รีวิวหมัดแลกหมัด Fuji X-A2 ปะทะ Sony A5100 !

ศึกระหว่างกล้องMirrorlessเซลฟี่ หากใครกำลังลังเลว่าจะอยู่ #teamfuji หรือ #teamsony ลองอ่านดูครับ แล้วจะพบคำตอบของหัวใจ

สวัสดีครับ เราเอง @torcnn

คำถามว่า “ซื้อ Fuji X-A2 หรือ Sony A5100 ดีคะพี่ต่อ” เป็นคำถามที่เราเจอบ่อยยิ่งกว่าหน้าพ่อแม่ตัวเอง กล้องมันก็ออกมาซักพักใหญ่ๆแล้ว จะให้เรามานั่งรีวิวทีละตัวก็รู้สึกเสียเวลา ดังนั้นเราจะรีวิวเจ้าสองตัวนี้พร้อมกันไปเลยครับ ชกกันแบบหมัดต่อหมัด แล้วตัดสินผู้ชนะกันเป็นเรื่องๆ

หมายเหตุ1: เนื่องจากนี่เป็นรีวิวเปรียบเทียบครับ มันจะมีความละเอียดอ่อนสูงกว่าการรีวิวสิ่งๆเดียว บรรทัดฐานที่ใช้วัดในบางด้านอาจจะมีไม่ตรงใจบ้าง อีกทั้งเราอยากจะเขียนให้เข้าใจง่ายๆ ดังนั้นอาจมีประเด็นเชิงลึกบางประเด็นที่เรามองข้ามไป ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ :D

หมายเหตุ2: รูปเยอะนะครับ ใครอ่านผ่านมือถืออย่าลืมต่อ Wifi

Background

Fuji X-A2 และ Sony A5100 เป็นกล้องชนิด Mirrorless (MILC) ที่จับตลาดผู้ใช้งานระดับ Entry-Level ซึ่งไม่ได้จริงจังกับการถ่ายรูปถึงขั้นจะไปรับงาน แต่ก็อยากจะได้กล้องคล่องตัวๆคุณภาพดีๆไว้ถ่ายรูปในชีวิตประจำวัน

เจ้า Sony A5100 ออกมาตั้งแต่ปลายปี 2014 แล้ว เป็นกล้องที่มาแทน Sony Nex5 ส่วน Fuji X-A2 ออกมาเมื่อต้นปี 2015 เป็นกล้องที่ออกมาแทนรุ่นเก่าอย่าง Fuji X-A1 หน้าตาของทั้งสองตัวก็เหมือนๆรุ่นพี่ของมันแทบทุกประการครับ

เริ่ม แบทเทิล!

Sensor

เซนเซอร์กล้อง Fuji X-A2 และ Sony A5100 เป็นเซนเซอร์ขนาดเท่ากัน คือขนาด APS-C หรือคูณ1.5 ถามว่าใหญ่มั้ย ใหญ่นะ เทียบเท่ากับกล้อง DSLR ระดับกลางๆได้เลยแหละ เซนเซอร์ขนาดนี้ถ้าบวกกับเลนส์ดีๆซักตัวก็ทำหน้าชัดหลังเบลอได้สบายๆ หรือจับเลนส์อะไรมาติดก็ไม่ต้องถอยเยอะขึ้นมากมาย

อีกอย่าง “ขนาด”ของเซนเซอร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้คุณภาพของรูปถ่ายดีขึ้นครับ นั่นเป็นเหตุผลที่กล้องมือถือหลายๆตัวถ่ายให้ตายยังไงก็ไม่ชัด ไม่สวยซักที เพราะว่าเซนเซอร์มันอันเท่าขี้เล็บไง

เซนเซอร์ขนาด APS-C

จำนวนพิกเซลของ Fuji-XA2 คือ 16.5 ล้าน ส่วนของ Sony A5100 คือ 24.7 ล้าน เยอะกว่ากันอย่างมีนัยสำคัญเลยครับ คือต่างกัน8ล้าน หรือมากกว่ากัน50%อะ นี่เริ่มมาโซนี่ก็ชกใส่หมัดนึงก่อนเลย จำนวนพิกเซลที่มากกว่านั่นหมายความว่ากล้องมีความละเอียดสูงกว่า สามารถถ่ายภาพขนาดใหญ่กว่าได้ ถ้าพูดถึงการถ่ายภาพเน้นเอารายละเอียด ถ่ายเพื่อเอาไปใช้งานPrint ถ่ายแล้วเอามาครอป หรือพวกงานถ่ายสินค้าไรงี้ โซนี่ทำได้ดีกว่าแน่นอนครับ

แถมนิดนึง จำนวนพิกเซลไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ภาพสวยขึ้นนะครับ คนมักจะคล้อยตามการตลาดที่ชูเรื่องจำนวนพิกเซลมาสู้กันเนื่องจากมันเป็นสเปคที่ดูจับต้องได้ที่สุด คือไม่ใช่ว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าคุณเป็นผู้ใช้ที่กะแค่จะซื้อกล้องไปถ่ายรูปเล่นเรื่อยเปื่อย จำนวนพิกเซลไม่ใช่เรื่องสำคัญขนาดที่จะต้องเอามาฟาดฟันกันครับ

Sony A5100 มีจำนวนพิกเซลมากกว่า แต่ในทางกลับกันขนาดพิกเซลของ Fuji X-A2 ใหญ่กว่า Sony A5100 ขนาดพิกเซลนี่คนละเรื่องกับจำนวนพิกเซลนะครับ การที่ขนาดพิกเซลใหญ่กว่า หมายความว่าแต่ละพิกเซลจะสามารถรับแสงได้มากกว่า ทำให้บริหารจัดการnoiseได้ดีกว่า เดี๋ยวลงไปอ่านต่อในเรื่องISOนะ

ผล: จริงๆเคสนี้จะมองว่าโซนี่ชนะ หรือจะมองว่าเสมอก็ได้ เนื่องจากเป็นกล้องระดับผู้เริ่มต้น แต่ถ้าหากสองตัวนี้จับกลุ่มลูกค้าที่จริงจังกับการถ่ายภาพมากกว่านี้ เรามองว่าโซนี่ชนะครับ

ISO

Fuji X-A2 สามารถปรับค่า ISO ได้ตั้งแต่ 200–6400 และสามารถขยายความไวแสงได้ถึง 100–25600 ส่วน Sony A5100 สามารถปรับค่า ISO ได้ตั้งแต่ 100–25600 อย่างที่เราได้กล่าวไปในส่วน Sensor ว่า ขนาดพิกเซลของฟูจิใหญ่กว่า ดังนั้นฟูจิจะได้เปรียบกว่าในเรื่องของ noise ในISOที่สูงๆครับ

ยังไงก็ตามการเทียบตัวเลขISOแบบตรงๆอาจจะวัดอะไรไม่ค่อยได้ครับ เพราะมีหลายสำนักทดสอบแล้วว่าISOของฟูจิไม่ได้ตรงตามStandardของกล้องทั่วๆไป คือจะมืดกว่าที่ISOเดียวกัน ทำให้เรื่องนี้เปรียบเทียบกันตรงๆยากครับ

ผล: n/a

ชัตเตอร์

Fuji X-A2 และ Sony A5100 สามารถปรับความเร็วชัตเตอร์เร็วสุดได้ที่ 1/4000 วินาที ช้าสุดได้ที่ 30 วินาที และมี Bulb Mode ทั้งคู่

ผล: เสมอ

ถ้างงเรื่องค่าพวกนี้ แนะนำให้แวะไปอ่านเบสิกก่อนครับ

โฟกัส

ทั้งคู่มี Face Detection ครับ ทำให้เวลาถ่าย Portrait โฟกัสได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น Fuji X-A2 โฟกัสด้วยระบบ Contrast Detection มีจุดโฟกัสทั้งหมด 49 จุด ขณะที่ Sony A5100 ใช้ระบบโฟกัสแบบ Hybrid คือมี Phase Detection 179 จุด และ Contrast Detection 25 จุด จากความแตกต่างนี้ เมื่อเราทดสอบแล้ว พบว่า Sony A5100 โฟกัสได้เร็วกว่า Fuji X-A2 อย่างเห็นได้ค่อนข้างชัดครับ

ถ้านำกล้องทั้งสองตัวไปถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยหรือเวลากลางคืน สำหรับ Sony A5100 นี่ส่วนตัวรู้สึกว่ามีเอ๋อมีหลุดอยู่บ้าง ส่วนของ Fuji X-A2 นี่ก็มีเอ๋อๆเช่นกัน และใช้เวลาโฟกัสนานกว่าโซนี่เล็กน้อย

ผล: โซนี่ชนะ

หน้าจอ

ถึงหน้าจอของ Fuji X-A2 และ Sony A5100 จะมีขนาด3นิ้วเหมือนกัน แต่มันมีจุดสำคัญอยู่จุดนึงที่ทำให้กล้องสองตัวนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

พับจอเซลฟี่ได้ทั้งคู่

หน้าจอของ Fuji X-A2 มีความละเอียด 920,000 ล้าน สามารถปรับขึ้นได้ 175 องศาเพื่อการเซลฟี่ รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยว่าทำไมไม่ทำจอพับ180องศาไปเลยฟระ เหมือนโดนกั๊กยังไงไม่รู้อะ จอสามารถปรับลงได้45องศาเพื่อถ่ายมุมสูง เหมาะเอาไปวิ่งตามถ่ายโอปป้าโดยแท้ เพราะมันชูขึ้นไปสูงๆเพื่อหลบคนได้ ในขณะที่เราก็ยังมองเห็นหน้าจอได้อยู่

หน้าจอของ Sony A5100 มีความละเอียด 921,000 ล้าน สามารถปรับขึ้นได้ 180 องศาเต็มๆ เซลฟี่กระจาย แต่หน้าจอไม่สามารถปรับลงได้ ดังนั้นใครจะถ่ายมุมสูงนี่ลาก่อย ข้อดีอีกอย่างของหน้าจอ Sony A5100 คือหน้าจอมันเป็นแบบทัชสกรีน! แล้วทัชสกรีนดียังไง? มันดีกว่าเวลาเราจะโฟกัสอะไรในภาพ อยากให้ตรงไหนชัดก็เอานิ้วแตะจุดโฟกัสเอา การโฟกัสของเราก็จะรวดเร็วขึ้นได้เป็นกอง

การที่โซนี่หน้าจอเป็นแบบทัชสกรีนนั่นหมายความว่าความจำเป็นในการใช้ปุ่มโน่นนี่นั่นมันจะน้อยลง ลดความวุ่นวายในการใช้งาน เหมาะกับคนที่เน้นใช้งานง่ายๆ สบายๆ รวดเร็ว เหมือนเวลาเราแตะจุดโฟกัสบนจอมือถืออะ สะดวกและง่าย ส่วนฟูจิเนื่องจากทัชสกรีนไม่ได้จึงมีปุ่มมากกว่า เหมาะกับผู้ที่อยากกดอยากปรับอะไรเอง เมื่อลองเล่นจะให้คนละความรู้สึกเลยครับ

175องศา กับ 180องศา

ผล: โซนี่ชนะ …ทำไมเราถึงมองว่าโซนี่ชนะ? บอกตรงๆ หากว่าใครได้ลองปรับจุดโฟกัสด้วยการทัชสกรีนจะพบว่ามันเป็นอะไรที่ชีวิตดีมาก คือใช้งานได้รวดเร็วโคตรๆ ไม่ต้องมาค่อยๆตั้งจุดโฟกัส ประหยัดเวลาได้เยอะมากๆๆๆครับ

เลนส์คิต

ถ้ามองspecเลนส์คิต(หรือเลนส์ที่มากับกล้อง)ของ Fuji X-A2 และ Sony A5100 แบบเผินๆ ทั้งสองยี่ห้อเป็นเลนส์ 16–50mm f3.5–5.6 เหมือนกัน แต่ความต่างมันอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวลิสต์ให้เป็นข้อๆเลย

เลนส์คิตของกล้องทั้งสองตัว

1.เลนส์คิตของ Fuji X-A2 เป็นแบบซูมมือ เวลาจะปรับซูมจะต้องใช้อีกมือในการหมุนกระบอกเลนส์ คือมันก็ให้ฟีลดิบๆดีเหมือนกัน ส่วนเลนส์คิตของ Sony A5100 เป็นแบบซูมไฟฟ้า คือสามารถปรับที่กระบอกเลนส์ได้ สามารถปรับที่ตัวกล้องได้ หรือแม้กระทั่งสั่งการจากมือถือก็ทำได้

2.เลนส์คิตของ Fuji X-A2 มีกันสั่นในเลนส์ที่ดีกว่า Sony A5100 ทำให้สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ช้าๆได้ดีกว่า อันนี้เป็นเรื่องที่เราทดสอบแล้ว รู้สึกว่าจุดนี้ฟูจิทำได้ดีกว่าชัดเจน

3.เลนส์คิตของ Sony A5100 มันถูกดีไซน์มาให้ยืดและหดตัวได้ ทำให้ได้ดีไซน์ขนาดเล็กแต่ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดภายในเกี่ยวกับชิ้นแก้ว ส่วนของ Fuji X-A2 พอหมุนซูมปุ๊บเลนส์จะยืดออกไปด้านหน้าเรื่อยๆ ซึ่งความต่างนี้ส่งผลให้เลนส์ของฟูจิมีความคมที่ขอบภาพมากกว่าโซนี่ จริงๆเรื่องนี้ถ้าไม่ได้ไปนั่งซูมดูก็ไม่รู้ครับ

4.มาถึงเรื่องขนาด ความสะดวกสบายยังไงต้องยกให้ Sony A5100 เค้าครับ ขนาดเล็กกว่ากันแบบโคตรๆ เบากว่าด้วย เมื่อติดกับกล้องแล้วใส่กระเป๋าคุณผู้หญิงไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่า หากเป็นฟูจิอาจจะกินเนื้อที่ในกระเป๋ามากหน่อย เว้นแต่จะสะพายไว้ตลอด ดูขนาดเลนส์เปรียบเทียบเอาได้ครับ

เปรียบเทียบขนาดเลนส์ ต่างกัน2เท่าได้เลย

ผล: ฟูจิชนะเรื่องภาพ แต่โซนี่ชนะเรื่องขนาดพกพาและความสะดวกในการใช้งาน

หมายเหตุ: ใครที่ซื้อ Fuji X-A2 ช่วงนี้ ถ้าดูดีๆที่เลนส์คิตของฟูจิจะมี II เขียนไว้ นั่นหมายถึงมันเป็นเลนส์คิตรุ่น2 ซึ่งดีกว่ารุ่นเก่าตรงที่มันสามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้มากขึ้น(โคตรเยอะเลย)ครับ

ดูดีๆ มีIIเขียนอยู่

ไฟล์JPEG

ขอพูดถึงJPEGของฟูจิก่อน เห็นหัวข้อนี้แฟนๆฟูจินี่ยิ้มเลย ไฟล์JPEGของฟูจินั้นขึ้นชื่อว่าProcessออกมาได้สวยงามถูกใจลูกค้าสุดๆ จนมีประโยคที่พูดกันแพร่หลายว่าฟูจิเป็นกล้องฟรุ้งฟริ้ง

สไตล์การ Process ให้กลายเป็น “ภาพJPEGพร้อมใช้” นั้นฟูจิทำออกมาได้ “แตกต่าง” กับชาวบ้านชาวช่องเค้าครับ JPEGของฟูจิจะให้ภาพที่ค่อนข้างนุ่ม ละมุน ถ่ายคนก็ให้โทนสีผิวที่ค่อนข้างใส ขาวอมชมพู คือสวย ถูกใจวัยรุ่น แต่ไม่ถึงกับถ่ายปุ๊บพิมฐาปั๊บนะ มันต้องผ่านการแต่งพอสมควรถึงจะได้ภาพแบบนั้น

ใครจะบอกว่าฟูจิเป็นกล้องฟรุ้งฟริ้งก็ถูกครึ่งไม่ถูกครึ่งครับ เพียงแต่ถ้าฟูจิเจอหน้าคนเมื่อไหร่ มันมักจะให้ภาพที่ออกโทนขาวอมชมพูกว่านิดนึง แต่มันก็ปิดโหมดเกลี่ยหน้าทิ้งไม่ให้ฟรุ้งฟริ้งจิงกะเบลได้

เราให้นางแบบ @mookworranit ลองเซลฟี่ตัวเองดู

โหมดออโต้ เราว่าฟูจิให้ผิวที่ชมพูกว่า ส่วนโซนี่จะดูเป็นส้มธรรมชาติ
ลองให้นางแบบกลับหลังหัน ให้แสงเข้าหน้าไม่เหมือนรูปตะกี๊ แล้วtestเซลฟี่อีกรูป

อะ ไปเดินทางม้าลายซิ

ถ่ายโหมดออโต้ ฟูจิได้ภาพออกมามืดกว่าหน่อยนึง ก่อนลงคงต้องเพิ่มแสงเข้าไปซักหน่อย ส่วนโซนี่ก็ดูเป็นธรรมชาติดี

สำหรับโหมดออโต้ เราว่าฟูจิจะมืดนิดนึง แต่เพิ่มexposureหน่อยก็ใช้ได้ละ

พิมฐาฮาราจุกุมากๆ
ลองเทียบอีก อันนี้ถ่ายในร่ม มีแสงเข้าจากด้านหลัง

ส่วนไฟล์ JPEG ของโซนี่ เราว่ามันก็สวยดีนะ มีฟังก์ชั่นหน้าเนียน แต่มันไม่ได้ฟรุ้งฟริ้งเกินไปจนดูรู้อะ กำลังดี เราชอบ แต่บางภาพก็เป็นดังที่คนเค้าว่ากัน คือมันจะออกส้มๆเหลืองๆ ยิ่งตอนกลางคืนเจอแสงส้มเยอะๆนี่ยิ่งชัด

ถ้าเทียบภาพที่ได้ JPEGของโซนี่มันจะมีความละเอียดสูงกว่า ซึ่งเป็นผลมาจากเรื่องเซนเซอร์นั่นแหละ สามารถcropใช้งานได้ค่อนข้างดี และคงรายละเอียดไว้ครบถ้วนกว่า ต่างกับฟูจิที่มักเกลี่ยภาพให้เรียบเนียนกว่า ทำให้อาจสูญเสียรายละเอียดไปพอสมควร

ลองเทียบดู

ในที่ไฟสีส้มๆ โหมดออโต้ โซนี่จะดูส้มกว่า

บางคนถ่ายออกมาส้มปุ๊บวางกล้องแล้วบายโซนี่เลย แต่เราจะบอกว่าเฮ้ยอย่าเพิ่ง มันปรับสีได้นะรู้ยัง เราสามารถเข้าไปปรับสีได้ที่เมนู White Balance จากนั้นก็เลื่อนไปที่ AWB และกดขวา1ที จะมีถาดสีโผล่ขึ้นมา วิธีแก้ก็แค่เลื่อนจุดหนีสีส้มแค่นั้นเอง เอาตามที่เราพอใจ ฟูจิก็เหมือนกัน ถ้าใครไม่พอใจเรื่องสีก็สามารถปรับได้เหมือนโซนี่เลย กดเข้าเมนู White Balance ไปที่ออโต้ แล้วกดขวา1ที

พูดถึงการแต่ง ถ้าใช้ Sony A5100 ภาพอาจจะต้องลด temperature ลงนิดนึงครับถึงจะได้สีผิวที่หายส้มถูกใจวัยรุ่น

ปรับลด temperature แล้วเพิ่มtintนิดนึง เออ สวย

ถ้าเราเอาไปถ่ายธรรมชาติ ดอกไม้ ใบหญ้า ผึ้ง ด้วยค่าเดียวกัน ผลเป็นแบบนี้

1/100 f5.6 iso200
1/50 f5.6 iso400
1/50 f5.6 iso1000

เรื่องภาพนี่ดูกันเอาเองนะครับ ความชอบอาจจะไม่เหมือนกัน แต่ที่เห็นได้ชัดคือที่ISOเดียวกัน ฟูจิจะให้ภาพที่มืดกว่าเล็กน้อย เหมือนที่หลายๆคนเค้าว่ากันจริงๆ

ถ้าถ่ายวิว+สิ่งปลูกสร้างล่ะ?

สองรูปบนนี้โหมด SR Auto กับ Intelligent Auto นะ พอหยิบกล้องจะถ่ายปุ๊บ กล้องทั้งสองตัวปรับเป็นโหมด Landscape ให้ทันทีเลย ภาพก็อย่างที่เห็นครับ โซนี่ดูสว่างกว่าหน่อย

ถ้าถ่ายวิวกลางคืนด้วยออโต้ล่ะ

รูปเป็นดังข้างบน เปรียบเทียบกันเอาเองนะ แล้วแต่คนชอบ

ผล: ฟูจิชนะ จริงๆเรามองว่าไฟล์JPEGของทั้งสองยี่ห้อแม่งสวยทั้งคู่เว่ย ส่วนตัวถ้าเราเลือกใช้เองเราจะเลือกโซนี่เพราะเราชอบ แต่ถ้าจะให้ตัดสินกันจริงๆ เรามองว่าการ Process ให้ได้“ไฟล์JPEGพร้อมใช้”มันเป็นไพ่ตายของฟูจิและทำให้ฟูจิมีทุกวันนี้ได้อะ คือคนชอบกันเยอะมากนะ ผิวขาวอมชมพูเนี่ย เหมือนเป็นไม้ตายหลังจากที่แพ้เจ้าอื่นเรื่องสเปคมาตลอด เมื่อการใช้งานของผู้ใช้ระดับเริ่มต้นส่วนใหญ่คือการถ่ายรูปตัวเอง ถ่ายรูปเพื่อนๆในชีวิตประจำวัน เราว่าฟูจิเข้าใจpointตรงนี้มากกว่า

เดี๋ยวลงไปอ่านเรื่องแฟลชนะ จะยิ่งเห็นภาพ

หมายเหตุ: ไม่ขอกล่าวถึงไฟล์RAWนะครับ มันห่างไกลไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้ใช้กล้องทั้งสองตัวนี้เกินไปหน่อย

แฟลช

แฟลชของทั้งสองยี่ห้อเป็นแฟลช pop-up ซึ่งเราสามารถขี้โกงดันbounceกับเพดานได้ โดยแฟลชของฟูจิมีระยะทำการไกลสุดอยู่ที่ 7 เมตร ส่วนแฟลชของโซนี่มีระยะทำการไกลสุดอยู่ที่ 4 เมตร

สำหรับงานแฟลชในสภาวะแสงน้อย เราลองให้เฟื่องลดา @faunglada ถือกล้องทั้งสองตัวเซลฟี่ตอน6โมงเย็นที่สวนรถไฟ ส่วนน้องดรีม @dreammiie_ เซลฟี่ตอนเที่ยงคืนหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยให้กล้อง Fuji X-A2 ใช้โหมด SR Auto ส่วน Sony A5100ใช้โหมด Intelligent Auto เปิดแฟลชยิงอัดหน้าอย่างไร้ความปราณี แล้วให้กล้องทั้งสองตัวคิดเอาเองว่าแกควรทำอะไรบ้างในสถานการณ์แบบนี้

เราพบว่างานแฟลชกับโหมดออโต้ ฟูจิมาวินว่ะเรื่องนี้ ข้อดีของการยิงแฟลชเซลฟี่ด้วยกล้องฟูจิคือพี่แกจะดึง Ambience ด้านหลังให้สว่างเหมือนเทคนิค slow sync flash ในขณะที่โซนี่ จุดที่สว่างดันเป็นแค่จุดที่แฟลชตกกระทบเท่านั้น ลาก่อย (จริงๆโซนี่ก็มีโหมด Night Portrait ให้ถ่ายออกมาดูสว่างๆ แต่เวทีนี้เราขอวัดด้วยโหมดออโต้ครับ อยากวัดว่ากล้องมันจะคิดแทนเราไปในทิศทางไหน)

เอารูปมาแปะให้ดูว่าโหมด Night Portrait ของ Sony A5100 จะให้ภาพประมาณไหน นี่ถ่ายในสภาพแวดล้อมมืดมากเกือบสนิท

Sony A5100 โหมด Night Portrait

คือมันก็ให้ภาพที่ใช้ได้เลยนะ เพียงแต่กล้องมันจะไม่เข้าโหมดนี้ให้เวลาเราใช้โหมดออโต้ ถ้าหากจะถ่ายเราต้องเข้าโหมด SCN >>> Night Portrait เอง

นอกจากนี้ Fuji X-A2 ยังมี hot-shoe ให้ต่อแฟลชนอกได้ในขณะที่ Sony A5100 ไม่มี เรื่องนี้เรารู้สึกว่าไม่มีผลอะไรกับผู้ใช้งานระดับทั่วไป เพราะหลายๆคนก็คงไม่ได้ซื้อแฟลชแยกมาใช้ถ่ายรูปกันอยู่แล้ว เพียงแต่ฟูจิเขาก็ใส่มาให้เผื่อวันนึงลูกค้าเค้าจะนึกจริงจังขึ้นมา

ผล: ฟูจิชนะ

การถ่ายภาพต่อเนื่อง

Fuji X-A2 ถ่ายต่อเนื่องได้ 5.6 ภาพต่อวินาที ส่วน Sony A5100 ถ่ายต่อเนื่องได้ 6 ภาพต่อวินาที ไม่เห็นความแตกต่างชัดเจนครับ

ผล: ถ้าวัดกันที่ตัวเลขเหนาะๆ โซนี่ชนะ แต่มันแทบไม่ต่างอะ

การถ่ายวีดีโอ

ถ้าวันนึงเราเห็นใครจะซื้อ Fuji X-A2 มาเพื่อถ่ายวีดีโอเราจะรีบวิ่งเข้าไปขวางแล้วตะโกนว่า อย่าาาาาาาา! งานวีดีโอกับฟูจิดูไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ นี่เพื่อนที่ใช้ฟูจิยังบอกเลยว่าไม่เหมาะกับงานวีดีโอ ส่วนวีดีโอของ Sony A5100 ให้ภาพที่ดีกว่ามากพอสมควร เฟรมเรตสูงกว่า (โซนี่ 60fps ฟูจิ 30fps) ผนึกกำลังกับระบบโฟกัสก็ยิ่งให้ภาพที่ดีกว่า สามารถอัดเป็นรูปแบบ XAVC S ได้อีก(ฟูจิจะเป็นรูปแบบ H.264) ซึ่งจะทำให้การบันทึกภาพเคลื่อนไหวทำได้ดีมากๆ เหมาะสำหรับยูทูบเบอร์ทั้งหลาย เราเห็นนักรีวิวหลายๆคนก็เลือกใช้รุ่นนี้กัน

ผล: โซนี่ชนะ

บอดี้และดีไซน์

บอดี้ของ Fuji X-A2 จะมีขนาดใหญ่กว่า Sony A5100 นิดหน่อย ฟูจิ 117 x 67 x 40mm โซนี่ 110 x 63 x 36mm น้ำหนักของ Fuji X-A2 อยู่ที่ 350 กรัม ส่วนน้ำหนักของ Sony A5100 อยู่ที่ 283 กรัม ต่างกัน 67 กรัม นี่ขนาดไม่นับเรื่องเลนส์ ถือว่าต่างกันพอสมควร น้ำหนักของกล้องเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ก่อนจะตัดสินใจซื้อควรไปลองจับดูก่อนทั้งคู่นะ ทั้งคู่เมื่อแปะเลนส์แล้วก็เป็นดังภาพครับ อย่างที่บอกไปว่า Fuji X-A2 จะกินเนื้อที่ในกระเป๋ามากกว่าพอสมควร

นอกจากนี้บอดี้ของ Sony A5100 ยังมี Grip ที่ยื่นออกมามากกว่าของ Fuji X-A2 เห็นปะว่าของฟูจิมันมีที่จับยื่นออกมานิดเดียวเอง สำหรับเราเรารู้สึกว่าบอดี้ของโซนี่จับถนัดกว่ามาก โซนี่คงกะออกแบบให้ผู้ใช้สามารถใช้มือเดียวถ่ายได้ แต่ฟูจิเหมือนตั้งใจออกแบบให้ผู้ใช้เอามืออีกข้างพยุงเลนส์ไว้ เหมือนได้ฟีลลิ่งกล้องฟิล์ม มีความคลาสสิกนิดๆ ประมาณนั้นมั้ง

Fuji X-A2 มาในสีขาว ดำ น้ำตาล ตอนนี้มีสีใหม่ล่าสุดด้วย เป็นสีชมพูมุ้งมิ้ง

Sony A5100 มาในสีขาว ดำ บรอนซ์ เราเคยเห็นในเน็ตว่ามีeditionสีชมพูแป๊ดดดด แต่น่าจะเลิกขายไปละมั้ง

ถ้าพูดถึงเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก อันนี้เรายกให้ฟูจิเค้าเลย หน้าตาโคตรดูดีอะ เห็นแล้วรู้สึกหายใจไม่ถนัดอยากจะครอบครอง โดยเฉพาะบอดี้สีชมพูนี่แม่งงงงงงงง น่ารักเกินไปมั้ยวะ

นี่ถ่ายรูปเทียบตัวบอดี้ให้ดูกัน ขอเว้นพื้นที่ท้องฟ้าเยอะนิดนึงสไตล์ฮิปสเตอร์

ผล:โซนี่ชนะ …สุดท้ายเรามองว่าเรื่องขนาดพกพาเป็นเรื่องสำคัญสุดในการถ่ายรูปครับ โดยเฉพาะสาวๆที่มีเนื้อที่ในกระเป๋าสะพายค่อนข้างจำกัด หากกล้องพกพาสะดวกเราก็อยากพาออกไปเที่ยวบ่อยๆเนอะ ทำให้มีความสุขในการถ่ายภาพมากขึ้น เราจับฟูจิแล้วรู้สึกว่ามันใหญ่เกินไปหน่อย ใส่กระเป๋าแล้วอาจจะไปกินพื้นที่มาสคาร่า บรัชออนของสาวๆ เรื่องความถนัดในการจับก็เป็นสิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด ได้โปรดเชื่อเราว่าก่อนซื้อควรไปลองจับดูก่อนครับไม่ว่ากล้องไหนรุ่นอะไร แล้วเราจะรู้ด้วยตัวเองว่าเรากับกล้องจะไปด้วยกันได้มั้ย

ปุ่มต่างๆและ Interface

เรื่องปุ่ม Fuji X-A2 มีปุ่มและวงแหวนให้ปรับเยอะกว่าชัดเจน แต่เราจะหงุดหงิดอยู่อย่างนึงเวลาเราใช้ Fuji X-A2 คือเวลาเราปรับความเร็วชัตเตอร์ นิ้วเราจะชอบไปโดนวงแหวนปรับรูรับแสงซึ่งปุ่มแม่ง Sensitive มากๆ อันนี้เรารู้สึกว่าฟูจิควรแก้ด่วนเลย

ส่วนSony A5100 การปรับชัตเตอร์สปีดและรูรับแสงสามารถทำได้ด้วยวงแหวนด้านขวาอันเดียว ปรับโหมดได้ด้วยการกดตรงกลาง ซึ่งมันก็ดีตรงที่ปุ่มน้อย แต่เราว่าถ้าทำปุ่มแยกเราจะสามารถปรับค่าต่างๆได้รวดเร็วกว่า

ส่วนเรื่อง Interface เมื่อจับดูแล้วเรารู้สึกว่าหน้าตา Interface ของฟูจิมันดูไม่แพงอะ ฟอนต์หน้าตาแปลกๆ แถมมีสีสันที่ตัดกันเยอะไป ส่วนของโซนี่จะดูเรียบๆกว่า

ผล: เสมอ เราชอบการปรับค่าต่างๆด้วยปุ่มของฟูจิมากกว่าโซนี่นะ แต่ว่าปุ่มชัตเตอร์สปีดกับรูรับแสงอยู่ใกล้กันมากเกินไปทำให้นิ้วเราไปโดนโดยไม่ตั้งใจ ส่วนโซนี่เราว่าหน้าตา interface ดูมีราคากว่า แต่ปรับอะไรต่อมิอะไรช้าไปหน่อย

Wifi

กล้องทั้งสองสามารถส่งภาพเข้ามือถือได้ด้วย direct wifi แต่โซนี่จะดีกว่าตรงที่สามารถใช้มือถือต่อ wifi เป็นรีโมตเพื่อสั่งการกล้องได้ด้วย

ผล: โซนี่ชนะ ฟังก์ชั่นเยอะมันก็ดีกว่าฟังก์ชั่นน้อยน่ะเนอะ แต่ถึงโซนี่จะใช้มือถือเป็นรีโมตได้ เราว่ามันยังค่อนข้างหน่วง หากว่าโซนี่สามารถอัปเกรดตรงนี้ให้มันเสถียรขึ้น เราคงจะอวยกว่านี้

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ของFuji X-A2 ใช้ถ่ายได้ประมาณ 410 รูป ส่วนแบตเตอรี่ของ Sony A5100 ใช้ถ่ายได้ประมาณ 400 รูป ไม่ได้ต่างกันมากมาย

ผล: โอเค ถ้าวัดกันที่ตัวเลข ฟูจิชนะ แต่มันก็แทบไม่ต่างกันอะ

ลูกเล่นต่างๆ

ฟูจิจะมีแพคเกจการจำหน่ายที่ควบกับ Instax Share ครับ ไอ้เครื่องนี้มันเหมือนกับเครื่องปรินต์รูปอะ แนวๆโพลารอยด์ เราสามารถส่งข้อมูลภาพเข้าเครื่องนี้แล้วปรินต์เป็นรูปออกมาได้เลย เก๋ๆ

สำหรับกล้องโซนี่มันสามารถโหลดแอปมาเพื่อสนับสนุนการถ่ายภาพของเราได้! เป็นแอปที่อยู่ในกล้องเลยนะไม่ใช่แอปในมือถือ เจ๋งแมะ มีลูกเล่นเยอะมาก แต่ว่าหลายๆแอปก็ต้องซื้อนะ ไม่ได้ให้ฟรีๆ (และก็ไม่ใช่ว่าทุกแอปสามารถใช้ได้กับกล้องโซนี่ทุกรุ่น ต้องดูให้ดี)

ผล: โซนี่ชนะ เราว่าลูกเล่นดูน่าสนใจกว่ามาก

ราคา

Fuji X-A2 พร้อมเลนส์คิตราคาเริ่มต้นประมาณ 19,990–21900 บาท (บางทีมีโปรฯลดเหลือ17,000–18,000)

Sony A5100 พร้อมเลนส์คิตราคาเริ่มต้นที่ 23,990 บาท (บางทีมีโปรฯลดเหลือ19,000–21,000)

โดยปกติราคาของ Sony A5100 จะแพงกว่า Fuji X-A2 อยู่นิดนึงครับ (นิดนึงคือประมาณ2000–3000บาท) Fuji X-A2 จึงเป็นกล้องที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะกับน้องๆที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเองครับ

ผล: ฟูจิชนะ สำหรับสองรุ่นนี้เทียบกันแล้ว ค่าแรกเข้าฟูจิถูกกว่าพอสมควร

การขยับขยายเลนส์

สำหรับผู้ที่คิดจะซื้อเลนส์แยก(ซึ่งบอกเลยว่ามนุษย์ทุกคนที่เล่นmirrorlessควรซื้อ) ขออนุญาตพูดถึงเลนส์ไพรม์อย่างเดียวนะครับเพราะแทบไม่เคยแตะเลนส์ซูมเลย เลนส์ไพรม์(หรือเลนส์fix)ของค่ายฟูจิราคาถูกๆไม่มีบนโลกนี้ครับ ขอแสดงความเสียใจด้วย เนื่องจากพี่แกออกมาแต่เลนส์รูรับแสงโหดๆ อย่าง 1.2 หรือว่า 1.4 ต่างกับเลนส์ไพรม์ของโซนี่ซึ่งขยันออกมาแต่รูรับแสง 1.8 ทั้งปีทั้งชาติไม่รู้จักเบื่อ ข้อดีข้อเสียก็ต่างกันครับ คือเลนส์ไพรม์ของฟูจิจะให้ภาพที่หลังเบลอมากกว่า(นิดหน่อย)รวมถึงเก็บแสงสว่างได้มากกว่าเมื่อถ่ายกลางคืน ส่วนใครที่เล่นโซนี่ก็จะสามารถมีเลนส์ที่สองที่สามได้ในราคาที่ถูกกว่ามากพอสมควร ที่1.8ก็ถือว่าเหลือกินเหลือใช้ แต่ก็อย่าลืมว่ารูรับแสงแค่ 1.8 นะครับ ถ้าเอา1.8นี่ไปเทียบกับค่ายอื่น โซนี่จะดูแพงไปเลยล่ะ 555

เลนส์โซนี่บางตัวเราจะเห็นมีป้ายคำว่า Zeiss สีน้ำเงินๆแปะอยู่ นั่นเป็นเพราะ Sony เค้าเป็นพันธมิตรกับ Zeiss ครับ ซึ่ง Zeiss เนี่ยคือผู้ผลิตเลนส์เกรดพรีเมียม คุณภาพดีมากๆ แต่ราคาเลนส์ Sony Zeiss ก็โหดอยู่(หลายๆตัวคือแพงกว่าฟูจิ) ก็ถือว่าเป็นออปชั่นดีๆสำหรับผู้ใช้โซนี่ละกันครับ เผื่ออยากขยับขยายไปทางนั้น

เลนส์ช่วง 35mm (เทียบเท่า normal) ของฟูจิตอนนี้ยังมีแค่ 35mm f1.4 ราคาประมาณเกือบๆ2หมื่น บางช่วงมีโปรลดเหลือแค่ 15,990 บาท แต่หมดเขตไปเมื่อปลายเดือนสิงหา อยากได้โปรนี้คงต้องรอรอบใหม่ มือสองเหลือประมาณหมื่นสองหมื่นสาม ส่วนของโซนี่จะเป็น 35mm f1.8 ราคาประมาณหมื่นห้า มีโปรซื้อพร้อมกล้องเหลือราคาประมาณหมื่นสอง มือสองเหลือประมาณหมื่นเดียว

สำหรับเลนส์ช่วง 50mm (เลนส์พอเทรต/เลนส์ถ่ายคน) ของฟูจิจะเป็น 56mm f1.2 เบลอหลังโหดบรรลัย เราเคยยืมของคนอื่นมาลูบๆคลำๆดูแล้ว โหดแสรด รู้สึกเป็นบุญมือ ราคาประมาณ3หมื่นบาท แพงโคตร ถ้าอยากได้ระยะนี้แบบราคาถูกๆอาจจะต้องไปเล่น 60mm f2.4 macro แทน ราคาประมาณ 8,900 ส่วนโซนี่จะเป็น 50mm f1.8 ราคาประมาณ9,900 และมีโปรซื้อเลนส์ 50mm f1.8 พร้อมกล้องได้ในราคาลด50% เหลือราคาเลนส์ประมาณห้าพัน

ฝากร้านนิดนึง หากใครจะศึกษาเรื่องเลนส์ที่เอาไว้ถ่ายคน แวะเข้าไปอ่านในนี้ได้ครับ

เลนส์ทั้งสองค่ายมีแบรนด์อื่นผลิตมาเป็นตัวเลือกให้อยู่หลายตัวเหมือนกันครับ ลองศึกษาดู ถ้าไม่ถูกใจเลนส์ค่าย ลองชายตาไปมองเลนส์ยี่ห้ออื่นบ้างก็ได้

ผล: เลนส์ส่วนใหญ่ของฟูจิเบลอหลังได้ดีกว่า ส่วนเลนส์โซนี่ส่วนใหญ่ราคาถูกกว่า อันนี้เน้นเทียบกันแค่แง่ของราคานะครับ อยากให้พิจารณาหลายๆองค์ประกอบเอาเองตามความเหมาะสม

*อัปเดตล่าสุดเมื่อ 21 ตุลาคม 2015 ฟูจิเปิดตัวเลนส์ 35mmF2 แล้วครับ ราคาน่าจะถูกลงจากเลนส์ 35mmf1.4 อยู่หลายพัน ยินดีกับแฟนๆฟูจิด้วยนะ เย้

คอมมูนิตี้

ต้องบอกว่าฤทธิ์เดชของพิมฐากับแป้งโกะของฟูจิเค้าแรงจริงครับ ทำให้เกิดกระแสบ้ากล้องที่ส่งผลรุนแรงไปทั้งประเทศในระดับที่แหวกตลาดโลกสุดๆ เพราะในขณะที่ทั่วโลกฟูจิมียอดขายอยู่แค่นิดเดียวเท่านั้นเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น แต่ฟูจิในไทยยอดขายคือที่1เฉยเลย

ฟูจิประสบความสำเร็จในการสร้างคอมมูนิตี้ให้ผู้ใช้ได้พบปะและแชร์ผลงานกัน กรุ๊ปฟูจิในเฟสบุ๊กมีผู้เข้าร่วมประมาณ7หมื่นคน คึกคักมากๆๆๆ แถมสาวๆในกรุ๊ปยังสวยมากด้วย555 ส่วนกรุ๊ปโซนี่ในเฟสบุ๊กมีผู้เข้าร่วมอยู่ที่ประมาณ 7700 คน (ข้อมูลอัปเดตสิ้นเดือนตุลาคม2015) ที่สมาชิกไม่เยอะมากอาจเป็นเพราะมันมีแยกเป็นหลายกลุ่ม หากใครอยากจะมีเพื่อนเล่นด้วยเยอะๆก็คงต้องเล่นฟูจินี่แหละครับ เดินไปไหนมาไหนก็เจอแต่คนบ้านเดียวกัน

ทั้งสองกลุ่มล้วนแอคทีฟตลอดเวลา มีการแชร์ความรู้ต่างๆ และมีกิจกรรมมาให้ร่วมสนุกเรื่อยๆครับ บางทีก็มีรางวัลดีๆมาแจก ถ้าซื้อกล้องตัวไหนแล้วก็อย่าลืมไปแชร์ผลงานกันในกรุ๊ปตัวเองนะ

ผล: แป้งโกะะะะะะะะะะะ

ราคาขายต่อ

เนื่องจากเทคโนโลยีโซนี่จะพัฒนาค่อนข้างไวครับ ไม่รู้รีบไปไหน ทำให้โซนี่ได้ชื่อว่าเป็นกล้องที่บอดี้ราคาตกฮวบโคตรเร็วเลย เห็นราคาขายต่อแล้วอยากเอาหัวโหม่งกล้องตัวเอง คือถ้าใครซื้อมาก็ควรใช้ยาวๆไปเลยจนมันแก่อะ ไม่งั้นก็ต้องรีบขายตอนที่รุ่นใหม่มันยังไม่ออก ส่วนฟูจิเท่าที่เห็นราคามือสองก็ยังพอรับได้อยู่ครับ ทำร้ายจิตใจกันไม่เท่าตลาดของโซนี่

ผล: เราให้ฟูจิชนะ แต่แค่ตอนนี้นะ เพราะอนาคตไม่แน่ หลังจาก X-A2 ตกรุ่น เราขอทำนายว่าราคาจะดิ่งเหว เนื่องจากคนซื้อเยอะก็อยากขายเยอะ แย่งกันขาย ดราม่าแน่นอน

สรุป

#teamfuji

เหมาะกับคนที่ไม่ได้สนใจว่าspecกล้องชั้นจะต้องดีเว่อวัง เพราะสิ่งที่อยากจะได้จริงๆคือสีสวยๆของภาพJPEGที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่น เซลฟี่สีผิวขาวอมชมพูฟรุ้งฟริ้ง อยากกดปุ่มปรับอะไรต่อมิอะไรเอง ค่อนข้างอินกับการถ่ายรูปให้เกิดหน้าชัดหลังเบลอเพราะเลนส์ที่ซื้อเพิ่มมีรูรับแสงค่อนข้างกว้าง เวลาใช้งานอยากได้ฟีลของกล้องเก่าๆคลาสสิก มองว่ากล้องเป็นaccessoryอย่างนึงที่สำคัญพอๆกับการแต่งตัวออกจากบ้าน มีเพื่อนเล่นด้วยเยอะ คอมมิวนิตี้ยิ่งใหญ่มาก และที่สำคัญที่สุดคือมีแป้งโกะเป็นพรีเซนเตอร์

#teamsony

เหมาะกับคนที่ต้องการกล้องที่ตัวเล็กจริงๆ เน้นเรื่องพกพาง่าย ใช้ง่าย ปรับทุกอย่างได้ด้วยมือเดียว มีจอทัชสกรีนช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการใช้งาน โฟกัสเร็ว สเปคดีงามทั้งงานภาพนิ่งและงานวีดีโอ ถ่ายให้ผิวเนียนได้แต่ไม่ออกฟรุ้งฟริ้งจนดูรู้ อยากขยับขยายเรื่องเลนส์ในราคาที่จับต้องได้ ชอบดีไซน์โมเดิร์น และเหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากใช้กล้องรุ่นที่ทุกคนมีเหมือนๆกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ก่อนจะตัดสินใจว่าจะไปอยู่ #teamfuji หรือ #teamsony ขอให้ดูข้อดีข้อเสียของกล้องแต่ละตัวให้ละเอียดถี่ถ้วน สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคือให้ไปลองจับของจริงดูครับ กล้องเป็นการลงทุนที่สูงพอสมควร เราควรจะเลือกรุ่นที่มันใช่ที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วถ้ากล้องที่เราเลือกมันใช่ กล้องตัวนั้นจะทำให้เรารักและมีความสุขกับการถ่ายรูปครับ

เหยด ประโยคปิดเท่โคตร

.

.

.

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนที่ลังเลกล้องสองรุ่นนี้อยู่นะครับ แต่ถ้าใครอ่านแล้วอยากได้ทั้งคู่นี่ไม่รู้จะช่วยยังไง 5555 รีวิวนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าขาดเพื่อนๆและน้องๆหลายๆคนที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการรีวิวของเรา

ขอขอบคุณ @poonpun.k สำหรับการให้ยืม Fuji X-A2

ขอขอบคุณน้อง @premieprchy สำหรับการให้ยืม Sony A5100 ตัวใหม่เอี่ยมอ่อง

ขอขอบคุณน้อง @dreammiie_ ที่อุตส่าห์มาช่วยเรารีวิว

ขอขอบคุณน้อง @mookworranit ที่โทรเรียกปุ๊บก็ออกมาช่วยเป็นนางแบบให้เลย

ขอบคุณคุณ Chavit Denninnart ที่รายงานข้อสังเกตที่ผมมองข้ามไปครับ

และขอบคุณ @faunglada สำหรับ Fuji X-A2 สีชมพู้ววววว

ก่อนที่จะจากกัน ขอฝาก blog เราด้วยนะ อิๆ followไว้เลยก็ได้เพราะถ้าเขียนเรื่องใหม่ปุ๊บมันจะมี notification ไปบอกทันทีเลย ส่วนใครที่มีคำถามอะไรไม่ว่าจะเรื่องถ่ายรูปหรือเรื่องกล้องต่างๆ ลองถามกันมาได้เหมือนเคยใน twitter, instagram หรือ ask.fm อยากให้รีวิวหรือแชร์วิธีการถ่ายรูปอะไรก็บอกกันเข้ามาได้เลยเด้อ

เออ แล้วจะบอกว่าตอนนี้เรามีเพจเฟสบุ๊กแล้วนะ ชื่อ Chanon

ขอบคุณที่ติดตามกันนะจ๊ะ

บรัย