WEDO
Published in

WEDO

D-class: Metaverse, the future is now

หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า Metaverse ที่กลายเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงมากตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจากการที่ Facebook ประกาศ direction ใหม่ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น Meta แต่จริง ๆ แล้ว Metaverse คืออะไรกันแน่ แล้วมีโอกาสอะไรให้พวกเราได้บ้าง วันนี้ WEDO กลับมากับบทความสรุปความรู้ดี ๆ ที่แฟนพันธุ์แท้ Metaverse ห้ามพลาด!! คลาสเรียนครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งไหน ๆ เพราะพี่อาร์ท Chief Digital Officer แห่ง WEDO ของเราได้สละเวลามาแชร์ประสบการณ์และมุมมองที่มีต่อ Metaverse ด้วยตัวเอง ถ้าพร้อมแล้ว อย่ารอช้า มาอ่านไปพร้อม ๆ กันเลย!

พี่อาร์ทเล่าว่าตนเองเป็นคนหนึ่งที่ทัน early stage ของ internet เมื่อย้อนกลับไปในยุคนั้น ยังไม่มีใครคิดออกว่า internet คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และเริ่มมีการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วในชีวิตจริงไปประยุกต์ใช้ อย่างเช่น การขายสินค้าต่าง ๆ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การที่ internet สามารถรองรับภาพ วิดีโอ ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารให้กับพวกเรา เกิด social media platform ต่าง ๆ ทั้ง Facebook Twitter และ Instagram ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันขึ้นมา ซึ่ง platform ต่าง ๆ นี้นับเป็น service ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกจริง ณ ขณะนั้น ปัจจุบันถ้าถามประโยชน์จริง ๆ ของ internet คงตอบได้ชัดเจนแล้ว หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเราเชี่ยวชาญในการใช้งาน internet มาก แต่สิ่งที่น่าเศร้าคือ ‘เราเป็นแค่ user’

“ครั้งแรกที่อยู่ใน early stage ของ internet เราคิดไม่ออกว่าประโยชน์จริง ๆ ของมันคือไร ซึ่งน่าเสียดายมากเพราะ internet ไม่ได้มีความต่างในเรื่องที่ตั้งประเทศ ขนาด และจำนวนคนคิดไอเดีย”

เพราะฉะนั้นรอบนี้ที่มี Metaverse หวังว่าเราจะไม่นั่งรอเป็นผู้ใช้เหมือนยุค internet เพราะสามารถศึกษา case study จาก internet และ predict ได้ว่า Metaverse จะเป็นไปในทิศทางไหนได้บ้าง ถ้าอยากเป็น player มี opportunity อะไรบ้าง เพราะตอนนี้ Metaverse เหมือน early stage ของ internet แต่จะโตเร็วกว่าเยอะมาก

พี่อาร์ทมองว่าแม้ว่าคนที่ทำให้ Metaverse เป็นที่รู้จักคือ Facebook (Meta) แต่ในแง่ technology คนที่ดูมีภาษีดีที่สุดคือ NVIDIA และบริษัทเกมส์อย่าง Unreal และ Unity อีกทั้งบริษัท device เช่น HTC และ HP ถ้าอนาคต Apple Neuralink และ Microsoft เข้ามาเล่นเป็น big player จะผลักดันให้ Metaverse โตอย่างรวดเร็วมาก

Cr. D-class: Metaverse, the future is now

ตอนนี้หลายคนเริ่มสร้าง virtual store ใน Metaverse ซึ่งมองว่าน้อยคนที่จะซื้อของสำเร็จ โดยคนที่พยายามซื้อของให้สำเร็จอาจจะเป็น early adopter ที่อยากลองเล่น Metaverse แต่การซื้อของในนี้คงไมเป็น mainstream behavior ที่ทำทุกวัน ดังนั้นถ้าเราอยากเป็น player ต้องมองให้ออกว่าเริ่ม disrupt หรือยัง ให้เริ่ม invest ทั้งเงิน นวัตกรรม ความรู้ ความเข้าใจ business model แล้วเกาะคลื่นลูกนี้ตอนที่ take off แล้วไม่ตกลงมา

Cr. D-class: Metaverse, the future is now

พี่อาร์ทเล่าว่า Metaverse น่าสนใจเพราะ no boundary, no entry barrier ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนก็ไม่สำคัญ เราสามารถเข้าไป access ตลาดใหม่ ตลาดทั้งโลกได้เลยโดยใช้ต้นทุนน้อยมากเพราะต้นทุนอย่างเดียวของ Metaverse คือสมอง ความคิดสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์ ในขณะที่ตลาดกว้างมาก เลยทำให้น่าสนใจ นอกจากนี้ จาก report ของ DEPA ยังพบว่ารายได้ของเมื่อก่อนหลัก ๆ คือ smart device แต่ตอนนี้ digital content จะมีค่ามาก จะสูงขึ้นมากว่า software industry ซึ่งนี่อาจจะเป็นโอกาสใหม่ของพวกเราในฐานะ creator

  • sense of presence การที่รู้สึกเหมือนเราเข้าไปอยู่และเป็นส่วนหนึ่งในนั้นจริง ๆ
  • interoperability เป็น universe เล็ก ๆ ที่เราสามารถ teleport เดินทางถึงกันได้หมด
  • value creation & exchange คือ centralization of ownership ที่เมื่อเรา own สิ่งหนึ่งแล้วถ้าคนอื่นอยากจะเอาสิ่งนี้ไปจะต้องขออนุญาตจากเรา และตัวเราสามารถนำสิ่งนั้นไปใช้ในที่อื่นได้ รวมถึงถ้าเรา invest กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง invest นั้นจะต้องคงอยู่ across metaverse โดยยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าถ้าเรามี 10 บาทในประเทศไทย ไม่นับว่าเป็น centralization of ownership เพราะถ้าเราบินไปประเทศอื่น ก็จะไม่ใช่ 10 บาท
Cr. D-class: Metaverse, the future is now
  • VR หรือ digi-verse คือ การที่เราเข้าไปอยู่ในนั้น ได้ experience เหมือนโลกจริง หรือเหนือกว่าโลกจริงก็ได้ขึ้นอยู่กับ creativity ของ designer ซึ่งเราจะมองไม่เห็นโลกจริงเลย
  • AR หรือ hyper-verse คือ การเอา Metaverse ที่เป็น digital ออกมาซ้อนทับโลกจริง เรามองเห็นโลกจริงผ่านตาเราโดยมีกระจกบานนึงมาซ้อนทับ
  • MR (mixed reality passthrough) หรือ multi-verse คือ การเอาโลกทั้งสองใบมาผสมกัน โลกจริงถูกนำเข้ามาผ่านกล้อง แต่เป็นกล้องสองตัว เอามา mix VR จากนั้น display ผ่านจอ

ในโลกของ Metaverse แน่นอนว่าคงมี tool มากมายที่จะช่วยให้เราสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น

Cr. D-class: Metaverse, the future is now
  • real-time physics ตอนนี้ไปไกลมากเนื่องจาก game industry
  • material & texture การสแกน texture จากของในโลกจริง ซึ่งทำให้ประสบการณ์ใน Metaverse เหมือนจริงขึ้น
  • real-time multilingual Metahuman ถ้าเราพูดใน Metaverse เป็นภาษาไทย คนฟังอาจสามารถฟังได้ถึง 5 ภาษาพร้อมกันได้เลย และยังสามารถมี avatar ใน Metaverse เหมือนตัวเองได้ด้วย
  • AI-driven data จะต่างจาก real-time multilingual Metahuman ตรงที่ ไม่ต้องมีคนพูด สามารถใช้ AI avatar เป็นตัวเราอยู่ได้มากกว่า 1 ที่พร้อมกัน
Cr. D-class: Metaverse, the future is now

enabler คนที่ทำ technology เกี่ยวข้องกับ R&D ซึ่งยังเป็นที่ต้องการอยู่ เพื่อ enable ให้ Metaverse เกิดขึ้น

creator คนที่นำเอา tech มาทำให้เกิดโลกใหม่ขึ้นมา สำคัญมากเพราะทุกอย่างใน Metaverse ต้องการ content ซึ่งคนที่จะสร้าง content ขึ้นมาคือ เหล่า creator

service provider แล้วแต่ความถนัด สามารถนำ business model มาประยุกต์ได้หมดโดยไม่จำเป็นต้องยึดโยงกับเรื่องจริง เช่น startup based on Metaverse หรือกรณีที่ถนัดเรื่องกฎหมาย อนาคตอาจมีอาชีพใหม่เกิดขึ้นเยอะมาก โดย service design สามารถเป็นได้ทั้งแบบ

  • B2C เช่น รับ customize avatar
  • B2B เช่น ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ เข้าไปใน Metaverse หาโอกาสให้เขา
  • B2G เช่น ถ้าคนไทยเข้าไปสร้างรายได้อย่างจริงจังใน metaverse มากกว่าสร้างรายได้ในประเทศไทย รัฐบาลจะทำยังไง พี่อาร์ทเล่าว่าอาจเกิดเป็น service provider ให้รัฐบาลได้

user ผู้ใช้งาน

“ อย่าปล่อยให้ Metaverse ผ่านไปเฉย ๆ และเป็นเพียงแค่ผู้ยืนดูข้างสนาม มาเป็น player ที่สร้างแบรนด์คนไทยไปด้วยกัน ”

พี่อาร์ทยังฝากไว้ว่า พี่อาร์ทโตมากับความผิดหวังตั้งแต่เด็ก ในยุคพี่อาร์ทคนไทยเห่อ made in USA มาก ๆ สักพักเห่อ made in Japan ต่อมาเห่อ made in Korea และตอนนี้ China คือประเทศที่กำลังมาแรงในด้านเทคโนโลยี ในอนาคตพี่อาร์ทอยากเห็นทุกคนเห่อแบรนด์ไทย อยากให้แบรนด์ไทย premium ไปถึงระดับโลก ซึ่ง Metaverse จะเป็นโอกาสหนึ่งของประเทศไทยที่สามารถทำให้ creative economy เกิดขึ้นได้จริง โดย value ของ Metaverse คือ vision และ creativity เท่านั้น อยากให้จับตาดูให้ดี

1. ถ้า Microsoft ซื้อ activist จะกลายเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มใหญ่อีกรายไหม

  • มีสิทธิ์เป็นไปได้ เพราะแต่ละบริษัทจะพยายามเข้ามาใน Mataverse จากมุมที่เขาได้เปรียบ ตอนนี้สิ่งที่ใกล้ตัว microsoft มากที่สุดคือ xbox เกมส์ ecosystem ของเขา และ office application ในมุมของ Nvidia ก็ได้เปรียบเช่นกันเพราะ มี graphic power เป็นอันดับ 1 ของโลก สำหรับทาง Facebook ก็ได้เปรียบเพราะมี ecosystem ใหญ่ที่สุด เป็น social media ที่ใหญ่สุดคือ ซึ่งทุกคนอยากสร้าง Metaverse ในเวอร์ชันของตัวเอง

2. มีความเป็นไปได้ไหมที่คนจะให้ความสำคัญกับตัวตน หรือสภาพแวดล้อมในโลกเสมือนมากจนทิ้งโลกความเป็นจริงไป ทำให้โลกเสมือนเป็นทางออกของมนุษย์

  • ปัจจุบันเราเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นอยุ่แล้ว เช่น คำว่า ไม่ตรงปก ถ้าถามว่ารุนแรงแค่ไหน ให้นึกถึงว่าบนโลกจริงเราเลือกเกิดไม่ได้แต่ใน Metaverseเลือกได้
  • ถ้ามองทางบวกว่าเป็นโลกที่ทัดเทียม ไม่จำเป็นว่าตอนนี้จะเกิดมาเป็นอะไร แต่เราสามารถเลือกได้ว่าใน Metaverse จะเป็นใคร เกิดได้หลายรอบ ในแง่กฎหมายน่าจะมีงานอีกเยอะ
  • เรื่องของ identity ownership การ hack avatar นี่คือสิ่งที่น่าสนใจและทำให้ระบบเศรษฐกิจใหม่เกิดขึ้น

3. อยากเป็น player ให้เตรียมความพร้อมยังไง

  • ลองเป็น user เพื่อ get feel ว่า มัน real ขนาดไหน ลองโหลด Omniverse มาลองใช้
  • ส่วนใครที่เป็น designer ให้ลองใช้ toolที่มีอยู่ก่อน
  • ฝั่งbusinessให้ลองทำธุรกิจใหม่รองรับไว้ ดูว่ามูลค่าที่เพิ่มขึ้นต้อง add on ไหม เช่น meeting โดยใช้ avatar
  • ไม่ว่าเราเป็นใครก็ลองได้แต่อย่า expect ว่าต้องรวยจาก Metaverse อยากให้ลองใช้ประสบการณ์เพื่อให้เห็นวิสัยทัศน์ เกิดไอเดียใหม่
  • มองว่าถ้าอยากจะ enable อาจจะต้องทำในนามบริษัทเพราต้องการเงินทุน แต่ถ้าด้าน service ลองเองได้เลย โอกาสมีโดยทันทีไม่ต้องรอ

และนี่ก็เป็นเนื้อหาทั้งหมดจาก D-class: Metaverse, the future is now ที่พี่อาร์ทได้เอามาแชร์ให้ทุกคนได้เรียนรู้กัน ตอนนี้คงเห็นกันแล้วว่ามี opportunity อะไรที่สามารถเข้าไปเล่นใน Metaverse ได้บ้าง ก่อนจากกันไปพี่อาร์ทยังฝากไว้ว่า “ในปีนี้จะมี big player ใหม่รายไหนเข้ามาใน Metaverse บ้าง อย่าลืมจับตามองกันให้ดี และคอยตามคลื่นลูกนี้ให้ได้ อย่าจบแค่ตัวเราเป็นเพียง user ” ส่วนครั้งหน้าจะมีบทความสรุปดี ๆ แบบไหนอีก อย่าลืมติดตามกันนะ

บทความโดย เดีย Associate Digital Campaign Specialist, YTP2021, WEDO

--

--

Community of T-shaped people: Business | Design | Technology

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store