รีวิว Canon PowerShot G7X Mark II กล้องคอมแพคคุณภาพเยี่ยมในราคาโคตรคุ้ม (by @torcnn)


สวัสดีครับ เรา @torcnn เอง

เมื่อกล้องมือถือไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องคุณภาพของภาพเท่าที่ควร และกล้องขนาดใหญ่ก็ไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนที่ต้องเดินทาง ทำให้เหล่ากล้องคอมแพคคุณภาพสูงก็ยังคงมีที่ให้ยืนอยู่ในตลาดกล้องครับ ค่าย Canon เค้าก็เป็นผู้เล่นรายสำคัญที่ตระหนักถึงความต้องการนี้และพัฒนากล้องคอมแพครุ่น G7X จนได้รุ่นที่ 2 ออกมา นั่นก็คือกล้อง Canon PowerShot G7X Mark II — เรียกสั้นๆว่า จีเซเว่นเอ็กซ์มาร์กทู แค่นี้พอนะ(ยาวอยู่ดี 5555)

ก่อนหน้านี้เรารีวิวพวกกล้อง Mirrorless มาเยอะละ รอบนี้เราจะมารีวิวกล้อง Compact ดูบ้าง ตอนที่เราเห็น Canon G7X Mark II ครั้งแรกก็รู้สึกว่ามันเป็นกล้องที่น่าสนใจอยู่นะ รุ่นแรกก็ขายดี แต่เหมือนว่ารุ่นสองเค้ามาแบบเงียบๆ คนเลยไม่ได้รู้จักตัวนี้กันมากนัก ในไทยก็ยังไม่ค่อยมีคนเอามารีวิว ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราทำเอง รีวิวจะเขียนให้อ่านง่ายๆสบายๆเหมือนเดิม กำเงินไว้แน่นๆก็พอครับ เพราะตอนอ่านเสร็จเงินในมืออาจจะสั่นได้

Background

กล้อง Canon PowerShot G7X Mark II เป็นกล้องดิจิตอลชนิด Compact (เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้นะ) ฝรั่งเรียกกล้องแนวนี้ว่า Point-and-shoot หรือพูดง่ายๆคือกล้องตัวนี้หยิบขึ้นมาไม่ต้องคิดไรมาก กดจึ๊กๆๆก็ได้ภาพที่โอเคละ ลองถามตัวเองดูว่านี่ใช่สิ่งที่ตามหามั้ย ถ้าใช่ ลองอ่านต่อครับ

ดีไซน์

ขอหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเรื่องแรกเลยด้วยความชอบส่วนตัว คือรู้สึกว่าดีไซน์มันโอเคมาก ดูทันสมัย เท่ เรียบหรู บอดี้ดูแข็งแรง ไม่ก๊องแก๊งสไตล์คอมแพคกรุ๊ปทัวร์ ที่ชอบสุดเลยนะคือสีแดงๆที่พันอยู่รอบๆปุ่มด้านบนอะ เห้ย ทำไมเท่

เซนเซอร์

เข้าเรื่องหลักกันเลย เซนเซอร์ที่ใช้เป็นเซนเซอร์ CMOS ขนาด1นิ้วครับ(เล็กกว่าฟูลเฟรม2.7เท่า) มันอาจจะไม่ใช่ขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่มากสำหรับพวกกล้อง DSLR หรือ Mirrorless แต่กับกล้องชนิดCompactที่เน้นเรื่องการพกพา ขนาดเซนเซอร์1นิ้วนับว่าเป็นขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่และเป็นขนาดเซนเซอร์มาตรฐานของกล้องคอมแพคระดับบนๆเลยครับ เรื่องคุณภาพไฟล์ไม่ต้องห่วงหรอก มันโอเคแน่นอนจ้ะ

ความละเอียดอยู่ที่ 20.1 ล้านพิกเซล เยอะพอมั้ย? ตอบเลยว่าเกินพอ ความละเอียดเท่านี้จะพิมพ์รูปใหญ่ๆแปะผนังก็ทำได้สบายครับ

เลนส์

เราว่าจุดขายของกล้องตัวนี้ส่วนหนึ่งอยู่ที่เลนส์นี่แหละ เลนส์ที่ติดมากับกล้องเป็นเลนส์ 8.8–36.8mm f1.8–2.8 เมื่อคูณกับคุณสมบัติของเซนเซอร์1นิ้ว(คูณ2.7)ก็จะได้ช่วง 24–100mm พอดี ซึ่งเป็นช่วงที่ครอบคลุมตั้งแต่มุมกว้างไปจนระยะไกลๆ พกตัวเดียวเที่ยวทั่วไทยได้เลย เลนส์เป็นแบบยืดหดได้ ทำให้ไม่กินเนื้อที่กระเป๋ามากนัก รูรับแสงกว้างสุดอยู่ที่f1.8–2.8 ทำให้แสงเข้ามาในเลนส์ได้เยอะขึ้น ถ่ายกลางคืนโอเคขึ้น อีกทั้งยังทำหน้าชัดหลังเบลอได้พอสมควรเลยด้วย รูรับแสงแคบสุดอยู่ที่ f11 หลายคนอ่านถึงนี่อาจจะคิดว่า เห้ย แบบนี้ถ้าถ่ายในที่ที่แสงเยอะมากๆจะรอดมั้ย ไม่ต้องห่วง กล้องตัวนี้มี Built-in ND Filter เดี๋ยวเราจะพูดลงรายละเอียดในหัวข้อถัดๆไปครับ ภายในตัวเลนส์มีเบลด9ใบ ให้โบเก้ทรงกลม

การปรับค่ารูรับแสงสามารถทำได้ที่วงแหวนรอบตัวเลนส์เลย ความน่าประทับใจของเลนส์ตัวนี้คือที่บริเวณด้านข้างของเลนส์จะมีคันโยกอยู่ ซึ่งเราสามารถปรับให้การควบคุมวงแหวนรูรับแสงเป็นแบบ“คลิก”หรือ“หมุนฟรี”ได้ แบบแรกก็จะดีกับพวกงานภาพนิ่ง แบบที่สองก็จะเป็นมิตรกับงานวิดีโอมากขึ้นครับ

ที่ตัวเลนส์จะมีคำว่า IS เขียนอยู่ ซึ่ง IS เนี่ยย่อมาจาก Image Stabilizer หรือระบบกันภาพสั่นไหว สิ่งนี้จะช่วยให้ภาพสั่นไหวน้อยลงเวลาที่เราถือกล้องไม่นิ่ง

ชัตเตอร์

ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 1/2000 วินาที ช้าสุดที่ 30 วินาที มีโหมด Bulb ให้ใช้งาน จริงๆมันก็เป็นความเร็วชัตเตอร์ที่ครอบคลุมการใช้งานทั่วๆไปครับ แต่เราก็ยังรู้สึกว่าความเร็วชัตเตอร์สูงสุดยังช้ากว่าที่เราอยากได้ไปนิดนึง

เวลากดชัตเตอร์ หน้าจอมันจะ Black Out ไปแป๊บนึง ซักประมาณ 0.3 วินาทีได้มั้ง คือมันไม่แสดงภาพบนหน้าจอเวลาที่เครื่องกำลังประมวลผลอะ เราอยากให้มีเฟิร์มแวร์มาแก้ตรงนี้ในอนาคต รู้สึกแปลกๆเวลากดถ่ายแล้วหน้าจอดับ

ISO

ปรับได้ตั้งแต่ 125–12800 ครอบคลุมการใช้งานทั่วๆไป แต่สำหรับโหมดออโต้จะใช้ISOได้สูงสุดที่แค่6400นะ

ระบบประมวลผลใหม่ Digic7

Canon บอกว่านี่เป็นกล้องตัวแรกที่ใช้ชิพประมวลผล Digic7 มาแค่ชื่ออาจจะงง แต่บอกเลยว่านี่เป็นต้นตอที่ทำให้กล้องตัวนี้ดีกว่ารุ่นแรกอย่างมาก ประโยชน์หลักๆของมันเลยคือทำให้กล้องสามารถประมวลผลได้เร็วขึ้น ถ่ายได้รัวขึ้น ได้ภาพที่คมชัดขึ้น และลดสัญญาณรบกวนภาพ(noise)ให้น้อยลงไปอีกครับ

การโฟกัส

มีจุดโฟกัส 31 จุด ถึงจะเป็นแบบ Contrast Detection แต่ความเร็วในการโฟกัสถือว่าเร็วนะ การโฟกัสในโหมดออโต้ค่อนข้างฉลาดด้วย ในที่แสงน้อยก็ยังทำได้โอเคมาก ระยะโฟกัสใกล้สุดอยู่ที่5เซนติเมตรเมื่อไม่ซูม และใกล้สุดที่40เซนติเมตรเมื่อซูมสุดที่ระยะ100mm

ข้อดีของกล้องตัวนี้คือมันสามารถแตะโฟกัสที่หน้าจอได้เลย ซึ่งมันทำให้การเลือกจุดโฟกัสง่ายและเร็วขึ้นไปอีกระดับ อยากโฟกัสตรงไหนก็จิ้มๆเอาเหมือนกล้องมือถือ จบ เมื่อจิ้มจุดโฟกัสแล้ว ถึงแม้เราจะขยับกล้องหันไปทางไหน จุดโฟกัสที่เราแตะไว้ตอนแรกมันก็จะยังติดตามจุดเดิมที่เราจิ้มไว้ครับ

จิ้มจุดโฟกัสเอาไว้ที่เหยือก
ขยับกล้อง จุดโฟกัสก็ยังอยู่กับวัตถุเดิม

ปุ่มต่างๆ+Dial

ปุ่มต่างๆถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ใช้งานง่าย สิ่งที่เราชอบที่สุดคือการวางปุ่ม Exposure Comp. (พวก+3 -3) ไว้รอบๆปุ่มปรับเมนู นอกจากไม่เกะกะแล้วยังรู้สึกว่ามันปรับง่าย อยู่ใกล้นิ้วดี ส่วนปุ่มและDialด้านหลังก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ วางไว้ในตำแหน่งที่เหมือนกล้องอื่นๆทั่วไป ใช้ไม่ยากครับ ถ้าไม่ชอบกดปุ่ม จะไปกดหน้าจอแทนเอาก็ได้นะ

หน้าจอ

หน้าจอความละเอียด1.04ล้านจุด สามารถพับลงได้เผื่อใครอยากถ่ายมุมสูง พับขึ้นได้หากใครอยากอยากถ่ายมุมต่ำ พับเซลฟี่ได้ (รุ่นที่แล้วพับขึ้นได้อย่างเดียว) เอาเป็นว่าหน้าจอตอบทุกสถานการณ์ ความดีงามคือทัชสกรีนได้ด้วย ทำให้สะดวกจริงๆนะเวลาอยากจะแตะหาจุดโฟกัส นอกจากการแตะโฟกัสตอนถ่าย ยังสามารถปรับค่าต่างๆ เลื่อนดูรูป หรือซูมรูปผ่านการสัมผัสหน้าจอได้ด้วย

เซลฟี่

เราขอลงรายละเอียดเรื่องการเซลฟี่หน่อย ยี่ห้อCanonเค้าโดดเด่นเรื่อง Skin Tone มาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ เวลาเซลฟี่เค้าจะให้สีผิวออกชมพู ซึ่งสำหรับสาวๆคงแทบไม่ต้องไปแต่งสีผิวเพิ่มเติมเลย

อย่างรูปข้างบนเราไม่ได้แต่งสีสันของผิวเพิ่มนะ ปรับแต่งเพิ่มแค่ Shadows +40 เท่านั้น(เพราะน้องใส่หมวกเลยเกิดเงาบนใบหน้า) จะเห็นว่ากล้องให้สีผิวที่น่าจะถูกใจสาวๆไทยเลยแหละ

เวลาใช้โหมด Auto แล้วกล้อง detect ได้ว่าเรากำลังเซลฟี่ มันก็จะเกลี่ยหน้าเนียนให้เลย ลองดูที่หน้า จะพบว่าดีเทลส่วนรูขุมขนหายไปเยอะเลย

การเซลฟี่ในสภาวะแสงที่ต่างออกไปก็ยังคง Skin Tone สวยๆเอาไว้ได้เหมือนเดิมอยู่ดี ไม่ได้เปลี่ยนสีสันไปจากตอนสภาพแสงปกติเท่าไรนัก

ข้อควรระวังเวลาใช้กล้องตัวนี้เซลฟี่คือเนื่องจากระยะเลนส์กว้างสุดมันอยู่ที่ 24mm องศาของภาพที่ได้จะค่อนข้างกว้าง ตอนยื่นกล้องไปเซลฟี่แบบสุดแขนมักทำให้ช่วงแขนของเราดูยาวผิดปกติ วิธีเลี่ยงคือให้ซูมเข้าไปอีกนิดหน่อย ไม่ก็ดึงกล้องเข้ามาใกล้ตัวอีกนิดนึงครับ

การทำหน้าชัดหลังเบลอ

ตอนที่เราเห็นสเปคกล้องตัวนี้ สิ่งแรกเลยที่เราอยากลองกับกล้องตัวนี้คือการทำหน้าชัดหลังเบลอ! เซนเซอร์1นิ้วกับเลนส์ช่วงเทียบเท่า 24–100mm f1.8–2.8 คิดเอาไว้ว่าใช่ มันต้องทำหน้าชัดหลังเบลอได้แน่ๆ แต่จะได้แค่ไหนงั้นเราไปลองกัน

หลักง่ายๆของการทำหน้าชัดหลังเบลอบนเลนส์ซูมให้เบลอหลังได้มากที่สุด คือต้องซูมเข้าไปให้สุดครับ รูปพวกนี้เราเลยซูมสุดที่ระยะ 100mm แล้วใช้ค่าf2.8

ซูมสุดที่ 100mm ใช้f2.8
ซูมสุดที่ 100mm ใช้f2.8

เห็นมั้ย มันเบลอหลังได้พอสมควรเลยนะ ถึงไม่ได้ถึงขั้นละลายพื้นหลังเละเป็นโจ๊ก แต่ก็สามารถแยกตัวแบบกับพื้นหลังออกจากกันได้แบบชัดเจน นานๆทีเราจะเห็นกล้องคอมแพคที่เบลอหลังได้เยอะๆแบบนี้เนอะ 555

การถ่ายภาพต่อเนื่อง

สามารถถ่ายต่อเนื่องได้เร็วสุดที่ 8 ภาพต่อวินาทีแม้ถ่ายเป็นไฟล์ RAW อื้อหือ ไม่ได้มาเล่นๆ ถือว่ารัวใช้ได้เลยอะ รุ่นที่แล้วยิงต่อเนื่องได้แค่ที่6.5ภาพต่อวินาทีแถมถ้าถ่ายเป็นไฟล์RAWได้แค่1ภาพต่อวินาทีเองนะ

ส่วนเรื่องBufferก็ดีขึ้นด้วย ภาพJPEGถ่ายรัวๆได้สุดที่32ภาพ ไฟล์RAWถ่ายรัวๆได้21ภาพก่อนรอกล้องประมวลผล พัฒนาขึ้นมากจริง ถ้าเราถ่ายไปด้วย trackโฟกัสวัตถุไปด้วย ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องจะลดลงเหลือ 5.4 ภาพต่อวินาทีแทน ซึ่งก็ยังโอเคร้

วิดีโอ

ตั้งแต่กล้อง G7X รุ่นแรกแล้วที่เป็นที่นิยมในต่างประเทศสำหรับเหล่า vlogger (video blogger) เพราะมันถ่ายง่าย ไม่ต้องคิดไรมาก โฟกัสดี เลนส์ก็ค่อนข้างครบช่วง วิดีโอยังเป็น Full HD ที่ 60p ซึ่งเราว่าก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ข้อเสียคือมันไม่ได้มีช่องให้ต่อไมโครโฟน ถึงคุณภาพไมโครโฟนที่ให้มากับกล้องจะไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ยังไงเราก็แนะนำให้อัดแยกดีสุดน่ะนะ

เวลาถ่ายวิดีโอเซลฟี่ สีผิวที่ได้จะออกชมพูๆเหมือนเวลาถ่ายภาพนิ่งเลย

Panning Mode

มีโหมดPanningด้วยนะ รู้จักเทคนิคการ“แพนกล้องตามวัตถุที่เคลื่อนไหว”มั้ย ปกติมันถ่ายยากนะ โหมดนี้จะมาช่วยให้การถ่ายอะไรแบบนี้ง่ายขึ้น วิธีใช้ก็คือให้เลื่อนไปที่โหมด SCN แล้วเลือก Panning จากนั้นเราก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลยนอกจากแพนกล้องตามวัตถุและกดชัตเตอร์

เราสามารถเลือกระดับความเคลื่อนไหวได้3ระดับ ปรับได้ที่วงแหวนรอบๆเลนส์เลย

แฟลช

มีแฟลชมาให้ ซึ่งเวลาจะใช้งานก็ต้องกดปุ่มแฟลช(ที่วางอยู่ด้านข้างของกล้อง)ให้แฟลชมันเด้งขึ้นมาก่อน

ND Filter

การที่กล้องตัวนี้รูรับแสงแคบสุดอยู่ที่ f11 และความเร็วชัตเตอร์เร็วสุดอยู่ที่ 1/2000 ทำให้บางโอกาสอาจจะมีแสงมากเกินไปในภาพ เค้าเลยเพิ่มสิ่งนี้เข้ามา นั่นก็คือ ND Filter ครับ ฟิลเตอร์นี้เป็นฟิลเตอร์ที่ช่วยลดปริมาณแสงที่เข้ามาในภาพ เราสามารถเปิด-ปิดการใช้งาน หรือจะตั้งเป็น Auto ก็ได้ ฟิลเตอร์นี้อยู่ภายในตัวกล้องเลย ไม่ต้องหามาติดหน้าเลนส์เหมือนกล้องทั่วๆไป

Wifi & NFC

แน่นอนว่ากล้องสมัยนี้ต้องมี Wifi วิธีใช้งานก็แค่กดปุ่มรูป Wifi ที่อยู่บริเวณด้านข้างของกล้อง จากนั้นก็ต่อ Wifi จากมือถือ อย่าลืมโหลด App ชื่อ Canon Camera Connect นะ เราสามารถใช้มือถือควบคุมการทำงานของกล้องได้ด้วย เปรียบเสมือนรีโมตคอนโทรลนั่นแหละ

ข้างใต้มีเครื่องหมาย NFC ด้วย มือถือใครมี NFC จะแตะส่งรูปก็สะดวกดี แต่เราใช้ไอโฟนเลยไม่ได้เทสฟังก์ชั่นนี้สักที เอาเป็นว่ามันมีมาให้ใช้นะครับ 555

กริป

รุ่นนี้มีกริปยื่นๆออกมาด้วย รุ่นแรกไม่มีมาให้นะเหวยยยย เวลาถือจะได้รู้สึกเข้ามือ มั่นใจ ไม่กลัวหล่น ดีมากครับ อันนี้ซื้อ

แบตเตอรี่

เวลาชาร์จเค้าจะมีที่ชาร์จแยกมาให้ ชาร์จเต็มหลอดถ่ายได้ประมาณ 265 ภาพ ถ้าใครจะออกทริปยาวๆคงต้องหาแบตมาสำรองไว้สัก1–2ก้อน หรือต่อสาย USB ชาร์จกับ PowerBank แทนก็ได้นะ สะดวกดี ติดอยู่อย่างคือตอนชาร์จกับ PowerBank จะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเลื่อนดูรูปไปมากับเข้าไปปรับเมนูนิดๆหน่อยๆ

น้ำหนัก

น้ำหนักพร้อมแบตเตอรี่และ SD Card คือ 319กรัม หนักกว่ากล้องในตลาดเดียวกันเล็กน้อย แต่ไม่ได้ถึงขั้นต้องเหนื่อยแบกกันแขนปูด หลังยอก กล้องตัวนี้ยังคงมีน้ำหนักเบามากอยู่ครับ

ในกล่องมีอะไรบ้าง

  1. กล้อง Canon PowerShot G7X II
  2. ที่ชาร์จแยก
  3. แบตเตอรี่
  4. คู่มือ
  5. สายคล้องกล้อง

ราคา

20,690 บาท เหย ทำไมถูกอะ 55555

สรุป

เราว่าเป็นกล้องที่รวมๆโอเคมากนะ เดี๋ยวจะสรุปข้อดีและข้อควรปรับปรุงให้

ข้อดี

  1. เซนเซอร์1นิ้ว ถือว่าขนาดใหญ่เหมาะสมกล้องไซส์นี้ ได้คุณภาพไฟล์ที่ดี
  2. เลนส์ช่วงเทียบเท่า 24–100mm ตัวเดียวเที่ยวทั่วไทย แถมรูรับแสง f1.8–2.8 ทำให้เบลอหลังได้ และถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นด้วย
  3. ปรับค่ารูรับแสงได้ที่เลนส์ เวลาถ่ายนี่ได้ฟีลมาก มือซ้ายจะได้ไม่ว่าง แถมปรับให้เป็นแบบคลิกหรือหมุนฟรีได้ด้วย
  4. จอพับได้หลายองศา ทัชสกรีนได้ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
  5. ใช้งานไม่ยาก ออโต้ทั้งชีวิตยังได้
  6. งานโฟกัสค่อนข้างดี รวดเร็วและแม่นยำ
  7. โหมดออโต้วัดแสงได้ฉลาด แสงน้อยก็ยังทำได้ดี
  8. สีผิวสวยสไตล์ Canon
  9. มีกันสั่นสำหรับงานวิดีโอ
  10. มีกริปติดมาด้วย ทำให้จับถือสะดวก
  11. กล้องสวย ชอบ วัสดุภายนอกดูทนทาน ไม่ก๊องแก๊ง
  12. เปิดเครื่องปุ๊บ กล้องพร้อมถ่ายเร็วมาก ใช้เวลาเปิดแค่ประมาณ1วินาที

ข้อควรปรับปรุง

  1. หน้าจอกล้องจะมีอาการ Black Out แป๊บนึงเวลาที่กดถ่ายแต่ละรูป ทำให้รู้สึกขาดความต่อเนื่องเวลามองหน้าจอ แต่จากการทดสอบ หน้าจอกล้องจะ Black Out เวลาถ่ายต่อเนื่องนานน้อยกว่าแบบถ่ายทีละภาพ ถ้าพูดถึงการใช้งานจริงๆมันก็คงไม่ได้กระทบอะไรมาก
  2. ไม่มีช่องต่อไมค์ เลยรู้สึกว่าเรื่องวิดีโอยังมาไม่สุดทาง (แต่อย่างที่บอก แนะนำให้อัดแยกดีสุด)
  3. ขาดช่องมองภาพ(Viewfinder) เวลาถ่ายในที่แดดแรงมากๆอาจจะมองจอไม่เห็น
  4. ชาร์จPowerBankไปด้วยถ่ายไปด้วยไม่ได้ ยังไงแนะนำให้ซื้อเป็นแบตสำรองดีสุด ขนาดก้อนแบตมันไม่ได้ใหญ่ อีกอย่างคือปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องไฟของ PowerBank ว่าจะส่งผลต่อกล้องและแบตรึเปล่า

โอเค! จบแล้วครับกับการรีวิวกล้อง Canon PowerShot G7X Mark II เงินที่กำไว้ในมือยังอยู่ดีมั้ย? 5555 ดูคุณภาพที่ได้แล้วเราว่าราคานี้ดีมากเลยนะ เชียร์อะ ตอนแรกคิดว่าราคาจะพุ่งกว่านี้ แล้วซื้อปุ๊บจบในตัวไม่ต้องงอกเลนส์ให้ปวดใจ ใครอยากจะฝึกถ่ายรูปด้วยตัวนี้ก็ทำได้เพราะมันปรับค่าต่างๆได้อิสระ ถ้าหากใครสนใจก็ไปลองเล่นดูที่ร้านก่อนตัดสินใจนะครับ ซื้อมาแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันนะ

ขอบคุณน้อง Mook Worranit ที่อุตส่าห์มาเป็นแบบให้นะ

สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้เหมือนเดิมที่ช่องทาง Twitter, Facebook, Instagram และ Ask.fm นะครับ วันๆนึงเราก็จิ้มวนๆอยู่แค่4แอปนี้นี่แหละ 5555 ไว้เจอกันใหม่บทความหน้านะครับ บ๊ายบาย

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.