช้รถใช้ถนนของที่นี่ และมาด้วยใบขับขี่สากล
- การเปิดสัญญาณไฟกระพริบ ที่เมืองไทยนั้นเป็นการเตือน หมายถึง “ไม่ให้ทาง หรือ ห้ามเข้ามาเลนตรูนะเฟร้ย” แต่ที่อเมริกานั้นอาจจะหมายถึง “คุณไปได้ ผมให้ อะไรประมาณนั้น” ดังนั้นถ้าคุณขับมาแล้วมีคนเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขอทางแต่คุณไม่อยากจะให้ทางเค้า ไม่ต้องกระพริบไฟใส่นะครับ อย่างไรก็ตาม อันนี้ไม่ใช่หลักการสากลนะครับ
- จะเข้าจอด ให้เปิดไฟเลี้ยว อย่าเปิดไฟฉุกเฉิน ที่นี่ไฟฉุกเฉินเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินเท่านั้นครับ ซึ่งการจอดรถไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน ถึงแม้คุณจะท้องเดิน ข้าศึกจะจ่ออยู่หน้าประตูแล้วก็ตาม อันนั้นก็อาจจะฉุกเฉินแต่มันคนละความหมายกับฉุกเฉินของรถครับ ….ขอโทษครับ มุขไม่ขำ… :<แล้วเมื่อไหร่ควรใช้ไฟฉุกเฉินหล่ะ? เมื่อเวลารถคุณมีปัญหาจอดเสียอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาชนท้ายเท่านั้นครับ
- เวลารถตำรวจเปิดไฟตามหลังรถคุณ ให้จอดรถที่ไหล่ทางข้างหน้า (เมื่อเห็นว่าปลอดภัย และไม่บล็อคการจราจรนะ) ที่สำคัญคือ อย่าลงจากรถ ถ้าไม่อยากให้คุณตำรวจเค้าเรียกกำลังเสริมหรือชูปืนหาคุณนะครับ เนื่องจากที่นี่คนมีปืนเยอะ ตำรวจเค้าก็จะระวังตัวเองพอสมควร เค้าจะเป็นคนเดินเข้าหาคุณเอง ย้ำนะครับ ห้ามลงจากรถ ถ้าเค้าไม่ได้บอกให้ลง
- ขับรถที่นี่ต้องหยุดให้คนข้ามทางม้าลาย หยุดรถทุกครั้งที่เห็นป้ายหยุด (Stop Sign) การฝ่าฝืนกฏจราจรที่นี่ถ้าโดนจับได้นั้น คุณจะเสียค่าปรับค่อนข้างเยอะ และโดนหักแต้มด้วย ถ้าโดนหักจนถึง 12 แต้ม ใบขับขี่จะโดนระงับ (แต้มแต่ละรัฐอาจจะไม่เท่ากัน การฝ่าฝืนกฏแต่ละอันก็มีการหักแต้มที่แตกต่างกัน)
การขับรถเร็วกว่าความเร็วที่กำหนด ยิ่งถ้าเป็นย่านชุมชน อาจจะโดยปรับถึง $250 ขึ้นอยู่กับว่าเกิดขึ้นที่เคาท์ตี้ไหน ฝ่าฝืนสัญญาณไฟก็จะอาจจะโดนถึง $500 และถ้าฝ่าฝืนย่านก่อสร้างนี่ อาจจะโดน 2 เท่าและใบขับขี่ถูกระงับ นอกจากนั้น ถ้าคุณมีประวัติการฝ่าฝืนกฏจราจร ค่าประกันภัยรถก็จะสูงขึ้นมาก - ไฟเขียวเวลาเลี้ยวซ้ายที่นี่มีสองแบบ คือ แบบเขียววงกลม กับเขียวลูกศร เขียววงกลมนั้นหมายถึงให้ระวังรถที่สวนมา ต้องหยุดถ้ามีรถสวน ซึ่งมันก็เหมือนป้ายระวัง (Yield) ครับ ซึ่งความหมายแตกต่างจากเขียววงกลมบ้านเรา ส่วนเขียวลูกศรก็จะเหมือนไฟเขียววงกลมบ้านเรา คือ คุณไปได้ไม่มีรถสวน อันนี้ต้องระวังให้มากนะครับ เพราะค่อนข้างอันตรายมากๆ
- ขับรถที่นี่แช่ซ้ายได้ในหลายๆรัฐ ถ้าคุณไม่ได้กีดขวางจราจรส่วนใหญ่ แต่ถ้าเลนซ้ายสุดไว้สำหรับแซงเท่านั้นก็มักจะมีป้ายบอกครับ เช่น Keep Right อย่างไรก็ตามถ้าคุณขับที่ความเร็วสูงสุดที่กฏหมายกำหนดแล้ว คนที่นี่ก็จะไม่มาขับใกล้รถคุณปานจะดมตูดหรือเปิดไฟกระพริบรัวๆใส่ แม้ว่าเค้าอาจจะยั๊วอยู่ในรถก็ตาม เค้าจะหาโอกาสแซง(อย่างปลอดภัย)เองครับ อีกอย่างตำรวจที่นี่ก็ไม่จับปรับเรื่องนี้
การฝ่าฝืนกฏจราจรนั้นอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ แต่สิ่งที่พรากชีวิตคนจริงๆนั้นไม่ใช่การฝ่าฝืนกฏ แต่มันคือ ความเร็ว ถ้ายิ่งทั้งสองอย่างนี้บวกกัน มันจะกลายเป็นความหายนะ - ขับรถที่อเมริกา เวลาจะเปลี่ยนเลน ให้หันหน้ามองรถข้างๆก่อนเปลี่ยนเลนด้วยนะครับ (look over shoulder) อย่าอาศัยกระจกมองหลังและมองข้างเพียงอย่างเดียว เพราะถนนที่นี่ค่อนข้างกว้าง ดังนั้นมันจะมีจุดบอดค่อนข้างเยอะ
- ไฟแดงกระพริบ หมายถึง ให้หยุดรถ (Stop Sign) และเคลื่อนรถต่อไปเมื่อเห็นว่าปลอดภัย ไฟเหลืองกระพริบ หมายถึง ให้ระวัง (Yield) อาจจะมีรถสวน หรือคนข้ามทางม้าลาย ให้หยุดทันที อันนี้ที่ประเทศไทยก็มี แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครสนใจกันเท่าไหร่กับสัญญาณไฟชนิดนี้ ดังนั้นคนข้ามถนนที่ประเทศไทยต้องดูแลตัวเอง
- เมื่อมีรถพยาบาลหรือรถดับเพลิงเปิดสัญญาณไฟอยู่ข้างหลัง ให้ทำการวิ่งไปที่ไหล่ทางเพื่อหยุดรถ หรือถ้าไม่สามารถทำได้อย่างปลอดภัย ก็ให้พยายามเคลื่อนรถออกจากจุดที่กีดขวางเส้นทางของรถฉุกเฉิน ไม่ต้องเร่งความเร็วครับ
- เมื่อรถรับส่งนักเรียนหยุด แล้วคุณเห็นสัญญาณไฟและป้าย stop sign เล็กๆทั้งข้างหน้าและข้างหลังรถยื่นออกมา ให้ทำการหยุดรถ ห้ามแซงโดยเด็ดขาด แม้ว่าคุณอยู่เลนตรงข้ามก็ต้องหยุดรถห้ามวิ่งสวนครับ (ยกเว้นแต่จะมีเกาะกลาง ในกรณีนั้นให้ขับอย่างระมัดระวัง) ref
- ถ้าเห็นรถที่มีสัญญาณไฟกระพริบจอดอยู่ในเลนข้างเลนที่รถคุณกำลังวิ่งอยู่ให้ชะลอรถ หรือเปลี่ยนเลนใปอีกเลนนึงซั่งห่างออกไป (Move over laws)
นอกจากเรื่องกฏจราจรที่พูดมาแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ควรทำ เช่น เมาแล้วขับ, เปิดเลนพิเศษ, ปาดหน้าแล้วหยุดรถเพื่อกวน…(โปรดระวังคนที่นี่นอกจากจะตัวใหญ่แล้วยังอาจจะมีปืนด้วย)ตามตูดคันข้างหน้าแม้สัญญาณไฟมันจะแดงมาซักพักแล้ว ออกรถก่อนสัญญาณไฟ ติดสินบนเจ้าหน้าที่(อันนี้นอกจากจะไม่ได้ผลแล้วโทษก็แรงมาก) ขับรถสวนเลน จอดรถในที่ห้ามจอด(อาจจะโดนใบสั่งหรือโดนยกรถ) จริงๆแล้วเรื่องพวกนี้ ผมคงไม่ต้องบอก ว่าไม่ควรทำที่อเมริกา เพราะมันผิดกฏหมายและก็เป็นนิสัยที่น่ารังเกียจในประเทศไทยเช่นกัน แต่เนื่องจากการบังคับใช้กฏหมายในประเทศเรายังอ่อน และปริมาณรถบนท้องถนนค่อนข้างเยอะ โอกาสที่จะเห็นคนทำผิดกฏในประเทศไทยมันก็เลยเยอะกว่าที่อเมริกาเป็นธรรมดา ไม่ใช่ว่าเรามีวินัยน้อยกว่าเค้านะครับ (คิดบวกสุดๆ 555)
หวังว่าบทความอันนี้จะมีประโยชน์ และช่วยให้คนที่ตั้งใจจะมาขับรถเล่นกินลมชิลๆที่อเมริกาได้รู้ความแตกต่างเรื่องของกฎจราจร เพื่อที่จะได้มีความมั่นใจในการขับและขับขี่ได้อย่างปลอดภัยนะครับ
สุดท้ายผมขอบอกว่า ขับรถเล่นที่อเมริกานั้นมันมากๆครับ ภูมิประเทศเค้าจะดูใหญ่ๆ อลังการ ถ้าผมมีเวลาจะเขียนถึง road trip ที่ผมกับแฟนขับเป็นระยะทางกว่า 3,500 ไมล์ นะครับ โดยเสียค่าเช่ารถไม่ถึง $150 เป็นเวลา 7 วัน :)