กลิ่นใคร่ในไอรัก

มายาและมารยาเพื่อการสังวาสด้วยเริงใจ

งานในช่วงหลังของไพลิน เจนเกียรติมีเนื้อหาเชิงสังวาสแทรกเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ผู้เบื่อหน่ายเรื่องราวความรักบริสุทธิ์อุตมบรรเจิดได้มีที่พักทางสายตา

สาบานได้ว่าไม่ใช่คนที่หลงใหลเรื่องเชิงสังวาส เพียงแต่การหยอกล้อกับตัวอักษรที่พลิกพลิ้วไปมาระหว่างความรักกับกามารมณ์ชั่วครู่ทำให้รู้สึกคุ้นเคยถึงชีวิตที่พบได้ทั่วไป

กลิ่นใคร่ในไอรัก นำเสนอมุมมองของอิตถีเพศซึ่งไม่เคยเข้าใจเสมอมา การใช้ชีวิตในสังคมที่ต้องยอมรับกันตรงไปตรงมาว่ายังไม่มีความเท่าเทียมกันทางเพศ ภายใต้กรอบสูงส่งบริสุทธิ์ที่ว่าการสังวาสนอกสมรสเป็นเรื่องเลวร้ายพึงประณาม แต่หากเพศผู้เป็นฝ่ายกระทำนอกกรอบดังกล่าวแล้วดูเหมือนว่าสังคมพร้อมจะหรี่ตาลงข้างหนึ่งเสมือนว่ามันไม่มีอะไรผิดปกติ แล้วเลือกที่จะแสดงออกในทางลบกับอิตถีเพศหากพลั้งเผลอล้ำเส้นศีลธรรมออกมา

แต่หากย้อนรอยกลับไปอีกทาง…ถ้าหากอิตถีเพศจะใช้มุมมองแบบนั้นของสังคมบุรุษมาเป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ มันจะเป็นอย่างไร?

ดูอย่างตอนที่ชื่อ “เปิดบริสุทธิ์” ที่ดูเหมือนตัวละครยังคงโดนกรอบศีลธรรม (ของบุรุษเพศ) กำหนดว่ากุลสตรีดีงามควรจะครองตัวรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ให้นานแสนนาน… มันอาจจะไม่มีอะไรมากไปกว่าสันดานของบุรุษนั่นเองที่อยากจะเป็นคนทำลายความบริสุทธิ์

และลึก ๆ แล้วมันอาจจะเป็นปมด้อยที่เกรงกลัวว่าตัวเองจะไม่เก่ง ไม่เจ๋งเทียบเท่าคนก่อนๆ ของผู้หญิง

อาจจะอ้างอย่างคนเคร่งจริยธรรมว่ามันต้องมี “การรักษากรอบและระเบียบ” อันงดงามสูงส่ง ราวกับ ณ ที่แห่งนี้ไม่มีเพศพาณิชย์ ไม่มีสิ่งเร้าความต้องการทางเพศ อะไรก็ตามที่ออกนอกลู่นอกทางจะโดนเสือกไสและดูหมิ่น (ทั้งที่ชีวิตเบื้องหลังของคนประณามก็มีกลิ่นคาวอบอวลอยู่) แต่หลายบทตอนใน กลิ่นใคร่ในไอรัก อาจจะทำให้ผู้อ่านบางคนตระหนักถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกมองข้าม ซึ่งที่จริงไม่ได้ถูกมองข้ามเพียงแต่ผู้คนต่างพากันวางเฉยราวกับไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น เพราะโดยทั่วไปมักไม่ค่อยมีคนพูดเรื่องทางเพศในที่สาธารณะอย่างเปิดเผยเหมือนอย่างที่พูดถึงเรื่องความรัก เราให้ความรักเป็นเรื่องสาธารณะ แต่เรื่องทางเพศเป็นความบันเทิงที่ใช้ซุบซิบนินทาและคาดคะเนกันอย่างรื่นรมย์และเมามันส์

กลิ่นใคร่ในไอรัก นำคนอ่านเข้าไปสู่การซุบซิบนินทา…ที่เจ้าตัวเป็นคนนินทาตัวเองให้คนอื่นอ่าน ผ่านความคิดที่ลดเลี้ยวออกจากกรอบจำกัดเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่ใช่แค่การผสมพันธุ์เพื่อแตกหน่อขยายเผ่าพันธุ์ แต่เป็นการสังวาสเพื่อความเริงใจของทั้งสองฝ่าย ที่หลายครั้ง (ในฐานะคนแอบดูที่ชอบสอดรู้เรื่องชาวบ้าน) อดจะรู้สึกสังเวชไม่ได้ เมื่อรู้สึกว่ามันเป็นเพียงการใช้ร่างกายผู้อื่นบำบัดตัวเอง…

อะไรทำให้การสังวาสนอกสมรสเป็นเสมือนอาณาบริเวณส่วนตัวที่เร้นลับ อะไรทำให้ความรักได้รับการเชิดชูราวกับมันเป็นสิ่งงดงามสูงส่ง เป็นนามธรรมที่งดงามในจิตใจ

มันเป็นกลิ่นใคร่ที่ไร้ไอรัก? หรือมันเป็นความรักที่มีความใคร่เป็นสีสันปรุงแต่ง?

นั่นคงแล้วแต่บุคคลจะพิจารณา