จาก ฮาวทูทิ้ง สู่ มาริเอะ คนโดะ

ช่วงนี้เล่นเฟซแล้วก็เจอการโปรโมตภาพยนตร์ ฮาวทูทิ้ง ของพี่เต๋อ นวพล ทำให้เราอดนึกถึงเทพแห่งการทิ้งและการจัดบ้านไม่ได้ เธอเป็นเจ้าของหนังสือ “ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว”

ตอนที่เห็นหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกก็งง ว่าจัดบ้านเนี้ยนะ! จะทำให้ชีวิตดีได้ พอได้ลองเปิดใจจึงรู้ว่ามันไม่ใช่แค่การจัดบ้านนะ มันคือวิธีคิด แล้วการจัดบ้านแบบนี้นี่แหละที่จะทำให้ชีวิตเรา Productive มากขึ้น

ก่อนอื่นพี่เฟย์ขอแนะนำข้อมูลของมาริเอะ คนโดะก่อน มาริเอะ คนโดะ สาวญี่ปุ่นวัย 34 ปี ปัจจุบันเธอแต่งงานมีสามีและลูก 2 คน ขณะนี้อาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา หากย้อนกลับไปในวัยเด็กมาริเอะเป็นเด็กสาวผู้มี Passion อย่างแรงกล้าในการเป็นแม่ศรีเรือน

เธอเล่าว่าเธอน่ะ ชอบอ่านหนังสือในหมวดหมู่ของแม่บ้าน (ถ้าเป็นเมืองไทยคงเป็นนิตยสารพวก ประดิษฐ์ประดอย เอ๊ะ น้องๆเกิดทันไหมคะ) ในขณะที่เพื่อนๆ ไปวิ่งเล่น เธอก็จะอ่านหนังสือแม่บ้านและขมักเขม้นกับการจัดตู้หนังสือของโรงเรียน จนวันนึงในขณะที่เธอเรียนมัธยม เธอได้พบกับหนังสือ “เทคนิคในการทิ้ง” ของ “นะกิสะ ทัตซึมิ” เธอหลงใหลมันอย่างมากและ อ่านตลอดทางที่นั่งรถไฟกลับบ้าน และลงมือทิ้งของในห้องทันทีที่เธอกลับมาถึงบ้าน

เธอพบว่า แม้ห้องเธอจะเล็กแต่กลับมีขยะถึง 8 ถุง และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักจัดบ้าน และเริ่มอาชีพที่ปรึกษาด้านการจัดบ้านในขณะที่เธออายุเพียง 19 ปี

หนังสือของมาริเอะดังเป็นพลุแตกในปี 2011 และถูกนำไปแปลหลายภาษา มียอดพิมพ์หลายล้านเล่ม วางขายกว่า 30 ประเทศ ติดอันดับเบสต์เซลเลอร์และที่พีคสุดๆ คือเธอได้รับเลือกจากไทม์ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลทรงอิทธิพลที่สุดของโลกเมื่อปี 2014 อีกด้วย และในปีนี้เทคนิคการจัดบ้านของเธอก็ไม่ได้เป็นเพียงตัวหนังสือเท่านั้น เพราะ Netflix ได้ทำสาระคดีเกี่ยวกับเทคนิคการจัดบ้าน โดยพาเธอไปแนะนำให้กับครอบครัวที่มีปัญหาในชีวิตต่างๆ ที่การจัดบ้านช่วยให้ปัญหาเหล่านั้นคลี่คลายไปได้

พี่เฟย์ต้องขอออกตัวก่อนว่ายังไม่ได้อ่านหนังสือของ มาริเอะ คนโดะหรอกนะคะ แต่พี่มีโอกาสฟัง Readery Podcast ดูสารระคดีของเธอทาง Netflix และอ่านเรื่องราวของเธอมาบ้าง วันนี้พี่เลยจะเอาเฉพาะหัวใจหลักของการจัดบ้านมาเล่าให้น้องๆฟัง เพราะพี่ว่าสำหรับเด็กมหาวิทยาลัย น้องๆคงมีปัญหาชีวิตที่มันรกรุงรัง ทั้งเรื่องห้องรก ตู้เสื้อผ้ารก ร่วมถึงเรื่องหัวใจที่มันรกๆ ใช่ม่ะ

ลองดูกันได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=RiAtCv0Yx8M

“เอาของทั้งหมดออกมากอง”

การที่เราจะทิ้งอะไรได้ เราต้องรู้ก่อนว่าเรามีอะไรให้ทิ้งบ้าง

ขั้นที่ 1 คือ รื้อทั้งหมดออกมาค่ะ เสื้อผ้าที่ล้นตู้ หนังสือที่ล้นชั้น เอาออกมากองค่ะ

ขั้นที่ 2 หยิบของขึ้นมาที่ละชิ้นสัมผัสมัน รู้สึกถึงมัน ถ้าเรารู้สึกอบอุ่นโรแมนติกกับมันหรือที่ มาริเอะ เรียกว่า Spark Joy ก็เก็บมันเอาไว้ค่ะ แต่ถ้าไม่รู้สึกกับมันก็บอกขอบคุณอย่างจริงใจและวางลงกล่องเพื่อนำไปบริจาคต่อไปค่ะ

ขั้นที่ 3 เป็นการแยกย่อยของวิธีการเก็บค่ะ โดยวิธีการเก็บมีทั้งหลายหมวดหมู่

หมวดหมู่ที่ 1 เสื้อผ้า

เทคนิคการเก็บเสื้อผ้าคือเมื่อเราเปิดตู้เราต้องเห็นทุกอย่างที่เรามี เพราะฉะนั้นนอกเหนือจากการเเขวน มาริเอะยังมีเทคนิคการพับ เพราะถ้าเราพับเเล้วซ่อนๆกันเราก็จะหยิบแต่ตัวเก่าๆอ่ะ ตัวล่างๆก็นะไม่ได้หยิบ

วิธีของมาริเอะจึงช่วยให้เราเห็นเสื้อทุกตัวเเละหยิบง่ายขึ้น ไม่ต้องรื้อให้รก

แล้วน้องๆรู้อะไรไหมพอเราไม่ต้องหาเราก็ประหยัดเวลา เราก็ใช้เวลาแต่งตัวน้อยลงเอาเวลาไถทวิตได้มากขึ้น อิอิ

หมวดที่ 2 หนังสือและเอกสาร

สำหรับหนังสือคงขัดใจคนรักหนังสือสักหน่อย แต่มาริเอะให้เเง่คิดว่าหนังสือเป็นการบอกตัวตนและ เรื่องที่เราสนใจเวลานั้น บางครั้งเราเก็บหนังสือเก่าของเราไว้ ทั้งๆที่เราอาจจะไม่ได้สนใจเรื่องนั้นๆแล้ว การที่เราส่งต่อหนังสือไปให้คนอื่นจึงเป็นเรื่องที่ไม่เลวร้ายอะไร

และเมื่อเรามีพื้นที่มากขึ้น เราก็จะได้รับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาได้มากขึ้นอีกด้วย

ต่อมาคือ เอกสาร บางคนชอบเก็บเอกสาร กลัวว่าวันนึงต้องใช้มัน มาริเอะบอกว่าไม่ต้องกังวลหรอกเพราะในชีวิตจริงไม่มีใครได้ใช้มันหรอก ฉะนั้นเก็บแต่ที่จำเป็น กล่องไอโฟน ไอแพดก็ทิ้งได้นะ ความจริงคือมันก็ไม่ได้ราคาอะไรมากหรอก คู่มือก็ทิ้งไปได้นะ เพราะGoogle ตามที่นายกบอกอาจจะง่ายกว่า

หมวดที่ 3 หมวดห้องครัว

อันนี้พี่ไม่ลงดีเทลนะ คล้ายๆกับเสื้อผ้านั่นแหละคือเก็บเฉพาะที่จำเป็นและ จัดหมวดหมู่ตามขนาด กล่องจัดระเบียบจะมีประโยชน์มากสำหรับหมวดห้องครัว เพราะอุปการณ์ครัวมันต้องใส่เกะและ มีหลายขนาดไปอีก ฉะนั้นเอากล่องมาช่วยจัดระเบียบเพื่อให้หาง่ายไม่กระจายนะ พี่ว่าสามารถไปปรับใช้กับเครื่องเขียนได้ด้วย

หมวดที่ 4 ของที่มีคุณค่าทางจิตใจ

เช่น รูปถ่ายครอบครัว เสื้อผ้าของผู้ที่จากไป หมวดนี้คงเป็นหมวดที่จัดการยากที่สุด จึงเป็นหมวดสุดท้ายของการจัดเก็บ เพราะเราจะใช้เวลารำลึกความหลังนานมากๆ กับหมวดนี้ มาริเอะบอกว่า เราสามารถเก็บได้แต่ไม่ใช่เก็บทั้งหมดเลือกอันที่มีคุณค่าทางจิตใจให้รำลึกถึงจริงๆ เพราะการเก็บมาจาก 2 ปัจจัยคือ การยึดติดกับอดีตและการกังวลกับอนาคต แต่เราไม่ต้องกังวลหรือยึดติดอะไรเลย

สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือ ตัวเราในปัจจุบัน

หลังจากพี่รู้จักมาริเอะ คนโดะ ผ่านแนวคิดของหล่อน พี่ว่ามันก็คงจริงเนอะ ที่ชีวิตเราจะดีขึ้นด้วยการจัดบ้าน บางคนเห็นชื่อหนังสือแล้วคงแปลกใจ เอาการจัดบ้านมาใช้กับชีวิตคืออิหยังวะ แต่ลองคิดอีกทางดูนะ การที่ชีวิตเรามีของน้อยลง เรามองเห็นทุกอย่างในปัจจุบันได้ชัดเจนขึ้น มีพื้นที่ว่างในชีวิตมากขึ้น ไม่ยึดติด ไม่กังวล ชีวิตมันก็คงโล่งมาเลยเนอะ เปิดตู้เสื้อผ้ามาก็ไม่ต้องปวดหัวรื้อค้นทุกเช้า หัวโล่งๆก่อนไปเรียน ตู้หนังสือมีพื้นที่เหลือเยอะขึ้นสำหรับซื้อหนังสือใหม่ รอรับความรู้ใหม่ๆ จะหาเอกสารหรืออุปกรณ์อะไรก็ง่ายขึ้น เเค่เปิดเก๊ะก็เจอเลย

ชีวิตเบาๆแบบนี้ดูน่าอิจฉาจริงๆใช่ไหมล่ะ อย่าลืมไปลองทำกันนะคะ!

UCADEMiA Community

ชีวิตมหาลัย…บทเรียนใหม่เรียนรู้ได้ทุกวัน

    Nattasasy Khongcharoen

    Written by

    เป็นคนเบาเบา

    UCADEMiA Community

    ชีวิตมหาลัย…บทเรียนใหม่เรียนรู้ได้ทุกวัน

    Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
    Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
    Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade