บัณฑิตก่อนเที่ยงคืน

นิยายธรรมที่นำเรื่องราคะมาเป็นจุดขาย

อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงเที่ยงคืน

ในยามนี้อ่านหนังสือเพียงลำพัง และเลือก บัณฑิตก่อนเที่ยงคืน เป็นเพื่อน

บัณฑิตก่อนเที่ยงคืน ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๕

บัณฑิตก่อนเที่ยงคืนเรื่องนี้ แปลจาก โย่ว ผู-ถวน ของ ลี่ หยู โดยคุณชลันธร แปลเป็นไทยว่า อาสนะแห่งเลือดเนื้อ” หรือ “เสื่อสวดมนต์ที่ทำขึ้นจากเนื้อหนังมังสาของมนุษย์” ฟังแค่ชื่ออาจจะรู้สึกเหมือนว่าเป็นเรื่องแนวปรัชญา ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้น เพราะบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนนี้เป็นนิยายบ่งบอกโทษของการไม่รู้จักบันยะบันยังในเรื่องทางเพศ โดยมีบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนเป็นตัวเอก

เพียงแต่ว่าปรัชญาที่เห็นชัดๆ จะมีแค่บทเริ่มต้น กับ บทท้าย โดยหลวงจีนเหนือโลกเดียวดาย เป็นผู้แสดงให้เห็น ส่วนเรื่องราวระหว่างกลางนั้นคือการผจญภัยอันโลดโผนของบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนที่บรรยายละเอียดวิจิตรเสียจนคนที่มีปมปัญหากับเรื่องอีโรติก ปิดหน้าร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู้ แล้วก็แอบดูอยู่เงียบๆ ไม่ให้ใครเห็น

ขณะเขียนอยู่นี้ก็เอามือปิดหน้าไปด้วย

- -“

อันที่จริง ชีวิตของบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนน่าจะไปด้วยดี เขาแต่งงานกับฟุ้งหอมสูงส่ง เด็กสาวไร้เดียงสาวัย ๑๖ ปี แต่เขาปล่อยใจไปกับความต้องการทางเพศของตัวเองจนชีวิตจึงเป็นเช่นนั้น

ความหมกมุ่นในกามตัณหาผลักดันให้บัณฑิตก่อนเที่ยงคืนลงทุนเพิ่มขนาดอวัยวะสำคัญ (แสดงว่าเพศชายหมกมุ่นเรื่องขนาดมาแต่โบราณ) และวิธีการเพิ่มขนาดและสมรรถภาพนั้นก็ไปตัดเอามาจากสุนัข! อ่านถึงตอนนี้แล้วแว๊บแรกที่นึกถึงคือคำด่าแต่เก่าก่อนของคนไทย ๆ ที่ว่า…หมาเดือน ๑๒… ซึ่งตอนที่แพทย์ที่ผ่าตัดจะดำเนินการให้ก็ได้กล่าวเตือนไว้แล้วว่าข้อเสียจะมีอะไรบ้าง เช่นไร้ทายาทสืบสกุล… แต่บัณฑิตก่อนเที่ยงคืนก็ไม่สนใจ

หลังจากนั้นคือบทกามาวิจิตร ด้วยสำนวนของคุณชลันธร ทำให้รู้สึกว่าการบรรยายของเรื่องมันสวยเกินกว่าอนาจาร อย่างเช่น “ปั้นแท่งเทียนโดยจุ่มไส้เคล้าคลึงลงไปในไขมันที่ข้นเหนียว” ซึ่งตัวบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนเองเวลาว่างหาสตรีไม่ได้ ก็อาศัยเด็กรับใช้ชายให้ช่วยเหลือด้วย “สำนักงานด้านหลัง”

และบางบทก็ทึ่งในความช่างสังเกตของ ลี่ หยู ผู้ประพันธ์ตอนที่สตรีพูดถึงความแข็งแกร่งของบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนว่า ดุจดังกระบองเต้าหู้

เต้าหู้ที่อ่อนเละ มันจะแสดงถึงความแข็งแกร่งได้อย่างไร? ปรากฏว่า เธอเปรียบว่า…ยิ่งร้อน ยิ่งเนิ่นนาน ยิ่งแข็งแกร่งเป็นก้อน ….อ่านแล้วก็จินตนาการ….

เคยบอกใครต่อใครว่ามีจิตใจอ่อนเละดั่งเต้าหู้…สงสัยจะต้องเปลี่ยนเสียใหม่

นิยายเรื่องนี้มีคนเอามาทำเป็นภาพยนตร์โดยใช้ชื่อว่าเซ็กซ์แอนด์เซน มี เอมี ยิป เป็นดารานำแสดงประสบความสำเร็จจนมีภาคสอง ภาคสาม และ เอามาทำใหม่เป็นสามมิติ

เอมี ยิป รับบทฟุ้งหอมสูงส่งในเซ็กซ์แอนด์เซน (ภาคแรก)

(แต่ภาคแรกคลาสสิก ตลก และน่าสังเวชไปพร้อมกันอย่างน่าทึ่ง)

เรื่องทางเพศดูจะเป็นข้อห้ามทางพุทธศาสนาพอสมควร โดยเฉพาะทางฝ่ายหินยาน (คือยานอันอับแคบ — หมายถึงเถรตรงไม่ยืดหยุ่น) ที่คนไทยส่วนใหญ่เคารพนับถือนี้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ถ้าพระภิกษุสงฆ์เผลอทำเข้าต้องอาบัติเป็นปาราชิก พ้นสภาพจากความเป็นสงฆ์ในทันที

เป็นข้อห้ามปฐมบัญญัติ ดังนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:
พระปฐมบัญญัติ
๑. ก็ภิกษุใดเสพเมถุนธรรม เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้ ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลายด้วยประการฉะนี้.
สุทินนภาณวาร จบ

โดยในพระไตรปิฎก ได้แสดงพุทธพจน์เอาไว้ดังนี้

ดูกรโมฆบุรุษ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยอเนกปริยาย เพื่อคลายความกำหนัด ไม่ใช่ เพื่อมีความกำหนัด เพื่อความพราก ไม่ใช่เพื่อความประกอบ เพื่อความไม่ถือมั่น ไม่ใช่เพื่อมีความถือมั่นมิใช่หรือ? เมื่อธรรมชื่อนั้นอันเราแสดงแล้ว เพื่อคลายความกำหนัด เธอยังจักคิดเพื่อมีความกำหนัด เราแสดงเพื่อความพราก เธอยังจักคิดเพื่อความประกอบ เราแสดงเพื่อความไม่ถือมั่น เธอยังจักคิดเพื่อมีความถือมั่น.
ดูกรโมฆบุรุษ ธรรมอันเราแสดงแล้วโดยอเนกปริยาย เพื่อเป็นที่สำรอกแห่งราคะ เพื่อเป็นที่สร่างแห่งความเมา เพื่อเป็นที่ดับสูญแห่งความระหาย เพื่อเป็นที่หลุดถอนแห่งอาลัย เพื่อเป็นที่เข้าไปตัดแห่งวัฏฏะ เพื่อเป็นที่สิ้นแห่งตัณหา เพื่อเป็นที่สำรอกแห่งตัณหา เพื่อเป็นที่ดับแห่งตัณหา เพื่อออกไปจากตัณหาชื่อวานะ มิใช่หรือ?
ดูกรโมฆบุรุษ การละกาม การกำหนดรู้ความหมายในกาม การกำจัดความระหายในกาม การเพิกถอนความตรึกอันเกี่ยวด้วยกาม การระงับความกลัดกลุ้มเพราะกาม เราบอกไว้แล้วโดยอเนกปริยาย มิใช่หรือ?
ดูกรโมฆบุรุษ องค์กำเนิด อันเธอสอดเข้าในปากอสรพิษที่มีพิษร้าย ยังดีกว่า อันองค์กำเนิดที่เธอสอดเข้าในองค์กำเนิดของมาตุคามไม่ดีเลย องค์กำเนิดอันเธอสอดเข้าในปากงูเห่ายังดีกว่า อันองค์กำเนิดที่เธอสอดเข้าในองค์กำเนิดของมาตุคาม ไม่ดีเลย องค์กำเนิดอันเธอสอดเข้าในหลุมถ่านที่ไฟติดลุกโชนยังดีกว่า อันองค์กำเนิดที่เธอสอดเข้าในองค์กำเนิดของมาตุคามไม่ดีเลย.
ข้อที่เราว่าดีนั้น เพราะเหตุไร?
เพราะบุคคลผู้สอดองค์กำเนิดเข้าในปากอสรพิษเป็นต้นนั้น พึงถึงความตาย หรือ ความทุกข์เพียงแค่ตาย ซึ่งมีการกระทำนั้นเป็นเหตุ และเพราะการกระทำนั้นเป็นปัจจัย เบื้องหน้า แต่แตกกายตายไป ไม่พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ส่วนบุคคลผู้ทำการสอดองค์กำเนิดเข้าในองค์กำเนิดของมาตุคามนั้น เบื้องหน้าแต่แตกกายตายไป พึงเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาตนรก ซึ่งมีการกระทำนี้เป็นเหตุ.

ยกพุทธพจน์มานี้ มิได้หมายความว่าจะให้เลิกละ เรื่องทางเพศ เพราะข้าพเจ้าไม่ใช่ภิกษุสงฆ์ เพียงแต่อ่านบัณฑิตก่อนเที่ยงคืน ซึ่งแสดงให้เห็นโทษของกามตัณหาแล้ว ก็น่าจะเข้าใจถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้จนเป็นปฐมบัญญัติร้ายแรง ปาราชิกสถานเดียว…

ในหนังสือบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนก็ได้แสดงวาระสุดท้ายที่น่าสังเวชใจไว้ให้เห็นว่าหนทางกามนี้นำสู่ความเสื่อมเช่นใด

แต่ก็ยังมีการนำความคิดบิดเบียนไปสร้างลัทธิได้เช่นกัน

คงจำกรณีพระพุทธรูปมีสตรีอยู่บนตักได้ อันนั้นเป็นคนสร้างจำลองขึ้นจากความเชื่อทางตันตระ สายวามจารี

คือทางสายนี้มีความคิดผิดเพี้ยนมาจากธรรมวินัยเรื่องปาราชิกเนื่องจากเสพสังวาส แต่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดข้อยกเว้นว่า

“ถ้าเธอไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดีการถอนออก” ไม่ต้องอาบัติ

ก็เลยมีการทดลองว่า “ไม่ยินดีการเข้าไป ไม่ยินดีการเข้าไปถึงที่แล้ว ไม่ยินดีการหยุดอยู่ ไม่ยินดีการถอนออก” แล้วก็หลงเลยเพลิดเพลินกันไป กลายเป็นพวก วามจารี หนึ่งในพุทธตันตระ แต่ออกไปทางหมอผีเสียมากกว่า อุปโลกน์ ให้พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มี “ศักติ” (Shakti) คือ ชายาคู่บารมี พระพุทธปฏิมาก็มีรูปอุ้มกอดศักติ การบรรลุนิพพานต้องทำให้ธาตุชายธาตุหญิงมาสมานกัน จึงจะถึงซึ่งนิพพาน (ซึ่งศักตินี้ก็ไปเอามาจากศาสนาฮินดูอีกทอดหนึ่ง) ข้อปฏิบัติเลยเลอะเทอะ ให้ดื่มสุรา (มัทยะ) กินเนื้อ (มังสา) กินปลา (มัตสะ) กินข้าว (มุทระ) และเสพเมถุน (เมถุนะ)

หลายๆ เรื่องเหมือนว่าจะดูแปลกๆ แต่ความตั้งใจแต่แรกเริ่มก็ไม่เลวร้ายอะไร

ก็เหมือนหนังสือบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนนี่ล่ะ เรื่องนี้เป็นปรัชญาการใช้ชีวิตแบบหนึ่ง เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่คนที่อ่านบัณฑิตก่อนเที่ยงคืนมักจะข้ามบทแรกและบทท้าย อ่านแต่ส่วนตรงกลางซ้ำแล้วซ้ำเล่านะสิ…

ข้อมูลหนังสือ

บัณฑิตก่อนเที่ยงคืน

แปลจากโย่ว ผู-ถวน

ประพันธ์โดย ลี่-หยู

แปลโดย ชลันธร

โดย ลี่-หยู, ชลันธร

กรุงเทพฯ : ประชุมศิลป์ธรรมดา 2537

ครั้งที่พิมพ์: พิมพ์ครั้งที่ 1

เลข ISBN: 974–89143–0–5

รายละเอียด: 838 หน้า