เรื่องของ ก.ศ.ร. กุหลาบ นายจิด และ เทียนวรรณ

กรณีที่ ก.ศ.ร. กุหลาบลงข้อความแทนนายจิตเพื่อกระทบพระภิกษุสงฆ์

มีบันทึกเกี่ยวกับ ก.ศ.ร. กุหลาบ ผู้บุกเบิกการหนังสือพิมพ์ไทย เทียนวรรณ นักคิดนักเขียนคนสำคัญ กับหลวงอัคนีนฤมิตร (จิตร จิตราคนี) ช่างภาพอาชีพคนแรกของไทยและเจ้าของร้านถ่ายรูปของคนไทยร้านแรก เห็นควรบันทึกไว้ให้อ่านกัน ดังนี้

เดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๐๙ สยามจดหมายเหตุ บางกอกรีคอเดอ ของหมอบลัดเล ได้พิมพ์เรื่องหนึ่งโดยไม่ลงชื่อผู้เขียน มีใจความว่า

นายจิดช่างถ่ายรูปโดนพระรูปหนึ่งที่วัดบุบผารามมาถ่ายรูปแล้วไม่มารับ ปล่อยเวลาช้านานอยู่สองเดือนเศษ นายจิดก็ไม่โกรธ พระทับอยู่วัดบวรนิเวศ มาสั่งถ่ายรูปอย่างกลางราคา ๖ บาท ค่าจ้างก็ไม่ให้ รูปก็ไม่มารับ นายจิดก็ขาดทุนค่าน้ำยา พระมหาพรอยู่วัดชนะสงครามได้มายืมหนังสือพิมพ์พระราชพงษาวดารกรุงเก่าไปสองเล่ม เกือบปีแล้วไม่นำมาคืน นายจิดเขียนจดหมายไปทวงแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบ พระอีกหนึ่งองค์ชื่อพระมหาเนตรอยู่วัดโสมนัสวิหารพูดอวดตัวว่าชำนิชำนาญภาษาอังกฤษและรู้หนังสืออังกฤษมากมาย วานนายจิดให้ไปช่วยซื้อดิกชันนาเรของบลัดเลให้เล่มหนึ่ง ค่าหนังสือให้นายจิดออกไปก่อน นายจิดซื้อแล้วฝากไปให้ พระมหาเนตรกลับบอกว่าไม่ได้สั่งให้ซื้อไม่รับหนังสือไว้ นายจิดก็ต้องออกค่าหนังสือ นายจิดไม่ได้เสียใจหรอก ที่เปิดร้านถ่ายรูปก็คิดราคาตามสมควร ใครที่ถูกอัธยาไศรยมาขอรูปอะไรก็ให้ไปบ้าง

ข้างบนนี้เก็บความมา แต่พยายามรักษาตัวสะกดแบบในสยามจดหมายเหตุ

สยามจดหมายเหตุในฉบับต่อมาได้พิมพ์เรื่อง “ขอปลดเปลื้องโทษที่ไม่ควรจะมีแก่พระมหาเนตรวัดโสมนัสวิหาร และพระสงฆ์อีกองค์หนึ่งที่อยู่วัดบุปผาราม” ความว่า

อย่าว่าเราเจ็บร้อนแทนเลย ถึงผู้ใหญ่ก็ดูเหมือนจะขัดใจท่านอยู่หลายคน เราก็อยู่วัดบวรนิเวศเหมือนกันและอาศัยที่ยังเป็นปุถุชนก็มีความหวั่นไหวบ้าง เราว่าท่านยังไม่สมกับความผิดของท่าน ท่านเร่งกลับใจเสียใหม่ลงพิมพ์รับผิดเสีย จะเป็นความอัศจรรย์มากทั้งผู้ที่ขัดใจอยู่หลายคนก็กลับยินดี ไม่คุมโทษท่าน
เราผู้แจ้งความนี้ชื่อวัณณาโภ เตือนสติท่านด้วยเอ็นดู

วัณณาโภหรือเทียนวรรณ ขณะนั้นบวชอยู่วัดบวรนิเวศ โดยเทียนวรรณได้อธิบายเสริมว่า

นายจิดเป็นคนใจดีอยู่แล้ว แต่มาเขียนตำหนิพระสงฆ์จะให้เกิดแตกร้าวกับนายจิด คงไม่ชอบแน่ ที่เขียนสรรเสริญนายจิด จุดประสงค์อยู่ที่จะตำหนิผู้อื่น พระสงฆ์มาจ่ายเงินช้าเพราะมิได้ถือจับต้องเงินเองเมื่อมีผู้รับใช้แทนจึงบอกให้มาชำระให้ที่ร้านถ่ายรูป

พระทับที่วัดบวรซึ่งโดนกล่าวหาว่ามาสั่งถ่ายรูปแล้วไม่จ่ายเงินนั้น ความจริงชื่อกลั่น ไม่ได้ชื่อทับ ได้สึกไปแล้วไม่ได้เจตนาจะล่อลวงให้นายจิดเสียน้ำยา แต่หลังจากถ่ายรูปแล้วโดนโจรย่องเบาเสียทรัพย์ไปหลายหลังจากนั้นก็สึกไป เทียนวรรณจะขอซื้อรูปที่ทิ้งไว้ นายจิดก็ไม่รับ

พระมหาเนตรได้วานนายจิดให้หาหนังสือให้นั้นเป็นเรื่องจริง แต่สื่อสารกันผิดนายจิดซื้อมาผิดเล่ม เทียนวรรณเป็นคนรับซื้อเล่มที่นายจิดซื้อมาเองเพราะอยากได้อยู่ก่อนแล้ว

คำบรรยายต่อไปขอยกมาดังนี้

ที่สรรเสริญนายจิดว่าใจดีชอบ แต่ใจของผู้ไปลงพิมพ์นั้นดูเหมือนจะคิดว่าหมู่ธรรมยุติกาเขาสรรเสริญว่าดีนัก ก็อยากจะชี้ให้เขาเห็นว่าก็ไม่ดีทีเดียวดอก แล้วก็อยากจะให้คนเป็นอันมากเสื่อมถอยเชื่อถือธรรมยุติกา แลอยากจะเยาะเย้ยผู้สรรเสริญธรรมยุติกา
ถ้าไม่คืนคำเสียแล้วความพินาศคงมีแก่ท่านเป็นแน่ ชั่วก็ชั่งชีดีก็ชั่งพระเป็นไร เมื่อจะนับถือก็นับถือ เมื่อจะไม่นับถือใครเขาจะกดคอท่านให้นับถือเล่า อย่าทำซ่อนชื่อไปเลย เขารู้จักตัวแล้ว

ดูเหมือนเทียนวรรณจะเชื่อว่า นายกุหลาบมีเป้าหมายติเตียนมหาเนตรเพราะมีเหตุเคืองกันมานาน และไม่ลงชื่อคนเขียนก็เพราะมีความนัยแอบแฝง

นายจิดได้เขียนประกาศว่า

ความว่าด้วยพระสงฆ์วัดบุปผาราม วัดบวรนิเวศ วัดชนะสงคราม วัดโสมนัสวิหาร นายกุหลาบบ้านอยู่ริมสามเสนเป็นผู้มาลงพิมพ์ พระสงฆ์ในวัดทั้งสี่มิได้ติดค้างอะไรกับนายจิด
นายกุหลาบเป็นผู้โฉดเฉาเบาความ นายจิดไม่ได้หาจ้างวานให้นำมาลงหนังสือพิมพ์เลย นายกุหลาบรับว่าจะช่วยทวงหนังสือที่มหาพรยืมไปเท่านั้น นายกุหลาบไม่ชอบพระมหาเนตรวัดโสมนัสวิหารจึงนำชื่อนายจิดและคนอื่น ๆ มาประสมเพื่อกันสงสัย นายกุหลาบมาออกชื่อบุคคลต่าง ๆ ผิด ๆ ถูก ๆ ความอายน่าจะตกกับนายกุหลาบเองเป็นอันมาก

ก.ศ.ร. กุหลาบ แก้ตัวในสยามจดหมายเหตุ บางกอกรีคอเดอ เดือนเซบเตมเบอร์ วันที่ ๙ กฤษศักราช ๑๘๖๖ ว่า

คำที่สรรเสริญนายจิดช่างถ่ายรูป กับเตือนสติพระสงฆ์ที่ประพฤติการไม่สมควรมาให้ครั้งก่อนนั้น ก็หมายว่าจะให้เป็นประโยชน์กับศาสนาสยามบ้าง แลปรารถนาให้ท่านทั้งปวงทราบว่านายจิดเป็นคนใจแน่นอนดีมาก ๆ ท่านทั้งหลายจะได้สรรเสริญด้วย
การสรรเสริญนั้นกลับเป็นที่เคืองใจแห่งนายจิดเพราะว่านายจิดเป็นคนอาฌาคารวะสุภาพ(รักษาภาษาเดิม) จึงไม่ชอบคำที่สรรเสริญแล้วก็โกรธผู้ที่สรรเสริญด้วย ฝ่ายพระสงฆ์ที่มีชื่อในหนังสือพิมพ์นั้น ก็เห็นจะโกรธผู้ลงพิมพ์ด้วยเป็นแน่
แต่ว่าท่านผู้มีปัญญาอันมาก ท่านจะเห็นว่าเป็นคุณประโยชน์บ้าง เพราะว่าผู้ใดที่มักง่ายมักมีกิริยาไม่ตรงเป็นที่จะให้เขาทั้งหลายบูชานับถือทั้งนั้น จะได้ระลึกถึงตัว แล้วจะได้ตั้งตัวให้เป็นการสมควรในสมณจึ่งจะชอบ ไม่ควรที่จะโกรธผู้ลงพิมพ์เลย ถ้าการไม่เป็นดั่งนั้นใครเลยจะกล้าไปติเตียนท่าน
ถึงจะมีผู้มาติเตียนเป็นการไม่จริง ก็ไม่ต้องจะร้อนใจ ด้วยตัวดีอยู่แล้วไม่มีทุกข์ ถ้าพระสงฆ์องค์ใดโกรธกับผู้ลงพิมพ์ ก็เห็นว่าพระองค์นั้นจะไม่อยู่ในยุติธรรม จึงได้โกรธเพราะคำเหล่านี้ ชอบที่จะตั้งใจเสียใหม่ให้เป็นการดีบ้าง แล้วจะเห็นว่าเป็นการดีต่อภายหลัง
แลท่านพระสงฆ์ทั้งหลายจะโกรธว่าเอาชื่อวัดทั้งนั้นไปลงพิมพ์ ท่านกลัวชื่อวัดจะเสียไปนั้น ข้อนั้นท่านทั้งหลายอย่าวิตกเลย วัดทั้งนั้นก็มีชื่อเป็นวัดดี แลพระที่ท่านปรนนิบัติเป็นการดี ชื่อท่านก็คงดีอยู่ เห็นว่าท่านจะไม่โกรธเลย ด้วยท่านมีปัญญามากอยู่
ประการหนึ่งเป็นธรรมดาแห่งคนที่ปลุกคนนอนหลับอยู่ในเรือนที่ไฟไหม้นั้น ว่าเขากำลังนอนสบายอยู่ เขากลับจะปะเตะปะต่อยด่าว่ากับผู้ที่มาปลุกเสียอีกต่อรู้สึกตัวตื่นแล้วจึ่งได้เห็นคุณคนปลุกบ้าง

นี่ยกมาทั้งหมด เพื่อให้เห็นว่านายกุหลาบตอบอย่างไร

อ่านแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เหมือนกับว่าคนเขียนด่าแล้วออกตัวว่าดีจริงไม่ต้องเดือนร้อน แต่ตัวเองเขียนให้เขาเดือดร้อนไม่คิดจะรับผิดชอบหรือรู้ผิดอันใด

…ได้แต่แก้ตัวไป…

หลังจากนั้นหลายเดือน พระมหาพรได้เขียนถึงเรื่องนี้ลงในสยามจดหมายเหตุ สรุปความว่า

เดิมได้ยืมหนังสือพงศาวดารสองเล่มมาจริง ที่ยังไม่ได้ส่งคืนเพราะตัวพระมหาพรต้องคดีเล่นการพนันในวัด ติดชำระความอยู่ช้านานจึงสึกแล้วถวายตัวกับพระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าคัคนางค์ เมื่อผ่อนเรื่องคดีความจึงไปบวชใหม่ที่ฉะเชิงเทรา พระเจ้าลูกเธอพระองค์เจ้าคัคนางค์ให้ข้าในกรมถือหนังสือไปบอกว่ามีผู้ไปลงหนังสือพิมพ์ว่า มหาพรยืมหนังสือนายจิดมายังไม่ได้คืน มหาพรร้อนใจรีบเข้ามาซื้อหนังสือพระราชพงศาวดารนำไปใช้นายจิดเรียบร้อยแล้ว

พระองค์เจ้าคัคนางคยุคลในขณะนั้นพระชนม์เพียง ๑๐ พระชันษา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้สถาปนาเฉลิมพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร โปรดเกล้าฯให้ทรงเป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม

นี่เป็นสีสันหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งก.ศ.ร. กุหลาบ เทียนวรรณ และ นายจิดล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีชื่อเสียงที่คนรู้จักมาถึงทุกวันนี้จึงควรบันทึกเก็บไว้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีกระทบกระทั่งกันบ้าง