นิทานธรรม: อย่ายึดติดตัวตน

ศาสนาพุทธมองการยึดมั่นถือมั่นเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งจิต

เคยอ่านนิทานธรรมของท่าเว่ยหล่าง สังฆปรินายกองค์ที่ 6 นิกายเซ็นนับจากพระโพธิธรรม ท่านเล่าว่าสมัยที่ท่านเป็นศิษย์สังฆปรินายกหว่างยั่นนั้น ศิษย์ร่วมสำนักคนหนึ่งชื่อซินเชาได้แต่งโศลกไว้บนกำแพงทางเดินว่า

กายของเราคือต้นโพธิ์
ใจของเราคือกระจกเงาใส
เราเช็ดมันโดยระมัดระวัง ทุกชั่วโมง
และไม่ยอมให้ฝุ่นละอองจับ

ท่านเว่ยหล่างได้อ่านโศลกนี้แล้วเขียนต่อว่า

ไม่มีต้นโพธิ์
ไม่มีกระจกเงาใส
เมื่อทุกอย่างว่างเปล่า
ฝุ่นจะลงจับอะไร

สังฆปรินายกหวางยั่นได้เห็นโศลกบทนี้จึงรู้ว่าท่านเว่ยหล่างเข้าถึงแก่นแท้ของพระธรรมแล้ว จึงมอบ วัชรสูตร จีวร และบาตร อันเป็นเครื่องหมายแห่งการสืบทอดสังฆปรินายกแก่ท่านเว่ยหล่าง

ที่ท่านเว่ยหล่างเขียนว่า “ไม่มีต้นโพธิ์ ฯ” นั้นตรงกับบทสวดทำวัตรเช้า สังเวคะปะริกิตตะนะปาฐะ ที่ว่า

อนึ่ง คำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อมเป็นไปในสาวกทั้งหลายส่วนมาก มีส่วนคือการจำแนกอย่างนี้ว่า: รูปไม่เที่ยง, เวทนาไม่เที่ยง, สัญญาไม่เที่ยง, สังขารไม่เที่ยง, วิญญาณไม่เที่ยง, รูปไม่ใช่ตัวตน, เวทนาไม่ใช่ตัวตน, สัญญาไม่ใช่ตัวตน, สังขารไม่ใช่ตัวตน, วิญญาณไม่ใช่ตัวตน, สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง, ธรรมทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่ตัวตนดังนี้,
พวกเราทั้งหลายเหล่านั้นเป็นผู้ถูกครอบงำแล้วโดยความเกิด, โดยความแก่และความตาย, โดยความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจทั้งหลาย, เป็นผู้หยั่งลงสู่ความทุกข์แล้ว เป็นผู้มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้าแล้ว, ทำไฉน การทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้จะพึงปรากฏชัดแก่เราทั้งหลายได้,

http://www.praybook.cpbrestoration.com/prayers/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%90%E0%B8%B0

การยึดติดกับ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็เหมือนยึดว่ากายคือต้นโพ ใจคือกระจกใส บุคคลที่คิดทำดีโดยทั่วไป ล้วนแล้วแต่ต้องระวังกาย วาจา ใจให้สงบ หมั่นทำความสะอาดเพื่อให้ผุดผ่อง

อ่านเพิ่มเติม http://www.visalo.org/article/dhammamata4_03.htm

อ่านตอนนี้แล้วนึกถึงเรื่องอย่ายึดติดความดี ในหนังสือคู่มือมนุษย์ของท่านพุทธทาส เนื้อหากล่าวว่าการทำดีเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าหากว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้องกับความดีในอาการที่ผิดที่ผิดทางและยึดถือมากเกินไป ก็จะได้รับความทุกข์จากความดีนั้นเช่นเดียวกัน เว้นไว้แต่ว่าเราเข้าไปเกี่ยวข้องโดยรู้ว่าธรรมชาติของมันเป็นอย่างนั้น