รีวิว Olympus PEN E-PL8 กล้องมิเรอร์เลสรุ่นเล็กหน้าตาดีที่มีกันสั่น3แกน

“กล้องมิเรอร์เลสระดับเริ่มต้นจากค่ายโอลิมปัส”

สวัสดีครับ เรา @torcnn เอง

จริงๆกล้อง Olympus PEN E-PL8 มันออกมาได้สักพักแล้วแหละ ตั้งแต่กันยาปี2016 แต่เราเพิ่งจะมีโอกาสได้เล่นแบบจริงๆจังๆ หลังจากได้คลุกคลีกับมันมาสักพัก เลยมาเขียนรีวิวซักหน่อย เห็นว่ามีหลายๆคนที่สนใจตัวนี้อยู่

Background

กล้อง Olympus PEN E-PL8 เป็นกล้องในซีรีส์ PEN ซึ่งเอกลักษณ์ของกล้องในซีรีส์นี้คือจะมีขนาดตัวที่ไม่ใหญ่มาก (ตามชื่อPENหรือปากกาเลยครับ คือเขากะทำมาให้พกพาง่ายๆ) รูปทรงแบนๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม การตกแต่งภายนอกมีความแฟชั่น มันจึงเหมือนซีรีส์กล้องที่สนองอารมณ์ของคนถ่ายรูปด้วย ไม่ได้เน้นการใช้งานอย่างเดียว

สเปครวมๆของเจ้าตัวนี้ไม่ได้มีความแตกต่างจากรุ่น E-PL7 มากนัก ที่ต่างจริงๆก็เรื่องดีไซน์นี่แหละ อันนี้เรายอมรับว่าสวยจริง แต่ถ้ากังวลว่ากลัวจะสวยอย่างเดียว เรื่องสเปคจะโอเคมั้ย เหย มันโอเค ไปดูกันทีละส่วนเลยเพื่อความแน่ใจ

เซนเซอร์

เซนเซอร์ของ Olympus PEN E-PL8 เป็นเซนเซอร์ขนาด Micro Four Thirds เหมือนกับพี่น้องโอลิมปัสตัวอื่นๆ เวลาที่เราติดเลนส์อะไรต้องจับระยะคูณ2เข้าไปด้วย จึงจะได้ช่วงเลนส์ที่แท้จริง (เช่นติดเลนส์ 25mm f1.8 จะได้ระยะคูณเป็น 50mm)

ถามว่าเซนเซอร์ขนาดนี้ใหญ่มั้ย บอกก่อนว่ามันไม่ได้ใหญ่ที่สุดในตลาดครับ คือเซนเซอร์ยิ่งใหญ่จะมีผลดีต่อคุณภาพของไฟล์และการเบลอหลังก็จริง แต่ปัญหาที่ตามมาคือขนาดเลนส์มันก็จะใหญ่ขึ้น เซนเซอร์ขนาดใหญ่มันจึงไม่ใช่คำตอบของมนุษย์ทุกคนเสมอไป ถ้าหากว่าเราใช้เซนเซอร์ที่ขนาดเล็กลงมา เลนส์ก็จะเล็ก พกพาง่ายยิ่งขึ้น และคุณภาพไฟล์ของกล้องเซนเซอร์ Micro Four Thirds นี่ไม่แย่นะ จัดว่าโอเคเลย

ความละเอียดที่ใส่มาคือ16ล้านพิกเซล เหลือเฟือแล้วแหละ

ชัตเตอร์

เร็วสุดที่ 1/4000 วินาที มี Bulb Mode (ถ่ายไปเรื่อยๆไม่มีกำหนด) และที่สำคัญคือมีโหมด Live Composite ที่ทำให้การตั้งกล้องถ่ายลากไฟ ถ่ายลากดาวเป็นเส้นๆ หรือถ่ายน้ำตกง่ายดายยิ่งขึ้น

กันสั่น3แกน

กล้องตัวนี้มีกันสั่น3แกนมาให้ด้วย ประโยชน์ของกันสั่นก็คือทำให้เราใช้ความเร็วชัตเตอร์ช้าๆได้ ด้วยความที่เซนเซอร์มันไม่ได้ใหญ่มาก การลดความเร็วชัตเตอร์ในหลายๆสถานการณ์เพื่อเพิ่มปริมาณแสงให้ภาพจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะมันทำให้เราใช้ค่าISOต่ำๆได้ คุณภาพของภาพจะได้ดีขึ้น

รูปข้างล่างนี้เราใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/8 วินาที กลั้นหายใจแล้วถ่าย พอไหวอยู่แมะ นี่ใช้กับเลนส์ 25mm f1.8 ซึ่งไม่มีกันสั่นภายในตัวเลนส์

กล้องระดับเริ่มต้นเค้ามักจะไม่ใส่ฟังก์ชั่นนี้มาให้นะครับ ถ้าใครมีงบสำหรับมิเรอร์เลสซักสองหมื่นกลางๆและจะเอากันสั่นด้วย ยังไงก็ต้องวิ่งมาหาOlympus ถึงแม้จำนวนแกนกันสั่นจะไม่ได้เยอะเท่ากล้อง Olympus รุ่นสูงๆ แต่มันก็เป็นกันสั่นที่มีประสิทธิภาพเลยนะ ค่ายนี้เค้าเด่นเรื่องนี้อยู่แล้ว

ปุ่มต่างๆและการควบคุม

กล้อง Olympus PEN E-PL8 เป็นกล้องที่จัดว่ามีปุ่มมาให้เยอะกว่ากล้องระดับเริ่มต้นยี่ห้ออื่นๆในตลาด ทำให้การปรับค่าหรือเรียกใช้งานเมนูต่างๆทำได้อย่างรวดเร็ว (ถ้าชินแล้วน่ะนะ)

ปุ่มที่ได้ใช้บ่อยๆคือปุ่ม OK เพราะมันเป็นเมนูลัดที่ทำให้สามารถปรับค่าต่างๆในกล้องได้เกือบหมด

การปรับค่ารูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ และISO สามารถทำได้ผ่านปุ่มด้านหลังทั้งสิ้น แต่เราเป็นผู้ชาย นิ้วใหญ่เลยรู้สึกกดลำบากนิดหน่อย เลยมักจะไปปรับค่าที่วงแหวนด้านบนแทน

อันนี้คือหน้าตาของวงแหวนด้านบน อยู่ในตำแหน่งที่หมุนง่าย หุ้มรอบๆปุ่มชัตเตอร์ไว้ ดีไซน์รอบๆเป็นรอยหยักหนึบนิ้ว ข้างๆกันจะมีวงแหวนปรับโหมด และปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง

การโฟกัส

การออโต้โฟกัสเป็นแบบ Contrast Detection มีจุดโฟกัส81จุด ถ้าใช้ถ่ายทั่วๆไป จากการทดสอบนี่จัดว่าเร็วครับ

การโฟกัสด้วยกล้อง Olympus PEN E-PL8 รวมๆทำได้ง่ายนะ เพราะมันจิ้มที่จอโฟกัสได้เหมือนมือถือเลย

หน้าจอ

หน้าจอของ Olympus PEN E-PL8 เป็นแบบทัชสกรีน จะจิ้มกดปรับเมนู จะจิ้มเลือกจุดโฟกัสก็ได้ สะดวกสบายดี

หน้าจอพลิกขึ้น80องศาเพื่อถ่ายมุมกด พลิกลงได้เพื่อถ่ายมุมสูง และพลิกลงไปได้อีกที่180องศาด้านล่างเพื่อเซลฟี่

ทางโอลิมปัสเค้าไม่ชอบภาพเซลฟี่ที่พลิกจอขึ้นบนครับ เพราะมันทำให้ตามองบนและดูไม่เป็นธรรมชาติ เค้าบอกว่าการมองจอล่างจะให้ภาพเซลฟี่ที่ดีกว่า อันนี้เราไม่ขอพูดอะไร เอาเป็นว่าแล้วแต่คนชอบนะฮะ

แต่สำหรับคนที่ชอบตั้งกล้องถ่ายตัวเองบนขาตั้งกล้องอาจจะไม่เหมาะ เพราะขาตั้งกล้องมันจะบังจอที่พับลงมาด้านล่าง แต่ใครที่ไม่ได้กะจะเซลฟี่ด้วยขาตั้งกล้องก็ไม่ได้มีไรต้องห่วง

เซลฟี่

หน้าจอพับได้ก็ต้องมาต่อกันเรื่องเซลฟี่ว่าเป็นยังไงบ้าง เราทดสอบการเซลฟี่ทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่

  • โหมดออโต้ โหมดนี้หากนำมาใช้เซลฟี่ เราพบว่ากล้องจะใช้รูรับแสงที่ค่อนข้างแคบ เราว่าเหมาะกับการเซลฟี่หมู่หลายๆคน หน้าเพื่อนๆจะได้ไม่เบลอ รูปพวกนี้ขนาดรูรับแสงอยู่ที่5.6
  • โหมด Portrait (เข้าผ่านโหมด SCN) โหมดนี้เวลานำไปเซลฟี่ กล้องจะใช้ขนาดของรูรับแสงที่กว้างกว่า รูปพวกกล้องเลือกใช้รูรับแสงที่3.5 ทำให้เกิดการเบลอหลังมากกว่าโหมดออโต้ เหมาะกับการใช้ถ่ายเซลฟี่เดี่ยวๆ ลองสังเกตพื้นหลังเทียบกันดูได้ครับ มันจะเบลอมากกว่ากันอยู่นิดนึง
  • โหมด e-Portrait (เข้าผ่านโหมด SCN) โหมดนี้จะคล้ายๆโหมด Portrait แต่จะมีการเกลี่ยหน้าให้เนียนขึ้นด้วย โดยแต่ละภาพจะมีระยะเวลาในการprocessหน้าเนียนประมาณ 5 วินาที ทำให้ไม่สามารถถ่ายโหมดนี้อย่างต่อเนื่องได้นะ

ลองเปรียบเทียบดู ภาพบน: Portrait, ภาพล่าง: e-Portrait จะเห็นได้เลยครับว่า โหมด e-Portrait จะมีการเกลี่ยรูขุมขนให้เนียนกว่าอยู่พอสมควร (อย่าไปบอกน้องมุกนะว่าเราซูมขนาดนี้ เดี๋ยวมันด่า 55555)

การถ่ายภาพต่อเนื่อง

สามารถถ่ายรัวได้ที่8ภาพต่อวินาที ค่อนข้างเร็วนะครับ

วิดีโอ

วิดีโอเป็นแบบ 1920 x 1080 หรือ Full HD นั่นเอง ความต่อเนื่องที่ 30 เฟรมต่อวินาที เสียใจนิดหน่อยที่ไม่ใส่มาให้มากกว่านี้

Wifi

สามารถส่งภาพด้วย Wifi ได้ผ่านแอปพลิเคชั่น Olympus Image Share (หรือ O.I. Share) แอปนี้ยังใช้เป็นชัตเตอร์ได้ด้วยนะ

แบตเตอรี่

ชาร์จเต็มที่ถ่ายได้ประมาณ 350 รูป มีเป็นที่ชาร์จแบตแยกออกมา ไม่ต้องเสียบกับกล้องโดยตรง เหมาะกับคนที่ชอบพกแบตหลายๆตัว

บอดี้

สิ่งที่ดูจะเป็นไฮไลต์ที่สุดของรุ่นนี้ก็คือดีไซน์นี่แหละครับ สวยเลยอะ บอดี้มีให้เลือกสามสี คือสีน้ำตาล ขาว และดำ

ขนาดไม่ใหญ่ เป็นโลหะ ไม่ใช่พลาสติก ดูทนทาน จับแล้วรู้สึกแน่นๆมือ น้ำหนักอยู่ที่ 374 กรัม (รวมแบตและการ์ด)

ราคา

บอดี้พร้อมเลนส์ 14–42mm ราคา 24,990 บาท

เลนส์เสริม

เลนส์ที่ใช้ด้วยกันกับกล้อง Olympus PEN E-PL8 มีเยอะมากครับ นอกจากจะใช้เลนส์ยี่ห้อตัวเองได้แล้ว ยังสามารถใช้เลนส์ของยี่ห้อเพื่อนบ้านที่เป็น Micro Four Thirds เหมือนกันได้อีก

ก่อนอื่นเราแนะนำให้เล่นเลนส์คิตไปเรื่อยๆก่อนครับ จากนั้นเราจะตัดสินใจได้เองว่าต่อไปเราอยากได้อะไร ถ้าใครอยากจะถ่ายแค่ snap สตรีททั่วๆไป เลนส์คิตก็ใช้ได้แล้วครับ ระยะ 14mm (คูณ2เป็น28mm) เป็นช่วงกว้างที่ไม่กว้างเกินไป ถ่ายง่ายกำลังดีเลย

แต่ถ้าหากจะถ่ายภาพแนวบุคคล เบลอหลังเบาๆ แนะนำเป็นตัว 25mm f1.8 ครับ หรือถ้าอยากได้เบลอมากกว่านี้ก็ 45mm f1.8

ถ้าอยากได้ช่วงที่ถ่ายง่าย สามารถเบลอหลังได้นิดหน่อย และรูรับแสงกว้าง ช่วยให้ไม่ต้องดันค่าISOเยอะ แนะนำเป็น 17mm f1.8 ครับ ใช้เป็นเลนส์ติดกล้องได้เลย แต่ถ้างบไม่ถึงก็เอา 17mm f2.8 พอ

สรุป

รวมๆ Olympus PEN E-PL8 เหมือนทำมาสนับสนุนงานภาพนิ่งมากกว่างานวิดีโอ คนที่ชอบกดชัตเตอร์เรื่อยเปื่อย เจออะไรก็ถ่าย ถ่ายแนวสตรีท ถ่ายทั่วๆไป เน้นการพกพาและหน้าตาของตัวกล้อง อันนี้จะเป็นตัวเลือกที่ดีครับ

เราจะสรุปข้อดีและข้อสังเกตให้เป็นข้อๆนะฮะ

ข้อดี

  1. เซนเซอร์ขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้เลนส์มีขนาดเล็ก พกพาง่าย
  2. โฟกัสได้รวดเร็วดี
  3. หน้าจอพลิกเซลฟี่ได้ และพลิกจอถ่ายมุมต่ำ-มุมสูงได้
  4. มีกันสั่น!
  5. หน้าตาดี สีสวย เราชอบสีน้ำตาลสุดๆ
  6. มีเลนส์ให้เลือกเล่นเยอะ
  7. บอดี้ดูทนทานดี
  8. ด้วยความที่ขนาดไม่ใหญ่มากทำให้ชาวบ้านชาวช่องไม่กลัวเวลาเราหยิบมาถ่าย

ข้อสังเกต

  1. ขนาดเซนเซอร์เท่านี้ไม่ใช่ขนาดที่จะซัพพอร์ตการถ่ายหลังเบลอได้เยอะๆครับ มันจะเหมาะกับงานที่เราอยากให้ภาพชัดทั้งภาพ เช่นงานสตรีท งานถ่ายวิวต่างๆ (ไม่ใช่เบลอหลังไม่ได้นะ เบลอได้ แต่ต้องเลือกเลนส์ให้ถูก)
  2. การดันISOเยอะๆบนเซนเซอร์ขนาดนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ๆ การถ่ายในสภาวะแสงน้อยจึงต้องพยายามบาลานซ์ค่าต่างๆให้ดี ใช้กันสั่นที่ใส่มาให้เป็นประโยชน์เพื่อลดความเร็วชัตเตอร์ เพื่อให้เราลดค่าISOตามไปได้เยอะๆ
  3. หน้าจอพลิกลงล่าง ทำให้การเซลฟี่ด้วยขาตั้งกล้องไม่สะดวกนัก
  4. โหมด e-Portrait ใช้เวลาในการจัดการภาพถ่ายค่อนข้างนาน
  5. เฟรมเรตของวิดีโออยู่ที่ 30 เฟรมต่อวินาที อยากให้เพิ่มนะ
  6. ไม่มีแฟลชในตัวกล้อง แต่เค้ามีแฟลชแยกมาให้ในกล่อง (ตอนยืมทางโอลิมปัสมาเล่นเราไม่ได้ขอตัวแฟลชมาด้วย ขออภัยเด้อ)
  7. เมนูลัดใช้เครื่องหมายค่อนข้างเยอะ อย่าลืมให้เวลาตัวเองในการศึกษาตรงนี้ด้วย
  8. รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ไม่ได้อัพเกรดจากรุ่น E-PL7 เท่าใดนัก ถ้าไม่ได้กะจะเอาเรื่องดีไซน์จริงๆ จะลงไปเล่นรุ่นเก่าก็ได้นะ

เท่านี้ครับกับรีวิว Olympus PEN E-PL8 เพื่อนๆสามารถติดตามบทความอื่นๆได้ทาง Medium หรือมาคุยเล่นกันได้ตามช่องทางอื่นๆอย่าง Facebook, Twitter และ Instagram นะฮะ

ขอลาไปด้วยภาพจากกล้องตัวนี้ที่ถ่ายจากเลนส์ 14–42mm และ 25mm f1.8 (ตัวนี้เลนส์โปรดของเราเลย)

ไปละ บ๊ายบาย