หัดถ่าย Night Portrait กับไฟถนนราชดำเนินกัน!

“เดินล่าโบเก้ที่ถนนราชดำเนินกับนางแบบจำเป็น @faunglada พร้อมแชร์วิธีการถ่าย การตั้งค่าต่างๆ และการเตรียมอุปกรณ์ :D”

สวัสดีจ้ะ เรา @torcnn เอง

ช่วงวันมหามงคลทำให้ริมถนนหลายๆสายมีไฟประดับประดาสว่างไสวอยู่เต็มไปหมด เห็นแล้วก็อดใจจอดรถลงไปถ่ายรูปไม่ได้ พอดีวันนี้เราแวะไปแถวนั้นกับ @faunglada และได้ถ่ายรูปแนว Night Portrait มานิดนึง เลยถือโอกาสนี้มาเขียนแชร์วิธีการถ่ายแนวนี้ให้เหล่าเพื่อนๆมือใหม่ได้อ่านกันแหละ

เออจริงๆแล้วเราเคยเขียนเรื่องการถ่ายรูปแนวนี้ไว้แบบคร่าวๆ เป็นส่วนหนึ่งของบทความตามลิงก์ข้างล่างนี้ แต่สำหรับบทความนี้เราจะขอเน้นเรื่องการถ่ายกลางคืนเป็นหลักนะจ๊ะ แยกออกมาต่างหากเลย

ไฟราชดำเนินมีดีอะไร

คือที่อื่นๆก็มีไฟสวยๆนะ แต่เหตุผลที่เราชอบถนนราชดำเนินมากกว่าที่อื่นเพราะมันพอมีแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆนอกจากไฟประดับที่ทำให้แสงสว่างกว่าครับ อย่างวันนี้เราไปตรงอื่นอย่างราชดำเนินนอกมา(ตรงเวทีมวยราชดำเนิน)แล้วก็ไปรอบๆพระตำหนักจิตรลดามาด้วย คือไฟมันก็สวยแหละนะแต่มันแทบไม่มีแหล่งกำเนิดแสงอื่นเลยนอกจากไฟประดับ ทำให้เราต้องปรับค่า ISO เพิ่มมากขึ้นไปอีก

การเลือกอุปกรณ์

อุปกรณ์ที่เราเห็นว่าสำคัญที่สุดเพื่อใช้ถ่ายภาพแนว Night Portrait คือ “เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างๆ” (หรือเลนส์ที่ปรับค่า F ได้น้อยๆ) เพราะเลนส์ที่รูรับแสงกว้างจะทำให้เบลอหลังได้ดี ได้โบเก้ขนาดใหญ่ อีกเรื่องที่สำคัญมากพอๆกันก็คือ รูรับแสงกว้างจะทำให้แสงเข้ามาในภาพได้เยอะขึ้น

ในสภาวะแสงน้อยอย่างเวลากลางคืน ยังไงเลนส์แบบนี้ก็จำเป็นครับ รูรับแสงที่เราแนะนำคือตั้งแต่f2ลงไป ถ้าได้ซัก1.4นี่เยี่ยมเลย

อุปกรณ์ที่สำคัญรองลงมาคือกล้อง แหงสิวะไม่หยิบไปก็ถ่ายไม่ได้ 555 เรามองว่ากล้องอะไรก็ใช้ได้หมดแหละ แต่ถ้าจะให้แนะนำจริงๆ เราแนะนำให้เป็นกล้องที่มีเซนเซอร์ขนาดใหญ่หน่อย อย่างขนาด APS-C ขึ้นไป พวก Sony Fujifilm Canon Nikon ไรงี้ (ไม่นับตัวmirrorlessของนิคอนนะ) เซนเซอร์ขนาด Four Thirds อย่าง Olympus หรือ Panasonic ยังพออนุโลมได้ แต่ถ้าเซนเซอร์ขนาดนิ้วเดียวลงไปนี่ชีวิตจะเริ่มยากละ เพราะยิ่งเซนเซอร์เล็กจะยิ่งดักแสงได้น้อยลง อาจเกิดnoiseบนภาพมากขึ้น มิติการเบลอหลังก็จะทำได้ไม่ดีเท่ากล้องที่ขนาดเซนเซอร์ใหญ่ๆ

กล้องบางตัวจะมีกันสั่นภายในตัว เรื่องนี้เป็นประโยชน์มากๆเพราะมันจะทำให้เราปรับค่าความเร็วชัตเตอร์ช้าๆเพื่อเพิ่มแสงให้ภาพได้โดยที่ภาพไม่สั่น

อุปกรณ์อีกชิ้นที่ถ้าหยิบไปจะทำให้ชีวิตดีขึ้นคือแฟลชแยกครับ แฟลชจะช่วยดึงให้แบบของเราเด่นขึ้นมาได้ และช่วยกลบแสงไฟสีๆอันไม่พึงประสงค์บนหน้าแบบของเรา

อุปกรณ์ที่เราเตรียมไปมีแค่นี้

  1. กล้อง Sony A7
  2. เลนส์ Sony Zeiss 55f1.8
  3. แฟลช Nissin i40

แค่นี้แหละ ขี้เกียจพกเยอะ

การตั้งค่า

การถ่ายรูปคนเวลากลางคืน เราจะต้อง balance ค่ารูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ แล้วก็ISOดีๆ เวลาถ่าย เรามักจะมองรูรับแสงเป็นอย่างแรก พยายามปรับให้กว้างๆ(ค่าfต่ำๆ)เข้าไว้เพื่อให้แสงเข้ามาในภาพเยอะๆ จากนั้นเราก็ไปชดเชยแสงด้วยความเร็วชัตเตอร์ เราจะปรับความเร็วให้ช้านิดนึงแสงจะได้เข้าเยอะๆ เอาซักประมาณ 1/40 – 1/80 วินาที ให้พอถือแล้วภาพไม่สั่น(ขึ้นอยู่กับความนิ่งของแต่ละคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกันสั่นของกล้องและเลนส์ด้วย) ถ้าแสงในภาพยังไม่พออีก เราก็ค่อยไปชดเชยแสงด้วย ISO

ส่วนเรื่องการโฟกัส เนื่องจากเป็นการถ่ายกลางคืน เราแนะนำให้เลือกใช้การโฟกัสออโต้แบบเปลี่ยนระยะโฟกัสได้ ของโซนี่เค้าเรียก DMF ของโอลิมปัสเรียก S-AF+MF ของฟูจิเรียก AF+MF (ไม่รู้ฟูจิมีระบบนี้ทุกรุ่นรึเปล่า) ส่วนยี่ห้ออื่นก็มีเหมือนกันแต่ไม่แน่ใจว่าใช้ชื่ออะไร หาเอาเองนะ

วิธีคือกดชัตเตอร์ครึ่งนึงให้มันโฟกัสแบบออโต้ไปก่อน ถ้าโฟกัสยังไม่เข้าค่อยหมุนวงแหวนโฟกัส พอโฟกัสเข้าแล้วค่อยกดชัตเตอร์ลงไปให้สุด

รูปข้างบนนี้เราใช้ค่า 1/80 f1.8 iso2000 แต่ยังไม่ได้ยิงแฟลชนะ เพราะไฟที่จัดอยู่ด้านหน้านางแบบมันค่อนข้างสว่าง เราว่าภาพมันก็ออกมาโอเคเลย โบเก้กลมสวยดี

Flash

ต่อไปเราจะลองยิงแฟลชดูบ้าง เวลายิงแฟลชในตอนกลางคืน ควรเปิดโหมด Slow Sync Flash ที่ตัวกล้องด้วยนะครับ เพื่อให้กล้องและแฟลชทำงานสัมพันธ์กันเวลาใช้ชัตเตอร์สปีดช้าๆ โหมดนี้จะช่วยดึงแสงจากทางด้านหลังให้สว่างมากยิ่งขึ้น ถ้าหากเราใช้โหมดแฟลชแบบ Fill ตัวแบบของเราจะสว่าง แต่ข้างหลังอาจจะมืดได้

ส่วนการปรับค่าที่ตัวแฟลช อันนี้เราใช้โหมด TTL ยิงความแรงที่ +0.5 (อันนี้แล้วแต่สถานการณ์นะว่าอยากได้แรงแฟลชระดับไหน)

TTL คือการให้เราเซ็ตแรงแฟลชที่ต้องการก่อน จากนั้นระบบจะวัดแสงผ่านเลนส์ เพื่อให้แฟลชยิงแสงออกไปตามค่าแสงที่เราเซ็ตไว้

ใครที่ชำนาญเรื่องการใช้แฟลชแล้ว หากลองเปลี่ยนไปใช้โหมด M จะให้ความแรงแฟลชที่แม่นยำกว่าโหมด TTL ครับ เพราะบางที TTL มันก็เอ๋อๆ กล้องแพนไปทางอื่นมันก็จะเปลี่ยนแรงแฟลชของมันเอง เอาแน่เอานอนไม่ได้มาก โหมด M มันจะยิงแฟลชออกไปด้วยความแรงคงที่ ทำให้แรงแฟลชไม่แกว่งไปแกว่งมา

1/40 f1.8 iso1000 TTL +0.5 Slow Sync

รูปพวกนี้เราไม่ยิงแฟลชตรงๆใส่นางแบบนะครับ ไม่งั้นภาพอาจจะออกมาผีได้ แต่เราใช้วิธียิงแฟลชขึ้นด้านบนสะท้อนกับ bounce card หลายๆคนคงเคยเห็นไอ้การ์ดสีขาวๆรูปร่างสี่เหลี่ยมหน้าตาตลกที่วางอยู่บนแฟลชอะ มันมีประโยชน์นะ! คือแสงมันจะกระทบกับการ์ดแล้วค่อยสะท้อนเข้าหน้านางแบบ วิธีนี้จะทำให้ได้แสงที่นุ่มกว่าการยิงแฟลชแบบตรงๆ

1/40 f1.8 iso1000 TTL +0.5 Slow Sync

เห็นมะ แสงข้างหลังมันจะสว่างๆถ้าใช้ชัตเตอร์สปีดช้าๆร่วมกับโหมด Slow Sync Flash

ขอแถมทริคสนุกๆนิดนึง: ยิ่งไฟเยอะๆแถมเรามีแฟลชในมือ เป็นโอกาสอันดีที่เราจะลากไฟให้เป็นเส้นๆแบบนี้

วิธีก็คือตั้งค่าชัตเตอร์สปีดให้ต่ำๆ ประมาณ 1/3 วินาที หรือช้ากว่านั้น แล้วแต่ความชอบ ปรับโหมดแฟลชไปที่ Slow Sync หรือ Front Curtain Sync ก็ได้(กล้องหลายๆตัวไม่มีโหมด Front นะ) จากนั้นพอกดถ่าย แฟลชจะยิงออกไป เสี้ยววินาทีหลังจากที่แฟลชยิงออกไปก็ให้เราหมุนกล้อง ซูมเลนส์ หรือจะขยับกล้องไปในทิศทางไหนก็แล้วแต่สะดวก ภาพที่ได้จะเป็นไฟวิ่งๆ สวยไปอีกแบบ แต่ตัวแบบจะยังชัดอยู่ เพราะแสงแฟลชที่สาดออกไปตอนแรกจะเข้าไป freeze ภาพเอาไว้ ถ้าภาพที่ได้มันออกมามืดไปก็ชดเชยด้วยISOแล้วถ่ายใหม่ครับ แต่โดยปกติไม่ต้องดันISOเยอะหรอกเพราะชัตเตอร์สปีดเราต่ำอยู่แล้ว

จริงๆเราจะใช้โหมด Rear Curtain Sync ก็ได้ครับ แต่มันจะยากกว่านิดนึงเพราะโหมดนี้แฟลชจะยิงออกไป freeze ภาพในช่วงท้าย ตอนเราขยับกล้องหมุนๆอาจจะทำให้เราไม่เห็นเฟรมภาพและทำให้ตัวแบบหลุดเฟรมในขณะที่แฟลชยิงออกไปได้ (โหมดนี้จะเหมาะเวลาถ่ายอะไรที่เคลื่อนไหว และต้องการfreezeภาพ ณ ช่วงท้ายของaction)

ภาพตัวอย่างข้างบนนี้เราใช้วิธีซูมเอาครับ คือพอยิงแฟลชปุ๊บ เสี้ยววินาทีถัดมาก็หมุนซูมเลย ภาพออกมาเป็นแบบนี้ วิธีนี้แฟลชหัวกล้องก็ทำได้ครับ ไม่ยากเลย ภาพนี้ถ่ายมาเมื่อเดือนก่อน เป็นภาพจากกล้อง a5100 เลนส์คิตนี่แหละ

White Balance

เดินถ่ายรูปเล่นบนถนนราชดำเนินไปเรื่อยๆ ถ่ายไปกดเลื่อนดูรูปไปก็รู้สึกว่าเฮ้ยทำไมแม่งส้มจังวะ ไม่โอเค แบบรูปนี้เลยครับ นางแบบเห็นนี่ด่าตาย

1/40 f1.8 iso800 AWB

ปกติถ้าเราสาดแฟลชแรงๆใส่นางแบบ สีจากไฟพวกนี้จะถูกกลบครับ เหลือแต่หน้าสว่างๆ แต่สถานการณ์นี้เราคงจะยิงเบาไป ยิงไม่โดนเพราะต้นไม้บัง วัดแสงไม่ดี หรือมีปัจจัยอื่นๆ ไม่รู้แหละ ยังไงเราพอใจกับหน้านางแบบนะ แต่เรื่องสีเนี่ยสิ

ปัญหานี้แก้ได้ด้วย White Balance ครับ

White Balance คือสมดุลแสงสีขาว เป็นกระบวนการที่ทำให้วัตถุอะไรก็ตามที่มีสีขาวในความเป็นจริง คงความเป็นสีขาวเอาไว้ในภาพ

ปกติคนทั่วๆไปเค้าก็จะใช้ Auto White Balance (AWB) กันครับเพราะว่ามันง่าย แต่เนื่องจากว่าพื้นที่ตรงนี้แสงมันส้มมาก กล้องเราอาจจะคำนวณ White Balance ที่ควรจะเป็นให้เราไม่ได้ การใช้ Auto White Balance จึงอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดครับ

เพราะมันเป็นไฟสีส้มๆใช่ปะ เราจึงปรับ White Balance ไปที่ Incandescent (ค่านี้เอาไว้ใช้ถ่ายในสถานการณ์ที่แสงส้ม) แล้วดูภาพที่เราได้นะ

ชีวิตดีขึ้นเยอะมากกกกกกกกกกกกกก เห็นปะว่า White Balance เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด ใครที่ถ่ายรูปเป็น JPEG เป็นประจำควรศึกษาเรื่อง White Balance ให้แม่นนะครับ เพราะไฟล์ JPEG เอามาแต่งทีหลังยากมาก ยิ่งไฟส้มๆหากถ่ายพลาดมานี่แก้กันทั้งปีทั้งชาติก็ไม่หาย แต่ใครที่ถ่ายไฟล์ RAW ได้ก็แนะนำให้ถ่ายครับ เพราะเอามาปรับแสงสีทีหลังได้ง่ายมาก ดูตัวอย่างนะ

ไฟล์ RAW ก่อนและหลังแต่ง

สำหรับใครที่อยากจะศึกษาเรื่องไฟล์ RAW กับ JPEG เพิ่มเติม ลองอ่านนี่ดูได้ครับ เคยเขียนไว้ :D

สรุป

การถ่ายภาพ Portrait กลางคืนจะมีความพิถีพิถันมากกว่าการถ่าย Portrait แบบปกติทั่วไปครับ เรื่องแสงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ได้ภาพที่ดีเพราะฉะนั้นต้องมีความเข้าใจในเบสิกพอสมควรว่าอะไรมีความสัมพันธ์กับแสงในทางไหนบ้าง ถ้าเข้าใจปุ๊บก็ไม่มีอะไรยากเกินกว่าเราจะสร้างสรรค์แล้วครับ :D

อ่านละเป็นไงกันบ้างเพิ่ลๆ เกิดความรู้สึกอยากหยิบกล้องออกไปถ่ายไฟบ้างมั้ย พยายามฝึกฝนกันเยอะๆนะ ช่วงที่เค้าจัดไฟสวยๆนี่เป็นโอกาสทองในการเรียนรู้เลยแหละ ออกไปถ่ายรูปแล้วก็เอามาโพสให้ดูกันด้วยนะว่าเป็นไง สวยมั้ย อยากเห็นอะ ใครถ่ายได้แล้วก็เอื้อเฟื้อถ่ายให้คนอื่นๆที่พบเจอตามถนนหนทางด้วยนะครับ เราอยากให้ทุกคนได้มีภาพสวยๆ

ใครที่มีคำถามอะไรสามารถถามกันเข้ามาได้ในหลากหลายช่องทางนะครับ ไม่ว่าจะทางเพจ Chanon ทาง Twitter ทาง ask.fm หรืออินสตาแกรมก็ได้ ถ้าเห็นก็จะพยายามตอบ ถ้าไม่เห็นก็ลองถามมาใหม่ ถ้าใครถามมาทางหน้าเพจได้ยิ่งดีครับ ชาวบ้านเขาจะได้รู้ด้วย ก่อนจากกัน ลาไปด้วยภาพหน้าพระตำหนักจิตรลดาครับ ตกแต่งไฟสวยดี ไปเดินถ่ายรูปเล่นรอบๆได้ครับ

บ๊ายบาย

Special Thanks: ขอบคุณเฟื่องลดา @faunglada ที่มาเปนนางแบบให้นะ