ประสบการณ์งานเขียนภาษาอังกฤษ
ผมไม่ใช่นักเขียน และผมก็เป็นคนพูดไม่เก่ง เวลาพูดมักจะทำให้คนเข้าใจผิดอยู่เสมอ
ขนาดภาษาไทยผมยังมีปัญหา ภาษาอังกฤษคงไม่ต้องพูดถึง ผมเคยเขียนบทความภาษาอังกฤษแล้วส่งไปที่ DZone เมื่อ 4 ปีที่แล้วและได้รับจดหมายปฎิเสธตอบ
กลับมาอย่างสุภาพประมาณว่า “เนื้อหาน่าสนใจแต่ทางเราเห็นว่าภาษาอังกฤษของคุณมันค่อนข้างสับสนและมีไวยกรณ์ผิดพลาดเยอะ เราจึงยังไม่สามารถรับบทความของคุณได้ในครั้งนี้” ความมั่นใจที่ผมมีในการเขียน ที่ได้รับคำชมจากคนรอบข้าง และ การได้ภาษาอังกฤษเกรด 4 มาโดยตลอด
มันเป็นเรื่อง…โกหก… TT ผมหลงคิดว่าตัวเองเก่ง เอาตัวเองไปอยู่ในกะลาและหลอกตัวเองมาโดยตลอด ผมค้นพบว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมไปไม่ถึงไหนไม่ใช่แค่สติปัญญาและความพยายาม ซึ่งอย่างแรกคงแก้ไม่ได้แล้ว อย่างที่สองแก้ได้แต่โคตรยาก ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมไม่พัฒนา นั่นคือ อีโก้ ซึ่งแก้ไขได้ง่ายกว่าการเพิ่ม
ความพยายามหลายเท่านัก
ย้อนกลับมาเรื่องงานเขียนของผมอีกครั้ง ผมเป็นคนอ่านหนังสือไม่ทน อ่านแล้วง่วง สมาธิสั้น ซึ่งมันตรงกันข้ามกับคุณสมบัติพื้นฐานของนักเขียนโดยสิ้นเชิง แล้วจะทำยังไงเราถึงจะพัฒนาตัวเองได้ ผมไม่ได้มีไอคิวมากขนาดที่จะทำอะไรได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นผมจึงคิดว่า ผมควรเริ่มเขียนจากสิ่งที่สนใจก่อนและเขียนหัวข้ออะไรง่ายๆ ไม่ต้องยาก อะไรก็ตามที่เราทำด้วยความชอบ เราก็จะทำมันออกมาได้ดีกว่ามาตรฐานปกติของเรา
เดือนที่ 4 ที่ผมทำงานที่บริษัท Zappos ผมก็เริ่มเบื่อๆจึงได้พัฒนาโปรแกรมเล่นๆอันนึงขึ้นมานั่นคือ JSON Parser และผมก็ได้ส่งอีเมล์ให้ทุกคนในแผนก Tech ได้รับรู้ว่าผมทำอะไร ผมอยากจะขับเคลื่อนให้บริษัทสร้างอะไรสนุกๆ และให้คนภายนอกเห็น
แต่เนื่องจาก Zappos เป็นบริษัทลูกของ Amazon ถึงแม้จะบริหารงานแยกแต่การทำโอเพ่นซอร์สโปรเจคท์นั้นจะต้องขออนุมัติจาก Amazon ก่อน ซึ่งอีเมล์นั้นก็ทำให้ผมได้รู้จักกับไบรอันซึ่งเป็นคนหนึ่งที่พยายามสร้างชุมชน Tech ขึ้นในบริษัท ไบรอันได้มาติดต่อผม เค้าอยากให้ผมโอเพ่นซอร์สโปรแกรมที่ผมทำและให้ผมได้ลองผ่านขั้นตอนการขออนุมัติจาก Amazon ซึ่งยังไม่มีใครในบริษัทได้รับการอนุมัติมาก่อน เพราะขั้นตอนค่อนข้างเยอะ และค่อนข้างละเอียดอ่อนในเรื่องของกฎหมาย รวมถึงอยากให้ผมเขียนบทความเพื่อเผยแพร่ เหมือนกับที่บริษัทอื่นๆ อย่าง Facebook, Linkedin, Twitter ที่มี Engineering Blog ผมก็ยินดีที่จะได้ช่วย ทั้งเรื่องของการสร้างโปรแกรมโอเพ่นซอร์สและเขียนบทความ เพิ่มเติมจากงานประจำ
หัวหน้าผมก็เป็นหัวหน้าที่ดีมาก คอยสนับสนุนทุกอย่าง ช่วยเหลือและคอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบตลอด หัวหน้าผมซึ่งจริงๆแล้ว เราเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงานกันมากกว่า ก็บอกกับผมว่าถ้าอยากให้เค้าช่วยตรวจทานแก้ไขก็บอกได้เลยไม่ต้องเกรงใจ มันเป็นโอกาสที่ดีมากที่สุดที่ผมจะได้ลองเขียนบทความภาษาอังกฤษอีกครั้ง และเป็นโอกาสที่ผมจะได้พัฒนาทักษะทางการเขียนและทักษะภาษาอังกฤษไปพร้อมๆกัน ในที่สุดผมก็ได้เขียนขึ้นมา 3 บทความแล้วโดยส่งไปที่
https://medium.com/zappos-engineering
หรือ
http://engineering.zappos.com
และผมก็ส่งบทความเดียวกันนั้นทั้ง 3 อันไปยัง Dzone เนื่องจากว่ามีผู้ติดตามมากกว่า หลังจากที่ Dzone เอาบทความผมขึ้นเพียงไม่กี่วันก็มีคนอ่านมากกว่า 7,000 คน และผมก็ได้รับกำลังใจผ่านการกดไลค์และคำชมจากคนอ่าน แม้ไม่มากแต่แต่ละอัน มันมีความหมายมาก นอกจากคำชมผมก็ได้รับคำติซึ่งเค้าก็ชี้ข้อผิดพลาดและแนะนำสิ่งที่ควรแก้ไข (constructive criticism) ผมขอบคุณทุกความคิดเห็นและได้แก้ไขบทความให้ดียิ่งขึ้น คำติเหล่านั้นทำให้ผมรู้สึกมีความสุขเพราะมันแสดงว่ามีคนที่อ่านบทความเราจริงๆ คิดวิเคราะห์ตลอดจนเสียสละเวลาเพื่อมาแนะนำ ผมได้เรียนรู้ฟรีๆอีกแล้ว ทั้งจากคนรู้จักรอบข้างและคนร่วมอาชีพที่ไม่รู้จัก บทความแรกที่ผมส่งไปยัง Dzone นั้น ได้รับการขอไปแปลเป็นภาษาจีนจากบรรณาธิการของ InfoQ ประเทศจีน ผมไม่รู้หรอกว่าเค้าจะไปแปลจริงหรือปล่าว หรือจะแปลเมื่อไหร่ แต่แค่การที่เค้าเขียนหาผมในขณะที่มีบทความดีๆอีกเป็นร้อย มันก็ทำให้ผม มีความสุขและค้นพบว่า ผมก็สามารถเป็นนักเขียนที่ดีได้เหมือนกัน