<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0" xmlns:cc="http://cyber.law.harvard.edu/rss/creativeCommonsRssModule.html">
    <channel>
        <title><![CDATA[Pinn &amp; Aun - Medium]]></title>
        <description><![CDATA[Everything about us! - Medium]]></description>
        <link>https://medium.com/pinn-aun?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
        <image>
            <url>https://cdn-images-1.medium.com/proxy/1*TGH72Nnw24QL3iV9IOm4VA.png</url>
            <title>Pinn &amp;amp; Aun - Medium</title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
        </image>
        <generator>Medium</generator>
        <lastBuildDate>Wed, 27 May 2026 00:56:59 GMT</lastBuildDate>
        <atom:link href="https://medium.com/feed/pinn-aun" rel="self" type="application/rss+xml"/>
        <webMaster><![CDATA[yourfriends@medium.com]]></webMaster>
        <atom:link href="http://medium.superfeedr.com" rel="hub"/>
        <item>
            <title><![CDATA[MARRIED.I.Y (9) — บรรยากาศงานแต่ง]]></title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-9-e9522a55bc12?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/e9522a55bc12</guid>
            <dc:creator><![CDATA[Chaiyong Ragkhitwetsagul]]></dc:creator>
            <pubDate>Thu, 22 Jan 2015 23:24:00 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2015-01-22T23:25:02.789Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*u_1pnKo64wES9jxWfdvDTQ.jpeg" /></figure><h3>MARRIED.I.Y (9) — บรรยากาศงานแต่ง</h3><p>ว่าจะจบไปตั้งแต่ตอนที่ 8 แต่เนื่องจากมีหลายๆ ท่านอยากเห็นภาพบรรยากาศงานแต่งเพิ่มเติม อั้นและปิ่นเลยจะขอโพสต์วิดีโอสรุปงานทั้งที่สงขลาและที่ กทม. ให้ได้รับชมกัน ถือว่าเป็นตอนแถมละกันครับ/ค่ะ ^^</p><h4>17 ส.ค. 2557 — งานพิธีมงคลสมรส (เช้า) และงานเลี้ยง (เย็น) รร. บีพี สมิหลาบีช อ.เมือง จ.สงขลา</h4><p>งานนี้คุณแม่เจ้าสาวเป็นแม่งานและเตรียมงานเกือบทั้งหมดครับ มีภาพช่วงงานพิธีตอนเช้า (พิธีไทย) ให้ดูพอเป็นตัวอย่างได้ครับว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร งานเลี้ยงเย็นเป็นโต๊ะจีน 600 ท่านครับ</p><iframe src="https://cdn.embedly.com/widgets/media.html?src=https%3A%2F%2Fwww.youtube.com%2Fembed%2FfNiTCK_Y8SQ%3Ffeature%3Doembed&amp;url=https%3A%2F%2Fwww.youtube.com%2Fwatch%3Fv%3DfNiTCK_Y8SQ&amp;image=http%3A%2F%2Fi.ytimg.com%2Fvi%2FfNiTCK_Y8SQ%2Fhqdefault.jpg&amp;key=d04bfffea46d4aeda930ec88cc64b87c&amp;type=text%2Fhtml&amp;schema=youtube" width="854" height="480" frameborder="0" scrolling="no"><a href="https://medium.com/media/59bbaa48040f11a631139f656be41a6e/href">https://medium.com/media/59bbaa48040f11a631139f656be41a6e/href</a></iframe><h4>24 ส.ค. 2557 — งานฉลองมงคลสมรส รร.แมนดาริน (สามย่าน) กทม.</h4><p>งานนี้คืองานที่เราจัดกันเองเกือบทั้งหมด ที่เขียนมาทั้ง 8 ตอนก็จะเป็นการเตรียมงานนี้นั่นเองครับ มีเฉพาะงานเลี้ยงตอนเย็นนะครับ โต๊ะจีน 300 ท่านครับ</p><iframe src="https://cdn.embedly.com/widgets/media.html?src=https%3A%2F%2Fplayer.vimeo.com%2Fvideo%2F106608619&amp;url=http%3A%2F%2Fvimeo.com%2F106608619&amp;image=http%3A%2F%2Fi.vimeocdn.com%2Fvideo%2F489841631_1280.jpg&amp;key=d04bfffea46d4aeda930ec88cc64b87c&amp;type=text%2Fhtml&amp;schema=vimeo" width="1280" height="720" frameborder="0" scrolling="no"><a href="https://medium.com/media/34c9a9e0a9f65b53e8133cbdd82d0c2f/href">https://medium.com/media/34c9a9e0a9f65b53e8133cbdd82d0c2f/href</a></iframe><p>ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมคร้าบ/ค่า ^_^</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/200/1*7sBbIirm6yRCZ6XlxmeykQ.jpeg" /></figure><p>ขอนอกเรื่องหน่อยจ้า เผอิญเจ้าสาวเปิดร้านขายตุ้มหูและสร้อยคอ คุณภาพดี นำเข้าเอง ราคามิตรภาพใครสนใจเชิญแวะเข้าไปเลือกชมได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">Pastella Shop</a> จ้า</p><p><a href="https://www.facebook.com/pastella.accessories">https://www.facebook.com/pastella.accessories</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*qN9wf74eCioQAzflQDBQ4A.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=e9522a55bc12" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-9-e9522a55bc12">MARRIED.I.Y (9) — บรรยากาศงานแต่ง</a> was originally published in <a href="https://medium.com/pinn-aun">Pinn &amp; Aun</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[MARRIED.I.Y (8) — การเตรียมตัววันงาน]]></title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-8-7a98d67f9903?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/7a98d67f9903</guid>
            <dc:creator><![CDATA[Chaiyong Ragkhitwetsagul]]></dc:creator>
            <pubDate>Wed, 14 Jan 2015 14:45:21 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2016-01-19T03:55:16.598Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*yCTGIJ0kMZM-cBltE_Hgtw.jpeg" /></figure><h3>MARRIED.I.Y (8) — การเตรียมตัววันงาน</h3><h4><strong>Bride-to-be and Bridezilla</strong></h4><h4>และแล้ว…ก็มาถึงวันงานซะที เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ มาถึงขั้นนี้คงจะเตรียมงานกันมายาวนานแล้ว สำหรับปิ่นกับอั้น ถือว่าเรามีเวลาน้อยมากๆ เพราะเตรียมงานกันแค่ 3 เดือนกว่าๆ แต่เราก็ทุ่มกันสุดตัว แบ่งงานกันอย่างดีและใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่าว่างั้นเลย</h4><h4>ปิ่นเชื่อว่าเพื่อนๆ คงจะเตรียมงานกันมาพร้อมแล้ว จึงอยากจะขอแชร์ Tips เล็กๆ น้อยๆ สำหรับการเตรียมตัวกันบ้างค่ะ หวังว่าจะช่วยให้เพื่อนๆ Bride-to-be ไม่ต้องกลายร่างเป็น Bridezilla ในวันงาน</h4><h4>To-do List (ส่ิงที่ควรทำ)</h4><p>งานแต่งงานใครว่าง่าย.. ไม่งั้นคงไม่มีอาชีพ wedding planner/organizer เกิดขึ้นมาหรอกจริงไหมคะ แต่เพื่อป้องกันอาการสติแตกวันงาน ปิ่นขอเสนอให้เพื่อนๆ หาเวลาว่างช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนวันงาน เอาวันที่จิตใจสงบๆ สละเวลาซัก 1 ชั่วโมง ลงมือเขียน To-do List ระบุสิ่งที่เราต้องทำช่วงใกล้วันงานและในวันงาน พร้อมเขียนรายละเอียดและเบอร์ติดต่อที่จำเป็น เมื่อถึงวันงานแม้เราจะมีเรื่องต้องจัดการมากมายแค่ไหน ก็รับรองได้ว่าไม่มีตกหล่นค่ะ และถ้าจะให้ดี เอาลิสต์นี้ไปให้แม่งานหรือเพื่อนเจ้าสาวคนสนิทที่สามารถตัดสินใจแทนเราได้ไว้ด้วย แบบนี้ก็จะช่วยลดปัญหาการที่ทุกคนต้องวิ่งวุ่นมาถามเจ้าสาวทุกเรื่อง</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*AfhOehBJqbef8kWFYwg6gQ.jpeg" /><figcaption>วันงานจริงจะมีเรื่องให้ต้องทำมากมาย ทางที่ดีควรจะมีลิสต์ของสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ให้พร้อมค่ะ เช่น เครื่องประดับทั้งหมดที่ต้องใช้คู่กับชุดแต่งงาน เป็นต้น</figcaption></figure><p>ปิ่นลองทำตัวอย่างการทำ To-do List แบบคร่าวๆ ดูได้ &gt;&gt; <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1wmeGYBwoy-QVrkvPqcY-sHEqGVFr1fmajUvNoUH_oow/edit?usp=sharing">ที่นี่</a> &lt;&lt; ค่ะ (พอดีฉบับเต็มที่ตัวเองใช้ทำหายไปแล้วอ่ะค่ะ)</p><h4>Not-to-do List (ส่ิงที่ไม่ควรทำ)</h4><p>ใกล้วันงานแล้ว ทำใจให้สบายค่ะ พักผ่อนเยอะๆ หน้าตาจะได้สดใสค่ะ และอย่าทำสิ่งต่อไปนี้ค่ะ</p><ul><li>ทำอะไรๆ เกี่ยวกับผิวกายหรือผิวหน้า นอกเหนือไปจากที่ทำเป็นปกติ เพราะอาจจะเกิดผื่นหรือแพ้ได้ค่ะ เพราะเกิดเป็นมาก เมคอัพอาจจะปิดไม่อยู่ได้ค่ะ</li><li>อย่าทำสีผมใหม่ค่ะ ถ้าออกมาแล้วไม่เข้ากับหน้า ต้องมาเสียเวลาเสียอารมณ์แก้ไขกันอีกค่ะ</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*9OKM8r5uNMt1nUQhB_mNQg.jpeg" /><figcaption>แต่ทำเล็บได้นะคะ ตามชอบเลยค่ะ ^^</figcaption></figure><ul><li>อย่าเลือกใช้รองเท้าที่ไม่เคยใส่มาก่อนค่ะ เพราะอาจจะรองเท้ากัดได้ อันนี้ยิ้มไม่ออกแน่ๆ ค่ะ</li><li>สาวๆ ที่ตั้งใจจะใส่คอนแทคเลนส์สี หรือจำเป็นต้องใส่คอนแทคเลนส์ จัดเตรียมยี่ห้อที่ใส่อยู่ปกติและใส่สบาย อย่าเปลี่ยนยี่ห้อเพราะอาจจะเกิดการเคืองตาได้ค่ะ เดี๋ยวจะกลายไปว่าวันงานแต่งหน้าติดขนตาสวยงามแล้วต้องมาคอยขยี้ตา ไม่สนุกแน่ๆ ค่ะ</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*2N0MsYDNTRKhXnlRX8LCDg.jpeg" /></figure><p>3. <strong>It’s D-Day </strong>และแล้ววัน d-day ก็มาถึง แหม…พูดยังกะจะเริ่มปฏิบัติการทางทหาร แต่ปิ่นว่าแต่งงานเนี่ยก็เตรียมตัวระดับน้องๆ การออกรบเหมือนกันนะ อิอิ.. แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เรามาไล่ดูตามลิสต์ที่เราทำไปแล้วตามข้อ 1 เลยค่ะว่าเราต้องทำอะไรอีกบ้าง แบ่งให้เจ้าบ่าวช่วยจัดการบ้าง เรามีลิสต์พร้อมซะอย่างไม่ต้องกลัวว่าเจ้าบ่าวจะงงหรือจะช่วยเราไม่ได้ค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*FFqDJJvSll42eSP7F523yQ.jpeg" /></figure><p>นอกจากนี้ปิ่นก็มี Tips เพิ่มเติมอีกเล็กๆ น้อยๆ ในวันงานที่อยากจะมาแชร์ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ค่ะ</p><ul><li>จัดเตรียมชุด/เครื่องประดับ/รองเท้าให้พร้อมตามลิสต์ที่เราทำมา และอย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวสำหรับนอนค้างคืนที่โรงแรมด้วยค่ะ</li><li>สาวๆ ที่อยากใส่ส้นสูงแต่กลัวเมื่อย อาจจะเตรียมรองเท้าส้นเตี้ยไว้สำหรับยืนรับแขกหน้างาน</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*6qTimccPAoEd9H0QbxZG8A.jpeg" /></figure><ul><li><strong>นัดแนะคนที่จะช่วยงานของเรา </strong>ควรนัดมาก่อนเวลางานพอสมควรเพื่อ brief รายละเอียดให้ฟังค่ะ เช่น พิธีกร เพื่อนที่มาช่วยโต๊ะที่ลงทะเบียน คนเชิญประธาน คนเชิญมาลัย เพื่อนๆ ที่จะมาเดินตอนเปิดตัวบ่าว-สาว สำหรับปิ่น เรานัดประมาณ 5 โมงเย็นสำหรับงานตอน 6 โมงครึ่ง และเนื่องด้วยเรากลัวเพื่อนๆ จะหิวกัน ก็เลยนัดให้มากินข้าวที่ห้องอาหารโรงแรมก่อนเลยค่ะ ปิ่นใช้วิธีแจ้งห้องอาหารของโรงแรมไว้ว่าจะมีคนมีกินข้าวประมาณเท่านั้นเท่านี้คน ขอให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายกับงานเลยค่ะ เพราะตอนนั้นบ่าว-สาวมักจะแต่งตัวอยู่ และไม่มีเวลามาดูแลเพื่อนๆ ค่ะ บ่าว-สาวบางคู่อาจใช้วิธีให้ทางโรงแรมเก็บอาหารของงานไว้ให้เพื่อนกินทีหลังก็ได้ค่ะ แต่สำหรับคู่ของปิ่น-อั้น เราทำ 2 อย่างเลยค่ะ แบบว่าให้กินกัน 2 รอบไปเลย ☺</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*LBEOQqrE6zOVCyk11Kj2dQ.jpeg" /><figcaption>พิธีกรมีส่วนสำคัญอย่างมากกับบรรยากาศของงาน ควรนัดมาก่อนเวลาเพื่อให้ได้ทบทวนสคริปต์กันอีกครั้งหนึ่ง</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*IQDXsWAp_vt_TFgAOXJZyA.jpeg" /><figcaption>เพื่อนที่มาช่วยในงาน ควรจัดอาหารไว้ให้รับประทานก่อนเวลางาน (งานนี้ใช้เพื่อนผู้ชายรับซองค่ะ ^^)</figcaption></figure><ul><li><strong>จัดเตรียมเงินสดที่ต้องจ่ายใส่แยกไว้เป็นซองๆ</strong> เลยค่ะ แล้วเขียนหน้าซองไว้เลยว่าจ่ายใคร กี่บาทและอาจจะมีใบให้เค้าเซ็นรับไว้ด้วยค่ะ ปิ่นทำแบบนี้แล้วฝากพี่ชายไว้ค่ะ ปิ่นก็จะบอกแต่ละรายไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ ว่าทำงานเสร็จแล้วรับเงินที่คนโน้นเลยค่ะพี่ เป็นเจ้าสาวเราต้องยืนสวยๆ จะมานั่งนับเงินก็ใช่ที่ จริงไหมคะ<br>ตัวอย่าง &gt;&gt; <a href="https://docs.google.com/spreadsheets/d/1wmeGYBwoy-QVrkvPqcY-sHEqGVFr1fmajUvNoUH_oow/edit?usp=sharing">ใบรับเงิน</a> &lt;&lt; ประมาณนี้ค่ะ (กดลิงค์แล้วเลือก Tab ที่สอง “ใบเซ็นชื่อรับเงิน” นะคะ) และก็สามารถตัดเป็นส่วนๆ เอาไปแปะหน้าซองเงินได้ด้วยค่ะ</li><li><strong>การขนของไปให้โรงแรม</strong> เช่น กล่องรับซอง สมุดประสาทพร ของชำร่วย อุปกรณ์ตกแต่ง ตุ๊กตา รูปวางหน้างาน ซองเปล่า (โรงแรมมักมีให้น้อย) ผังที่นั่ง เป็นต้น ปิ่นใช้วิธีแพ็คใส่ลังพลาสติกแล้วยกไปทีเดียวเลยค่ะ แล้วเขียนรายการแปะไว้หน้ากล่องด้วยว่าเอาอะไรมาให้โรงแรมบ้าง พร้อมทั้งเขียนชื่องานและชื่อห้องไว้ด้วยค่ะ เผื่อว่ามันถูกยกหายไปส่วนอื่นของโรงแรมเค้าก็จะได้หาทางเอามาคืนได้</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*oCldrYC8cJpedIsA9HDilw.jpeg" /><figcaption>พร๊อบต่างๆ วันงานจริงจะมีเยอะมาก ควรทำลิสต์ไว้ให้ละเอียด เวลาเก็บของกลับจะได้ไม่ตกหล่นค่ะ</figcaption></figure><ul><li><strong>การ run-through</strong> หากมีเวลาเพื่อนๆ ก็ควรทำนะคะ จะได้รู้ว่าจะต้องเดินไปตรงไหนบ้าง ช้าเร็วยังไง เพลงหรือแสงสีเสียง, dry ice, bubble จะเปิดตอนไหนบ้าง ถึงเวลาจริงจะได้ดูลื่นไหลค่ะ ถ้าแต่งตัวเสร็จเร็วแนะนำให้ลองมาเดินดูพร้อมชุดเลยค่ะ เพราะบางที่ใส่ชุดแล้วอาจจะเดินลำบากค่ะ</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*R0q827ecF49a2nUEFVlPGA.jpeg" /><figcaption>หากมีเวลาควรทบทวนลำดับของงานและการเดินเข้างาน เพื่อถึงเวลาจริงจะได้ทำได้อย่างถูกต้องและไม่ประหม่าค่ะ</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*fmUDoYaXCMcJ10BWpdF6Jw.jpeg" /><figcaption>หากเคยซ้อมมาแล้วก็จะเดินเข้างานได้อย่างมั่นใจค่ะ</figcaption></figure><p>เส้นทางเดินในแต่ละช่วงพิธี ทางขึ้น/ลงเวที ลำดับขั้นตอนในการตัดเค้ก ถ้าได้ลองทำก่อนสักรอบหนึ่งก็จะช่วยลดความสับสนในเวลาพิธีการจริงไปได้เยอะค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*EXGreQoN_CRuaBFYqJAG1g.jpeg" /><figcaption>ควรศึกษาทางเดินขึ้นตัดเค้กว่าด้านไหน เพื่อจะได้ไม่สับสนเวลางานจริง</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*XXNHZa4iEBlGYXxIvL8Vuw.jpeg" /><figcaption>การตัดเค้กก็มีหลายขั้นตอน เช่น จุดเทียน (มีลำดับซ้าย-ขวาอย่างไร) การจัดมีด เป็นต้น</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*zz5CQwli-OfakKiDlJ7pgQ.jpeg" /></figure><ul><li>เพลงต่างๆ ที่ต้องใช้ในวันงานให้แยกเป็น 1 ไฟล์ต่อ 1 แผ่นเลยค่ะ เพื่อป้องกันการสับสน เช่น เพลงเดินเข้างาน, เพลงตัดเค้ก, VDO presentation และควรไปลองเปิดดูก่อนเวลางาน และทำแผ่นสำรองไว้ด้วยค่ะ</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*tFucCv0ajFGZhu7tnmlkdw.jpeg" /><figcaption>หากมีการจ้างนักดนตรีมาก็ควรจะเผื่อเวลาให้นักดนตรีได้มาซ้อมก่อนด้วยค่ะ ของเราได้น้องที่ทำงานเจ้าบ่าวมาช่วยสีไวโอลินให้ค่ะ</figcaption></figure><ul><li>สุดท้าย แต่เรียกได้ว่าเกือบจะสำคัญที่สุดก็ว่าได้ คือ หาคนที่เราไว้ใจได้เป็นแม่งานค่ะ จะเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนก็ตามแต่สะดวกค่ะ ยิ่งเป็นคนที่เคยแต่งงานแล้วยิ่งดีค่ะ เพราะแม่งานจะเป็นคนคอยทำทุกอย่างแทนเราหรือประสานทุกอย่างให้เป็นรูปเป็นร่างค่ะ สำหรับปิ่น-อั้น เราไม่อยากให้เพื่อนๆ ต้องมาเหนื่อยคอยวิ่งวุ่น เราอยากให้มาร่วมงานแบบชิวๆ ค่ะ เราเลยใช้วิธีจ้างคนรันคิวค่ะ ปิ่นใช้บริการของ <a href="https://www.facebook.com/bestylewedding.planner">BeStyle</a> ค่ะ ซึ่งการบริการดีมากค่ะ เก็บรายละเอียดครบถ้วน เป็นที่ปรึกษาให้ช่วงก่อนวันงาน และช่วยเราในวันงานได้หลายอย่างมากๆ เลยค่ะ</li></ul><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*iAS1GXAJVr8em0LiQTOp2Q.jpeg" /><figcaption>ทีมงาน BeStyle ที่มาช่วยเป็นแม่งานให้ในวันงาน มืออาชีพและช่วยให้งานผ่านไปได้อย่างราบรื่น ขอบคุณมากค่ะ ^^</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*HgA6Em_U5t6LlTS8VMPIVQ.jpeg" /></figure><p>เป็นยังไงกันบ้างคะ เห็นไหมคะว่าถ้าเราเตรียมตัวไว้ดีซะอย่าง เราก็สามารถป้องกันและจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างราบรื่นค่ะ ^^</p><p>ทั้งปิ่นและอั้นก็ขอให้งานของเพื่อนๆ ราบรื่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข ขอแสดงความยินดีด้วยล่วงหน้าค่ะ ☺</p><h2>“Life is a journey, and love is what makes it worthwhile”</h2><p>The wedding of Pinn &amp; Aun, 24 August 2014</p><ul><li>** UPDATED *** เดี๋ยวก่อนนน …. มีตอนที่ 9 แล้วจ้า ของแถม อิอิ &gt;&gt; <a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-9-e9522a55bc12">MARRIED.I.Y (9) — บรรยากาศวันงานแต่ง</a> ไปอ่านกันต่อได้เลยค่า/คร้าบ</li></ul><p><a href="https://medium.com/p/e9522a55bc12"></a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/200/1*ZMYW4iwys0jUaUOczAwKSg.jpeg" /><figcaption><a href="https://www.facebook.com/pastella.accessories">https://www.facebook.com/pastella.accessories</a></figcaption></figure><p>ขอนอกเรื่องหน่อยจ้า เผอิญเจ้าสาวเปิดร้านขายตุ้มหูและสร้อยคอ คุณภาพดี นำเข้าเอง ราคามิตรภาพใครสนใจเชิญแวะเข้าไปเลือกชมได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">Pastella Shop</a> จ้า หรือ LINE ที่ @pastella ได้เลยจ้า</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*qN9wf74eCioQAzflQDBQ4A.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=7a98d67f9903" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-8-7a98d67f9903">MARRIED.I.Y (8) — การเตรียมตัววันงาน</a> was originally published in <a href="https://medium.com/pinn-aun">Pinn &amp; Aun</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[MARRIED.I.Y (7) —Tips & Tricks กะจำนวนแขกอย่างไรให้พอดี?]]></title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-7-e235c042a343?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/e235c042a343</guid>
            <dc:creator><![CDATA[Chaiyong Ragkhitwetsagul]]></dc:creator>
            <pubDate>Wed, 14 Jan 2015 14:19:17 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2015-01-17T12:54:32.935Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*PixKHIFrSM4NrvHE1Q81YA.jpeg" /></figure><h3>MARRIED.I.Y (7) — Tips &amp; Tricks กะจำนวนแขกอย่างไรให้พอดี?</h3><h4>หายไปนาน แหะ แหะ ช่วงนี้ยุ่งนิดหน่อยประกอบกับหยุดปีใหม่เลยหยุดเขียนไปพักนึงครับ เตรียมงานกันไปถึงไหนแล้วเอ่ย ยังไงก็ขอเอาใจช่วยว่าที่บ่าวสาวทุกท่านนะครับ ^^ ว่าแล้วก็ … เอ้า มาต่อกันดีกว่า</h4><h4>เรื่องนี้ผมจะขอโฟกัสไปที่การกะจำนวนและการเชิญแขกมาร่วมงานครับ ว่าเราทำอะไรไปบ้าง มีเทคนิคอะไรที่ใช้แล้วคิดว่าได้ผลบ้างครับ ขอเล่าเฉพาะงานเลี้ยงกลางคืนนะครับ เนื่องจากพิธีแต่งแบบไทยตอนเช้านั้น เราจัดที่ จ.สงขลา และคุณแม่เจ้าสาวเป็นแม่งาน เราจึงไม่ได้เตรียมในส่วนนั้นกันเองครับ</h4><p>หลังจากเตรียมงานในส่วนต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วกันไปครบถ้วนแล้ว ทุกท่านก็คงจะเข้าใกล้วันแต่งเข้าไปเรื่อยๆ แล้วหล่ะครับ (ตื่นเต้นมั้ยเอ่ย? อิอิ) แล้วก็จะเข้าสู่ระยะการแจกการ์ดซึ่งเวลาที่เหมาะสมก็คือ<strong>ประมาณ 1.5–1 เดือนก่อนวันแต่ง</strong>ครับ ที่ว่ากันว่าช่วงเวลาประมาณนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมก็เพราะว่า</p><ul><li>เป็นเวลาที่ไม่กระชั้นชิดเกินไปจนแขกเตรียมตัวไม่ทัน เช่น สาวๆ อาจจะต้องไปตัด/เลือกชุด หรือ ต้องเคลียร์งาน ลงปฏิทินเพื่อจะได้ไม่ติดนัดงานอื่นๆ เป็นต้น</li><li>เป็นเวลาที่ไม่นานเกินไปจน “ลืม” ถ้าท่านแจกการ์ด 6 เดือนก่อนแต่ง เพื่อนๆ อาจจะลืมไปแล้วว่าท่านแต่งวันไหนเดือนไหนครับ เพราะมันนานเกิน</li></ul><p>ว่าแล้วก็ขอย้อนกลับไปเรื่องการ์ดนิดนึงว่าเนื่องจากควรจะแจกการ์ด 1.5–1 เดือนก่อนแต่ง <strong>เราก็ควรจะต้องคำนวณเวลาไว้ล่วงหน้าตอนที่ไปเลือกและสั่งพิมพ์การ์ดครับ เพราะการเลือกร้าน/เลือกแบบ/พิมพ์การ์ด ใช้เวลาพอสมควร บางร้านใช้เวลา 2 อาทิตย์ในการพิมพ์ เพราะฉะนั้นกะเวลาให้ดีๆ จะได้ได้การ์ดมาพร้อมก่อนเวลาที่เราต้องการจะแจกนะครับ</strong></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*QPxTqD3A73j7V0tDerL6_A.jpeg" /></figure><p>หากการ์ดพร้อม ท่านก็โล่งใจไปได้เปลาะหนึ่งครับ แต่ว่าก็จะมาถึงปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่ง …</p><h4>แจกใครบ้าง?</h4><p>ขอแชร์จากประสบการณ์ที่ได้ทำกันมาและพบว่าดีพอสมควรละกันนะครับ อาจจะไม่ใช่สูตรที่ถูกต้องสำหรับทุกท่าน ลองเอาไปปรับใช้ดูได้ครับ</p><p>ส่วนประกอบสำคัญของการเชิญแขกมาร่วมงาน ปิ่นกับอั้น คิดว่ามีดังนี้ครับ</p><ol><li>จำนวนแขก</li><li>กลุ่มของแขก (ประธาน / VIP / ญาติ / เพื่อน)</li><li>รายชื่อแขกที่จะเชิญในแต่ละกลุ่ม</li><li>การเดินสายแจกการ์ด</li><li>การจัดโต๊ะ</li></ol><p>ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นตามลำดับครับ งั้นเรามาลองดูกันทีละข้อนะครับ</p><h4>1. จำนวนแขก</h4><p>อันนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมาครับ สามารถคุยและตกลงกันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งก็ควรจะต้องทำโดยเร็วเนื่องจากจำนวนแขกเป็นสิ่งที่จำเป็นในการเลือกและจองโรงแรม เพราะฉะนั้นถ้าท่านผ่านการจองโรงแรมมาแล้ว ข้อนี้คงไม่เป็นปัญหา</p><p>การกำหนดจำนวนแขกก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ประกอบการตัดสินใจ เช่น เงิน (ชัดเจนมาก เงินน้อย จัดงานได้เล็ก เชิญแขกได้ไม่มาก เงินเยอะ จัดงานได้ใหญ่โตหรูหรา ก็เชิญแขกได้มากตามไปด้วย) สถานที่ (บางทีห้องก็จำกัดจำนวนแขกที่รับได้ หรือหากเพิ่มขนาดห้องจะทำให้ราคาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ก็ทำให้ต้องจำกัดจำนวนแขกไว้ที่ระดับหนึ่ง) หรือ ความชอบส่วนตัว (เช่น ชอบงานเล็กๆ สบายๆ มีแต่ญาติพี่น้องและแขกที่สนิทกันมากเท่านั้น) เป็นต้นครับ</p><p>งานของเราตกลงกันไว้อย่างชัดเจนว่า 300 คน ซึ่งก็สามารถบวกหรือลบได้นิดหน่อย สาเหตุก็เนื่องจากว่าเราคิดว่าเป็นจำนวนที่กำลังพอดีๆ ที่เราสามารถบริหารจัดการได้ และอยู่ในงบประมาณด้วย (แฮ่) นอกจากนี้คือเราอีกหนึ่งงานที่ จ.สงขลา แล้ว ก็ทำให้แบ่งแขกไปที่งานนั้นด้วยส่วนหนึ่งครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*7kC8JD-EuPEEtc0LBD9BsA.jpeg" /><figcaption>ควรกันที่ไว้ให้แขกผู้ใหญ่ของพ่อแม่และ VIP เป็นลำดับแรก เนื่องจากมีความสำคัญมาก</figcaption></figure><h4>2. กลุ่มของแขก</h4><p>กลุ่มของแขกสี่กลุ่มนี้ก็เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว และทุกกลุ่มก็สำคัญทั้งหมด ที่จะต้องรีบกำหนดให้ได้ก่อนก็จะต้องเป็นประธานและแขก VIP เนื่องจากควรจะต้องไปเชิญด้วยตนเอง หากเป็นไปได้ก็ควรจะต้องไปด้วยกันทั้งคู่บ่าวสาว จากประสบการณ์ก็ได้พบว่า ควรจะเขียนประวัติเกี่ยวกับบ่าวสาวคร่าวๆ ให้ประธานได้อ่านก่อนมาร่วมงาน (ยกเว้นว่าประธานจะรู้จักทั้งคู่บ่าวสาวเป็นอย่างดี) ว่าเป็นใคร เจอกันได้อย่างไร ที่ไหน เพื่อให้ท่านสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการขึ้นไปกล่าวอวยพรได้อย่างถูกต้อง</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*jljCQnNnZyu61BMngwludg.jpeg" /><figcaption>ควรสรุปประวัติของบ่าวสาวให้ประธานอย่างย่อๆ เพื่อให้ท่านนำไปเตรียมกล่าวอวยพรได้อย่างเหมาะสม</figcaption></figure><h4>3. รายชื่อแขกที่จะเชิญในแต่ละกลุ่ม</h4><p>อันนี้เป็นเรื่องยากกกกกกที่สุดแล้วครับ แก้กันจนเกือบจะนาทีสุดท้าย เนื่องจากเป็นกระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่วนใหญ่จะเกิดจากคนที่เชิญไปแล้วติดภาระบางอย่างและไม่สามารถมาร่วมงานได้ ทำให้ต้องปรับแก้ไขรายชื่อตลอดเวลา</p><p>การกำหนด<strong>จำนวนแขกทั้งหมดในงาน</strong>เป็นเรื่องหนึ่ง การ<strong>กำหนดจำนวนแขกที่จะเชิญ</strong>ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ เนื่องจากว่าไม่จำเป็นว่าแขกทุกคนที่เราเชิญจะมาร่วมงาน ดังนั้นเราจึงไม่สามารถเชิญเป๊ะๆ 300 คนได้ เพราะส่วนใหญ่จะมาได้ไม่ครบอยู่แล้ว ซึ่งส่วนนี้สร้างความปวดหัวให้เรามากครับ เท่าที่เราได้ศึกษามาก็มีเทคนิคที่ช่วยได้อยู่บ้าง ดังนี้</p><ol><li>ปกติแล้วควรจะเชิญให้เกิน เนื่องจากจากจำนวนที่เชิญจะมาได้น้อยกว่าที่เชิญ บางที่บอกว่ามาได้แค่ประมาณ 70% (ขออภัยที่จำไม่ได้ว่าได้มาจากไหน) ตอนแรกเราใช้สูตรนี้ครับ ซึ่งก็จะพบว่าต้องเชิญเยอะมากกกก ประมาณ 430 คน แล้วจะเหลือ 300 คน แล้วก็มีตัวแปรอื่นๆ อีก เช่น บางทีเชิญเป็นคู่ เชิญทั้งครอบครัว ถ้ามาได้ก็มาหมดเลย ถ้ามาไม่ได้ก็ไม่มาเลย สุดท้ายเราพบว่าใช้เทคนิคต่อๆ ไปช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ เราก็เชิญเกินไปอีกเพียงแค่นิดหน่อยครับ (ประมาณ 320) สุดท้ายออกมาพอดีด้วย (โชคดีจริงๆ)</li><li>หากไม่ใช่งานบุฟเฟ่ต์ อย่าเชิญแขกมากเกิน เนื่องจากถ้าแขกมาเกินแล้วไม่มีที่นั่งจะน่าเกลียดมาก (ของเราเป็นโต๊ะจีน) ปกติโรงแรมจะมีโต๊ะสำรองไว้ให้ 1–2 โต๊ะอยู่แล้วเพื่อรองรับส่วนเกินนี้ แต่ว่าหากเปิดโต๊ะเพิ่มก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน</li><li>หากเป็นงานบุฟเฟ่ต์ อาจจะมีความยืดหยุ่นเรื่องจำนวนมากขึ้น อย่างไรก็ดี การเชิญแบบหว่านให้ทุกคนก็คงไม่ดีนัก เนื่องจากอาหารก็มีจำกัดเช่นกัน หากอาหารหมด หรือเราต้องเปิดซุ้มอาหารเพิ่มเพื่อให้รองรับแขกที่เกินจากที่คาดไว้ก็คงไม่ดีแน่ใช่ไหมครับ</li><li>หากงานของท่านเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ แขกจะว่างและมาร่วมงานได้ค่อนข้างเยอะกว่าวันธรรมดา</li><li>หากวันแต่งของเพื่อนๆ เป็นวันมหาฤกษ์มหาชัย ดีแบบสุดๆ ให้พึงระวังไว้เลยว่าจะมีคนแต่งพร้อมๆ กันวันเดียวกับเราเป็นจำนวนมาก และอาจจะมีแขกบางส่วนที่ต้องเลือกว่าจะไปงานใดงานหนึ่ง อาจทำให้แขกมางานของเราได้น้อยลงครับ</li><li>ถ้ายังไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งให้การ์ด เพราะให้แล้วขอคืนไม่ได้ ค่อยๆ เชิญเพิ่มจะดีที่สุด</li><li>จำนวนแขกมักมีแต่เพิ่มขึ้น ไม่เคยมีลดลงนะครับ (ฮา)</li><li>สร้างไฟล์ Spreadsheet (เราใช้ Google Drive Sheets) ไว้เก็บลิสต์รายชื่อแขกที่จะมาร่วมงาน ควรแบ่งเป็นกลุ่มให้ชัดเจน (ตามข้อ 2)</li><li>ให้พ่อแม่ของบ่าวสาวช่วยกำหนดจำนวนแขกผู้ใหญ่ของแต่ละฝ่ายมาให้ อันนี้เราคงไปตัดเขาไม่ได้ ก็กันที่ไว้ให้เลย เช่น แขกฝ่ายพ่อแม่เจ้าบ่าว 75 คน ฝ่ายพ่อแม่เจ้าสาว 75 คน อันนี้แค่ตัวอย่าง เรื่องจริงขอเตือนว่าแขกพ่อกับแม่นี่เยอะนะครับ ฮ่าๆ</li><li>จากนั้นส่วนที่เหลือ (300–75–75 = 150) ก็จะเป็นแขกของบ่าวสาวล้วนๆ เพื่อนที่สนิทมากๆ คิดว่ามาแน่ๆ ก็นับไปก่อนเลย</li><li>สร้าง Event ใน Facebook แล้วค่อยๆ เชิญเพื่อน (ที่คิดว่าจะเชิญมางานอยู่แล้ว) ทีละชุด เพื่อดูว่าคนไหนตอบรับบ้าง เราจะได้พอกำหนดรายชื่อคร่าวๆ ได้ (เทคนิคนี้เพื่อนที่เพิ่งจะแต่งไปก่อนหน้าแนะนำมาอีกที) <strong>คนที่กดตอบรับเราสามารถนับว่ามาได้ค่อนข้างแน่ (เพราะเขาคงคิดมาดีแล้วระดับหนึ่ง) คนที่ไม่ได้กดตอบรับไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่มานะครับ แต่เขาอาจจะไม่เห็นหรือยังคิดอยู่ </strong>อย่าเพิ่งไปตัดเขาออกจากลิสต์ ส่วนตัวคิดว่าใช้ได้กับการนับคนที่จะมาเท่านั้น</li><li>ทำซ้ำข้อ 4 โดยค่อยๆ เชิญเพื่อนกลุ่มอื่นๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และใช้ Chat ต่างๆ เพื่อคอนเฟิร์มว่าเพื่อนมาได้หรือไม่ และปรับไปเรื่อยๆ</li><li>ค่อยๆ คิดช้าๆ นึกให้ครบทุกกลุ่ม บางครั้งก็สามารถลืมใครที่สนิทไปได้เหมือนกัน คงไม่ดีเลยถ้าเราลืมเชิญเขา ถ้าเป็นเราก็คงน้อยใจใช่ไหมครับ</li></ol><h4>4. การเดินสายแจกการ์ด</h4><p>ส่ิงที่ควรทำควบคู่ไปกับการทำรายชื่อแขกก็คือการแจกการ์ด เราเริ่มจากแจก<strong>ผู้ใหญ่ VIP และประธานในงาน</strong>ก่อน เนื่องจากท่านควรจะได้ทราบแต่เนิ่นๆ จะได้มีเวลาเตรียมตัว ส่วนใหญ่ก็จะนัดท่านก่อนและเข้าไปเพื่อนำการ์ดเชิญไปให้ด้วยตนเองครับ</p><p>จากนั้นก็ถึงคิว<strong>เพื่อนสนิท/เพื่อนที่ทำงานเดิม </strong>ส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีนัดกินข้าวแล้วแจกทีเดียว หากเพื่อนๆ มีงานแต่งงานของเพื่อนคนอื่นๆ ในช่วงนั้นพอดีก็จะดีมาก สามารถใช้จังหวะนั้นแจกได้ทีเดียวเลย (ใช้มาแล้ว) สะดวกมากๆ (ฮา)</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*xlTTfJRbmn_WuOIIoBJEjA.jpeg" /><figcaption>เพื่อนสนิทก็สามารถนัดเจอแล้วแจกการ์ดทีเดียวเลยได้</figcaption></figure><p><strong>เพื่อนที่ทำงานปัจจุบัน</strong> จะค่อนข้างง่าย เนื่องจากเจอกันทุกวันอยู่แล้ว ก็ค่อยๆ ให้ไปแต่ละคนตามสะดวกหรือตามโอกาสที่ได้เดินสวนมาเจอกัน</p><p><strong>เพื่อนที่ไม่สะดวกนัดมาเจอกัน/อยู่ต่างจังหวัด</strong> เราใช้วิธีส่งไปรษณีย์ไปโดยถามที่อยู่ผ่านช่องทาง Facebook chat กับ LINE ซะเป็นส่วนใหญ่ ก็จะต้องวุ่นๆ นิดหน่อยตอนพิมพ์ที่อยู่และเอาไปส่งที่ไปรษณีย์ เราสามารถซื้อสแตมป์มาไว้ก่อนเพื่อติดให้เรียบร้อยและแค่เอาไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์หรือหย่อนใส่ตู้ไปรษณีย์เลยก็ได้ (เผอิญของเราขนาดใหญ่เกินจะหย่อนใส่ตู้ได้) แต่ก็ต้องทำใจว่าจะมีหายไปบ้างครับ เราพบว่ามีเพื่อนบางคนที่บอกว่าไม่ได้รับการ์ดก็ต้องส่งกันใหม่อีกรอบ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*V18AD2M6a7hDpwslCI_zng.jpeg" /><figcaption>ส่งการ์ดทางไปรษณีย์สำหรับเพื่อนๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดหรือไม่สะดวกมาพบกันครับ</figcaption></figure><p>และเรื่องสุดท้ายก็คือ …</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*6U9xkienYxsV3-O4Xr1qvA.jpeg" /></figure><h2>5. การจัดโต๊ะ</h2><p>การจัดโต๊ะนั่งก็เป็นเรื่องที่ปวดหัวพอสมควร เนื่องจากจะต้องจัดให้ลงตัวพอดี เพื่อให้พอดีและมีที่ว่างเหลือให้น้อยที่สุด</p><p>เราทั้งคู่เริ่มจากการวางผังโต๊ะครับ ตรงนี้เราจะได้รูปแบบการจัดวางเบื้องต้นมาจากโรงแรมอยู่แล้ว ก็สามารถนำมาปรับตามต้องการ (แล้วก็ต้องกลับไปคุยกับโรงแรมนะครับ ว่าเขาทำให้ได้ไหม) จากนั้นก็ใส่ชื่อโต๊ะแต่ละโต๊ะลงไป โรงแรมจะต้องใช้ตรงนี้ในการนำไปพิมพ์ป้ายติดชื่อโต๊ะให้เรา และนำไปขยายเพื่อติดหน้างานให้แขกได้ดูอีกด้วยครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/720/1*JkwFE_APzrr0zorddmpteQ.jpeg" /><figcaption>แผนผังการจัดวางโต๊ะที่ได้มาจากโรงแรม</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/531/1*yGJHBepRvNi0q9xocskyLQ.png" /><figcaption>ตารางนี้แสดงว่าใครนั่งตรงไหน เอาไปติดไว้หน้างานครับ</figcaption></figure><p>จากนั้นเราใช้ Google Drive Sheets อีกรอบ สร้างเป็นตารางย่อยๆ ของแต่ละโต๊ะ พร้อมตั้งชื่อโต๊ะว่าเป็นแขกของใคร (เช่น ญาติเจ้าบ่าว/เพื่อนโรงเรียน … /เพื่อนมหาลัย…)</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*VU8If6sTqrkcD61ZWkqc9Q.png" /><figcaption>ตัวอย่างตารางที่ใช้ในการจัดโต๊ะ</figcaption></figure><p>แล้วก็พยายามหมุน/สลับสับเปลี่ยน <strong>ถ้ามีเพื่อนที่อยู่ได้ทั้งสองกลุ่ม เช่น มีเพื่อนบางกลุ่มที่เป็นทั้งเพื่อนมัธยมปลายและเพื่อนมหาลัยก็ให้จัดสองโต๊ะนี้ไว้ใกล้ๆ กัน</strong> เพื่อให้สามารถสลับสับเปลี่ยนคนระหว่างโต๊ะได้อย่างยืดหยุ่น</p><p>ที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งในวันงานจริงก็คือ <strong>จะต้องมีคนพาแขกไปนั่งตามโต๊ะ </strong>ซึ่งควรหาให้มีจำนวนเหมาะสมกับจำนวนโต๊ะที่มีครับ ของเรามีทั้งหมด 30 โต๊ะ ก็มีประมาณ 6 คน ส่วนใหญ่ก็เลือกจากแขกคนหนึ่งในแต่ละโต๊ะนั่นหล่ะ ที่เขาจะรู้จักแขกคนอื่นๆ ในโซนที่เขารับผิดชอบมากที่สุด คนที่มีประสบการณ์จะช่วยเราตัดสินใจได้ในสถานการณ์คับขัน เช่น แขกมาเกินที่คาดไว้ จะโยกย้ายไปไว้โต๊ะไหนอย่างไร เพราะตอนนั้นเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะต้องยืนยิ้มถ่ายรูปกับแขกหน้างานอยู่ ไม่สามารถช่วยตอบคำถามหรือตัดสินใจได้มากเท่าไหร่ครับ</p><p>เมื่อได้ลิสต์นี้แล้วก็พิมพ์ให้คนพาแขกนั่งไปถือไว้ได้เลยครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*SWb6uH-_uOF8zJ9CDBPYEg.jpeg" /><figcaption>เพื่อนที่รับหน้าที่พาแขกไปนั่งต้องศึกษาแผนผังการนั่งให้เข้าใจเสียก่อนครับ</figcaption></figure><p>โอ้ … มันช่างเยอะแยะซะเหลือเกินนะครับ ขนาดทำไปแล้วเอามาเล่ายังเหนื่อยเลยครับ ฮ่าๆ ก็หวังว่า Tip &amp; Tricks ที่พวกเราใช้จะมีประโยชน์กับทุกคนในการเชิญแขกมาร่วมงานนะครับ ☺</p><p>เชิญอ่านต่อบทความสุดท้ายของเราได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">MARRIE.D.I.Y (8) — การเตรียมตัววันงาน</a> ได้เลยครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/200/1*7sBbIirm6yRCZ6XlxmeykQ.jpeg" /></figure><p>ขอนอกเรื่องหน่อยจ้า เผอิญเจ้าสาวเปิดร้านขายตุ้มหูและสร้อยคอ คุณภาพดี นำเข้าเอง ราคามิตรภาพใครสนใจเชิญแวะเข้าไปเลือกชมได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">Pastella Shop</a> จ้า ^^(<a href="https://www.facebook.com/pastella.accessories">https://www.facebook.com/pastella.accessories</a>)</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*qN9wf74eCioQAzflQDBQ4A.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=e235c042a343" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-7-e235c042a343">MARRIED.I.Y (7) —Tips &amp; Tricks กะจำนวนแขกอย่างไรให้พอดี?</a> was originally published in <a href="https://medium.com/pinn-aun">Pinn &amp; Aun</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[MARRIED.I.Y (6) — ถ่ายภาพพรีเวด]]></title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-6-1b7f93f273c2?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/1b7f93f273c2</guid>
            <dc:creator><![CDATA[Chaiyong Ragkhitwetsagul]]></dc:creator>
            <pubDate>Sat, 18 Oct 2014 14:34:18 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2015-01-14T14:57:50.047Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*zS-TgWBA6BcNfLjbvZnkrw.jpeg" /></figure><h3>MARRIED.I.Y (6) — ถ่ายภาพพรีเวด</h3><p>การถ่ายภาพพรีเวด (Pre-wedding photos) น่าจะกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของการแต่งงานในยุคนี้ไปแล้ว ใครๆ ก็อยากมีรูปสวยๆ ไว้เป็นความทรงจำที่ดี เอาไว้ติดบ้าน โชว์ลูกหลาน หรือ เอากลับมาดูรำลึกถึงอดีตตอนอายุมากขึ้นใช่ไหมครับ ปิ่นกับอั้นก็เหมือนกัน เราเตรียมตัวกับการถ่ายพรีเวดค่อนข้างมากทีเดียว</p><p>เนื่องจากเราตกลงกันแล้วว่า เราจะประหยัดเงินในส่วนนี้ ด้วยการไม่จ้างสตูดิโอถ่ายภาพ (เพราะคิดว่าแพง) แต่เราจะถ่ายกันเองแบบขำๆ ให้เพื่อนถ่ายให้นี่แหละ ถูกและดีจ้า</p><p>โชคดีมากที่ผมมีรุ่นพี่ฝีมือดีคนหนึ่งที่ยินดีถ่ายให้อย่างเต็มที่สุดๆ เลยทีเดียว (ยังซาบซึ้งมาจนทุกวันนี้) พี่แกชวนผมไปดูสถานที่ก่อนถ่ายหนึ่งสัปดาห์ เพื่อหามุม ดูแสง เตรียมพร๊อพ เพื่อที่วันจริงจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินหาอีก แถมยังพาเพื่อนช่างกล้องฝีมือดีมาด้วยอีกคนนึงอีก ขอบคุณจริงๆ ครับพี่แก๊ป และ คุณจอย ^^</p><p>เครดิตภาพทั้งหมดด้านล่างนี้เป็นฝีมือพี่แก๊ป <a href="https://www.facebook.com/Joyorn?fref=ts">คุณจอย</a> และ <a href="https://www.facebook.com/teerakstudio?fref=ts">Teerak Studio </a>ทั้งหมดครับ ขอบคุณทุกๆ คนเลยครับ ☺</p><p>เรามีภาพพรีเวดสองชุดครับ … (ตอนนี้ภาพเยอะมากกกกกนะครับ)</p><h3>ภาพชุดที่ 1</h3><h4>ชุดไปรเวทสบายๆ ที่ ม.มหิดล ศาลายา</h4><p>อย่างที่กล่าวไปว่าเราต้องการประหยัดงบส่วนการถ่ายภาพพรีเวดนี้ จึงตัดสินใจว่าถ่ายภาพแบบชุดไปรเวทธรรมดา ท่าตลกๆ น่ารักๆ ขำๆ ไว้จัดแสดงหน้างานสัก 5 — 10 ภาพก็พอแล้ว … แต่ … เอาเข้าจริงแล้วมันไม่เป็นอย่างนั้นอ่ะนะครับ ฮ่าๆ เดี๋ยวทุกท่านจะรู้ ☺</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*4yi3voSbg49CPt8iNMWttA.png" /><figcaption>การใช้กระดาษมาตัดเป็นวันที่แล้วถือให้เกิดเงาก็เป็นไอเดียเก๋ๆ ที่เรายืมมาจากคนอื่นอีกทีครับ ☺</figcaption></figure><p>จากการที่เจ้าสาวค้นหาภาพแนวที่อยากได้ เธอพบว่าเธอต้องการภาพให้ออกมาประมาณแบบนี้ครับ → <a href="https://plus.google.com/photos/112103418653783899770/albums/6071475502325956161">Pre-Wed Ideas</a> <em>(เครดิตตามลายน้ำในภาพเลยนะครับ หามาจากหลายๆ ที่ จำได้ไม่หมด ฮา)</em></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*a6KqcfYQBdBFG48aSMXLZA.png" /><figcaption>ตัวอย่างภาพพรีเวดน่ารักๆ จากเกาหลี (และฝรั่ง)</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*YQhATLVJFfdXKt53h_TYuQ.png" /></figure><h4>เสื้อผ้า</h4><p>หากท่านคิดไม่ออก เราขอเสนอชุดเสื้อผ้าแบบหาง่ายๆ ที่เราใช้กันให้ท่าน 3 ชุด โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อมากมายครับ ☺</p><blockquote>ชุดที่ 1 — ถ่ายด้วยเสื้อยืดลายคู่กัน หรือ ลายเดียวกัน</blockquote><p>แน่นอนนนนน อันนี้เป็นของตาย สูตรสำเร็จมากกกก ทุกคนทำกันเราเลยต้องทำตาม (เหรอ) แหม ก็มันถ่ายออกมาแล้วน่ารักดีนี่ครับ ก็ไม่ผิดอะไรที่จะก๊อปปี้จริงมะ เริ่มจากการหาชุดก่อนเลยครับ ตามสูตรก็ต้องไปหาเสื้อคู่มาก่อนหนึ่งชุด ลายเหมือนกันหรือแบบที่มันเข้ากั๊นนน..เข้ากัน ถ้ามีอยู่แล้วก็สบาย จัดมาโลด ถ้ายังไม่มีก็ไปหามาซะ ถ้าคิดไม่ค่อยออก ไปเดินมาบุญครองก็พอได้ครับ เราก็ไป MBK ได้เสื้อซุปเปอร์แมนมาคู่กัน โอเคละ เสร็จไปหนึ่ง</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*tF6068cMvuMGN2_RBNf04A.jpeg" /><figcaption>สูตรที่หนึ่ง เสื้อคู่นะจ๊ะ ^^</figcaption></figure><p>ชุดที่สองเอาไรดีหว่า น่าจะเป็นทางการหล่อสวยขึ้นมาหน่อย ก็ชุทสูทไงสูทๆ เจ้าบ่าวทุกคน (น่าจะ) ต้องมีชุดสูทไว้ใส่ทำงานอยู่แล้วใช่ป่าว หรือไม่ก็สูทที่จะใส่แต่งงานนั่นแหละ ก็ให้เจ้าสาวหาชุดกระโปรงหวานๆ มาใส่คู่กัน</p><blockquote>ชุดที่ 2 — เจ้าบ่าวใส่สูทกับเจ้าสาวใส่ชุดกระโปรงยาว</blockquote><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*QjlNwCs3686Zs_vVqO3oug.jpeg" /><figcaption>มีชุดสูทสักชุดนึงก็ดีนะครับ เผื่อสำหรับไว้ใช้แบบเป็นทางการหน่อย ก็จะดูดี</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*XqJ3Hzl-QMHApDJ7YMvxDQ.jpeg" /></figure><p>เราอาจจะได้ภาพหน้าท่านแบบมีวิสัยทัศน์ เป็นโปรไฟล์เฟสบุ๊คเป็นของแถม (ต้องให้ช่างภาพแอบถ่ายโดยไม่บอกเรานะครับ อิอิ) จะได้ออกมาแบบแคนดิดแบบเน้ ^^</p><blockquote>ชุดที่ 3 — ชุดตามชอบ (อ้าว แล้วจะแนะนำทำไม!)</blockquote><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/683/1*TBeoEFxt4y-z2Pj6aHDOaw.jpeg" /><figcaption>ชุดตามชอบ แล้วก็ถ่ายภาพสีนวล โทนสีแบบสบายๆ</figcaption></figure><p>อันนี้จริงๆ แล้วคิดไม่ออกครับ ฮ่าๆ อย่างผมก็เลือกให้เจ้าบ่าวก็ใส่เสื้อเชิ้ตพอดีตัวหน่อย (สามารถใช้ตัวเดียวกับที่ใส่เป็นเสื้อด้านในของสูทก็ได้นะครับ) กับกางเกงยีนส์ เจ้าสาวก็ตามชอบครับ ถ้าสีสดๆ ได้ก็ยิ่งดี เพราะถ่ายแล้วจะขึ้นกล้อง สวยดี</p><p>เจ้าสาวก็ใส่ชุดเดียวกับที่ถ่ายกับชุดสูทก็ได้ หรือจะเป็นชุดเดรส, ชุดกางเกงขาสั้น, กระโปรงสั้นน่ารักๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน ตามชอบเลยครับ</p><h4>พร๊อพประกอบการถ่ายภาพ</h4><p>นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ของประกอบการถ่ายหรือที่เจ้าสาวผมเรียกว่า “พร๊อพ (prop)” ก็สำคัญเช่นกัน เพราะทำให้ภาพมีสีสันหรือบอกเล่าเรื่องราวบางอย่างได้ เราเตรียมพร๊อพไปกันเยอะพอสมควรครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/300/1*al5su2rNLcxGAbdnC5d45Q.jpeg" /></figure><p><strong>ลูกโป่ง</strong> — ค่อนข้างเป็นไม้ตายสำหรับพรีเวด (หรืองานรับปริญญา) ถ่ายแล้วสวยจริง สามารถเลือกสีให้เหมาะกับธีมงานแต่งของท่านได้ เลือกได้ว่าจะเอาแบบสีปกติหรือสีมุก ธีมสีของงานเราคือพาสเทลและเนื้อมุก ใช้บริการร้าน <a href="https://www.facebook.com/balloonparadiseshop">Balloon Paradise shop</a> โอเคเลยนะครับ สนใจติดต่อได้ ร้านอยู่ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 9 โทรไปสั่งไว้ก่อนได้ แล้วเช้าวันถ่ายภาพค่อยไปรับครับ เน้นว่าต้องเอาแบบที่<strong>ลอยได้</strong>นะครับ ถ้าไปซื้อลูกโป่งแบบยังไม่ได้เป่า มาเป่าเอง มันลอยไม่ได้ก็จะไม่ค่อยสวยนา</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/683/1*fQ7s3OjMVb5pKQa4GSNIbQ.jpeg" /><figcaption>สามารถเอามาทำท่าจะลอยขึ้นไปแบบนี้ได้ครับ ไม่ค่อยเหมือนเนาะ -”-</figcaption></figure><p><strong>ดอกไม้</strong> — ถ้ายิ่งมีช่อใหญ่เท่าไหร่ ภาพก็สวยมากเท่านั้น แต่ไม่แน่เสมอไปนะครับ บางทีช่อเล็กๆ จัดดีๆ ก็ออกมาดูดีได้เช่นกัน เนื่องจากเราจะประหยัด (อีกละ) ก็เลยไม่ซื้อช่อดอกไม้จัดตามร้านครับ เจ้าสาวเธอซื้อกุหลาบมาจัดเอง ประกอบกับคุณจอยช่างกล้องเตรียมมาให้อีกชุดนึง เลยสบายไปครับ แม้ช่อไม่ใหญ่ แต่ถ่ายออกมาก็เก๋ไก๋ดี</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*TTFroFRiU7AI4F0XBvqh4Q.jpeg" /><figcaption>ดอกกุหลาบช่อน้อยที่เราเตรียมมาเอง</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*qaDc4MQUfpDB-oUbFIdGvg.jpeg" /><figcaption>หรือจัดมาเป็นตะกร้าแบบนี้ก็สวยน่ารักใช่ย่อยครับ</figcaption></figure><p><strong>คัทเอาท์</strong> — คำพูดตลกๆ แบบเป็นบั๊บเบิ้ลลอยออกมา ตัวการ์ตูน หรือเป็นสัญลักษณ์งานแต่งงานก็ได้ เอามาไว้ถ่ายขำๆ บางทีกลายมาเป็นภาพที่สวยได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ เจ้าสาวผมชอบมาก สั่งทำออนไลน์มาเพียบบบบบ แถมเก็บไว้ใช้ถ่ายหน้า backdrop วันแต่งงานจริงได้อีกต่างหาก</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*9J5JQg8gHY5RdjZZRn84mw.jpeg" /><figcaption>คัทเอาท์การ์ตูน Brown — Conie สั่งทำพิเศษ</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*ApDYAo04_dGU33Ojg7gXJg.jpeg" /><figcaption>ป้ายข้อความคำว่า L-O-V-E</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*EgVW7hMU9sg7lR1MxI-HTQ.jpeg" /><figcaption>ป้ายคำพูดต่างๆ หมวก พร้อมแว่น</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*GPPhbdO9PEHzdPtIEt14JQ.jpeg" /><figcaption>สร้อยคำว่า Love ไม่รู้เจ้าสาวไปหามาจากไหนครับ ฮ่าๆ</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*75GMWbg_4roFxVRv3q4_Kg.jpeg" /><figcaption>สามารถเอามาจัดประกอบการถ่ายภาพได้น่ารักๆ แบบนี้ ^^</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*_EFZ4Qnye1YzDBcW0UzyGg.jpeg" /><figcaption>แล้วก็เอามาใช้ถ่ายหน้า backdrop วันจริงได้ด้วยครับ (ใช้คุ้มจริงๆ)</figcaption></figure><p><strong>รองเท้า </strong>— ก็ตามแต่ชอบครับ เรามีคอนเวิร์สสีคู่กันไว้ใส่กับยีนส์ ที่เหลือก็ตามแต่ละคนชอบ ผมมีรองเท้าหนังใส่กับสูทอีกคู่นึง ส่วนเจ้าสาว … มีเพียบครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*aWwVhYrINhzEtNfraGahdw.jpeg" /><figcaption>บางที่เราก็ให้รองเท้าหรือส่ิงของอื่น แทนตัวเราในภาพก็ได้</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*CNNEE74zcH_NRhxqlPRvCw.jpeg" /><figcaption>รองเท้าที่เตรียมไป ใส่หมดไหมเธอ …</figcaption></figure><p><strong>ร่ม แว่นตา หมวก — </strong>มีอะไรก็จัดมาเถอะครับ ตามกำลังทรัพย์ที่ท่านหาได้ เอาของที่มีอยู่แล้วย่ิงดี☺</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*7d1hx2fNViwqPNzc7EwBag.png" /><figcaption>มีอะไร จัดมาให้หมดครับ</figcaption></figure><p>ของพิเศษอันนึงที่คิดว่าทำให้ถ่ายภาพออกมาสวยและราคาไม่แพง คือ <strong>ที่เป่าฟองสบู่ </strong>ครับ สามารถหาซื้อได้ตามตลาดนัดหรือร้าน ToyRUs</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*mY_Oki7u7M19-jCJtbCA6g.jpeg" /><figcaption>ฟองสบู่ทำให้เกิดเอฟเฟคสวยๆ ในภาพ</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*CUDK-oSFa5mVnC6EGz3skA.jpeg" /><figcaption>หรือเอามาเป่าใส่หน้ากันเล่นๆ แบบนี้ก็ด้ายยย</figcaption></figure><p>เห็นไหมครับว่ามันจะสร้างเอฟเฟคส์ที่สวยแปลกตาให้กับรูปภาพของเราได้ ☺</p><h4>สถานที่</h4><p>เนื่องจากผมทำงานที่ ม.มหิดล ศาลายา ผมชอบบรรยากาศที่นี่และคิดว่าน่าจะมีมุมถ่ายภาพสวยๆ ได้หลายมุม เลยตัดสินใจมาถ่ายภาพพรีเวดที่นี่กันครับ ใครไม่รู้จะไปถ่ายที่ไหน ก็ลองมาดูที่นี่ได้นะครับ <a href="https://www.google.co.uk/search?q=มหิดลสิทธาคาร&amp;client=safari&amp;rls=en&amp;biw=1440&amp;bih=742&amp;source=lnms&amp;tbm=isch&amp;sa=X&amp;ei=JadCVJjSEamu7AauyYHwDw&amp;ved=0CAgQ_AUoAQ"><strong>อาคารมหิดลสิทธาคาร</strong> </a>สวยมากกกกๆๆๆ ครับ (โปรโมท อิอิ)</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*pqQpFuhjGUffDf9dJNCPGg.jpeg" /><figcaption>บรรยากาศการไปดูสถานที่ก่อนถ่ายจริงหนึ่งอาทิตย์</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*JJ659bAe1cWuIdT9SIxG7g.jpeg" /><figcaption>ด้านหน้ามหิดลสิทธาคาร</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*YoaThvADSr14ogCaVx6DjA.jpeg" /><figcaption>แนวขำๆ ก็ดีเหมือนกันนะครับ</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*9rVpbr5J5_Vo57tV8ZvpvA.jpeg" /><figcaption>เขาเรียกสระอะไรหว่า … ด้านหลังสนามฟุตบอลครับ ตอนเดินกลัวตกมาก สะพานมันโยกเยก &gt;_&lt;</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*QcXFUdld6Pc4d-1STAMB_A.jpeg" /><figcaption>ถ่ายกับรถแทรม</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*YZorE_5clI27OpksdqUwtQ.jpeg" /><figcaption>ใช้มุมกล้องแปลกๆ ทำให้ภาพแปลกตา</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*bCrq0bnHNXkZPqOTa3AuxA.jpeg" /><figcaption>สะพานที่คณะดุริยางคศิลป์</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*8Jm3Na9no4aFMdsirLbGXQ.jpeg" /><figcaption>ทางเดินใกล้ๆ เรือนไทย</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*5KHwB1GKmvJN8Qp2EuI6Ow.jpeg" /><figcaption>ทางเดินริมคลองที่ดุริยางคศิลป์</figcaption></figure><p>เอาหล่ะ จบไปชุดนึง (แฮ่กๆ) วันถ่ายจริงเหนื่อยมากนะครับ เห็นภาพสวยๆ จริงๆ ร้อนตับแตก ถ่ายกันเต็มวันจนพระอาทิตย์ตกดิน &gt;_&lt; ดีที่มีร้าน Music Square ใกล้ๆ ให้เติมพลัง กินน้ำ กินขนมได้ เลยรอดมาได้ ฟิ้ววว</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*mf1aZnNNd6EDo6LambFAIQ.jpeg" /><figcaption>ฝนตกกลับเป็นโอกาสดี ที่จะได้รูปสวยๆ แบบที่หาได้ยาก ^^</figcaption></figure><p>แต่… มันยังไม่จบครับทุกท่าน! เผอิญเราไปจองโรงแรมแล้วได้ voucher ถ่ายภาพพรีเวดฟรีกับ Teerak studio มาเป็นของแถมอีก ว้าว! ถ่ายได้หนึ่งเซ็ต (2 ชุด คือ ไทย-สากล) อัดภาพขนาด 16&quot; x 20&quot; ได้ฟรีหนึ่งภาพ (เง้อ … เพิ่งมาได้หลังจากถ่ายกันเองไปแล้ว) เราเลยไปจัดมาอีกชุดครับ ของฟรีใครจะไม่เอาใช่ไหมล่ะ อิอิ</p><h3>ภาพชุดที่ 2</h3><h4>ชุดแต่งงานจัดเต็มที่สตูดิโอ</h4><p>อย่างที่ได้เกริ่นไปครับ ชุดนี้ถ่ายฟรีที่ Teerak studio ถ่ายประมาณ 4 เซ็ต มีชุดแต่งงานทั้งไทยและสากล สตูดิโอดูแลดีมากครับ ชุดนี้ถ่ายในห้องแอร์สบายๆ จัดไฟดี ภาพก็จะออกมาดูแกรนด์ คนละแนวครับ สรุปที่แถมหนึ่งภาพไม่พอ ไปซื้อเพิ่มมาอีกเกือบหกภาพได้ครับ แหะๆ ก็มันสวยหมด ตัดใจไม่ถูกครับ ค่าซื้อเพิ่มก็ภาพละ 650 บาท (รวมแต่งภาพ ไม่แต่ง 500 บาท)</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*xYNcuO11f7W-A_leHqszyA.jpeg" /><figcaption>อู้ววว เปียโนขาว ห้องขาว ดูแกรนด์ &amp; อลังการดีมาก ☺</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/300/1*sLrgoONcJyKlO28uz79tIQ.jpeg" /></figure><p><strong>ข้อดีของการถ่ายสตูดิโอคือ</strong></p><ul><li>ไม่ต้องคิดมาเรื่องชุด (ถ้าเป็นชุดแต่งงานนะครับ) เพราะเขามีให้เลือกทุกไซส์ ชุดเจ้าสาวอาจจะต้องเลือกนานหน่อย</li><li>ไม่ต้องคิดมากเรื่องพร๊อพ ของเพียบ</li><li>ไม่ต้องทนร้อน ห้องแอร์จ้ะ</li></ul><p><strong>ข้อเสีย (หรือเปล่า)</strong> ที่คิดออกคือ</p><ul><li>ภาพเราอาจจะไปคล้ายกับภาพคนอื่นอีกหลายๆ คน เพราะมันฉากเดียวกัน ชุดเดียวกันนี่นา</li><li>เสียเงิน (เยอะพอสมควร) ครับ -_-</li></ul><p>แต่ภาพที่ได้ก็เป็นคนละฟีลลิ่งครับ ส่วนตัวเราชอบทั้งคู่ ภาพสตูดิโอเหมาะกับวางไว้หน้างาน ดูเป็นทางการ เวอร์ๆ หน่อย แต่ภาพถ่ายไปรเวทจะดูสบายๆ ใช้ได้หลายที่หลายสถานการณ์มากกว่าครับ ก็ดีใจที่ได้ถ่ายมาทั้งสองแบบ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*Y3rzOHys6rYYUkPxK7884Q.jpeg" /><figcaption>พร๊อพเพียบครับ</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*sqbRR1Lo_1ySMgu-44ROBg.jpeg" /><figcaption>ชุดไทย เหมาะกับไปตั้งหน้างานพิธีไทยช่วงเช้าครับ</figcaption></figure><h4>การอัดและใส่กรอบภาพ</h4><p>แนะนำว่าท่านสามารถไปอัดภาพและเดินหากรอบภาพใส่เองได้นะครับ หากภาพไม่ใหญ่มาก และท่านไม่คิดว่าจะต้องอัดกาวหรือพิมพ์ลงกระดาษแคนวาส น่าจะประหยัดเงินได้พอสมควร</p><p>เราไปอัดภาพกันที่ร้านมาสเตอร์ ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว ครับ ร้านบริการรวดเร็วดี ราคาอัดภาพแต่ละขนาดดูได้จาก → <a href="http://www.masterphotonetwork.com/page.php?name=Print%20prices%20lists">ที่นี่</a> เลยครับ</p><p>เราอัดภาพหลายขนาด เพราะบางส่วนต้องใช้ขนาดตามที่ฉาก Gallery backdrop กำหนดมาครับ อันนี้เราต้องสอบถามกับบริษัทที่เราจ้างมาตกแต่งงานนะครับ ขนาดใหญ่ที่สุดที่อัดไปคือ 16&quot; x 20&quot; กับ 16&quot; x 24&quot; ไว้ตั้งหน้างาน ภาพขนาดใหญ่นี่เราจ้างใส่ครับ เพราะให้เคลือบและติดกาวด้านหลัง จะแข็งแรงหน่อย จากนั้นที่มีหลายภาพเล็กลงมาหน่อยก็คือ 10&quot; x 15&quot; อันนี้ไปซื้อกรอบมาใส่เองเลย</p><p>ยาวจังตอนนี้ ฮ่าๆ ขอให้สนุกกับการถ่ายภาพพรีเวดครับ ^-^ แชร์รูปสวยๆ มาให้ดูบ้างนะครับ</p><p>อ่านต่อเรื่อง <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-7-e235c042a343">MARRIE.D.I.Y (7) — การเชิญแขกมาร่วมงาน</a> ได้เลยครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/200/1*7sBbIirm6yRCZ6XlxmeykQ.jpeg" /></figure><p>ขอนอกเรื่องหน่อยจ้า เผอิญเจ้าสาวเปิดร้านขายตุ้มหูและสร้อยคอ คุณภาพดี นำเข้าเอง ราคามิตรภาพใครสนใจเชิญแวะเข้าไปเลือกชมได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">Pastella Shop</a> จ้า</p><p><a href="https://www.facebook.com/pastella.accessories">https://www.facebook.com/pastella.accessories</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*qN9wf74eCioQAzflQDBQ4A.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=1b7f93f273c2" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-6-1b7f93f273c2">MARRIED.I.Y (6) — ถ่ายภาพพรีเวด</a> was originally published in <a href="https://medium.com/pinn-aun">Pinn &amp; Aun</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[MARRIED.I.Y (5) — หลากหลายเรื่องราวกับการ์ดแต่งงาน]]></title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-5-3b941f2edb16?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/3b941f2edb16</guid>
            <dc:creator><![CDATA[Chaiyong Ragkhitwetsagul]]></dc:creator>
            <pubDate>Thu, 09 Oct 2014 10:09:36 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2015-01-14T14:52:48.517Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*mo5M-ASZdIvA_mUTPJ5Fvw.jpeg" /></figure><h3>MARRIED.I.Y (5) — หลากหลายเรื่องราวกับการ์ดแต่งงาน</h3><p>Credit: <em>บทความนี้เขียนโดยเจ้าสาว — ปิ่น ครับ อ่าน Medium ของปิ่นได้</em><a href="https://medium.com/@Nichayada"><em>ที่นี่</em></a><em>ครับ</em></p><p>กำหนด วัน เวลา และสถานที่กันได้แล้วใช่ไหมคะ ถึงเวลามาเลือกการ์ดกันเถอะค่ะ การ์ดส่วนมากใช้เวลาพิมพ์ 3–4 สัปดาห์ การ์ดใครมีรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ผูกโบว์ ติดเพชร ก็ต้องเผื่อเวลาอีกค่ะ ส่วนใครจะออกแบบการ์ดใหม่เผื่อเวลาตกลงเรื่องแบบด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นจะเริ่มแจกการ์ดกันตอนไหน ก็เริ่มคำนวณเวลาสั่งพิมพ์กันให้ดีๆ นะคะ</p><p>เริ่มจากไหนก่อนดี คำถามแรกที่ผุดขึ้นในหัวตอนเลือกการ์ด ร้านเยอะไปหมด สำหรับปิ่นใช้วิธีดูไปเรื่อยๆ ค่ะ วิธีนี้ป็นประโยชน์ดีนะคะ เพราะช่วยเทียบราคาให้เราด้วย ว่าควรจะราคาประมาณใบละกี่บาท ปิ่นเริ่มจากการเสิร์ชจากอินเตอร์เนตหรือดูจาก sponsor ของ <a href="http://www.weddingsquare.com">www.weddingsquare.com</a> ค่ะ ดูแบบไปเรื่อยๆ หรือเพื่อนๆ จะไปเดินดูตามจตุจักรหรือ ดิ โอลด์ สยาม จะมีแบบให้เลือกหลากหลายค่ะ สำหรับปิ่นมีโอกาสเลือกการ์ดได้ถึง 2 สไตล์ค่ะ เพราะจัดงาน 2 ครั้ง ไม่รู้ว่าโชคดี หรือปวดหัว 2 เท่ากันแน่ค่ะ</p><p>เนื่องจากว่ามีโจทย์จากคุณพ่อว่าของชำร่วยงานแต่งที่สงขลาขอเป็นเหรียญ เพราะเห็นว่าเป็นของมีค่าและคนไม่ทิ้งขว้าง เอาล่ะสิ ความซวยมาเยือน ดั้นด้นไปหาซื้อเหรียญที่โรงกษาปณ์ ความซับซ้อนก็ยังไม่หมดไป โอว… แล้วชั้นจะหา packaging จากไหนละเนี่ย เหรียญก็แพง packaging ต้องสั่งทำออกแบบใหม่ก็ยิ่งแพง กลัวทำแล้วออกมาดูเหมือนงานบวชหรืองานเกษียณล่ะมีฮาเลย</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/854/1*7Zf6Ri8LAhtuTZmap_ZfuA.jpeg" /><figcaption>ของชำร่วยสำหรับงานที่สงขลาค่ะ เหรียญสิบบาทที่ระลึก พร้อม packaging กระดาษพิมพ์ลาย</figcaption></figure><p>หาไปหามาสุดท้ายมาลงเอยที่ร้าน <strong>Chanidapa</strong> ค่ะ เป็นร้านที่มีโรงพิมพ์เอง ราคาสมเหตุสมผล ทำงานเร็ว ตรงต่อเวลา และมีความเป็นมืออาชีพมากค่ะ แต่ร้านอาจจะไกลไปหน่อยสำหรับคนบ้านอยู่แถวรัชดาอย่างปิ่น เมื่อตัดสินใจมาทำของชำร่วยที่นี่ เอาล่ะ! ก็สั่งการ์ดมันที่นี่เลยละกัน มาครั้งเดียวได้ 2 งาน ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว การ์ดที่นี่มีหลายแบบค่ะ เพื่อนๆ ไปดูตาม link ได้ค่ะ(<a href="http://www.chanidapacard.com">www.chanidapacard.com</a>) มีทั้งแบบพิมพ์สีและพิมพ์กด (ไม่รู้เรียกถูกเปล่า คือ แบบที่มันเป็นเหมือนกดลงไปอ่ะค่ะ ซึ่งก็มีทั้งสีทอง สี pink gold และสีเงิน) ที่นี่สั่งทำขั้นต่ำที่ 300 ใบค่ะ หากจะพิมพ์เพิ่มจากที่สั่งไปแล้วก็ขั้นต่ำ 100 ใบ และอาจจะไม่ได้ราคาเท่าเดิมค่ะ เพราะฉะนั้นคำนวณจำนวนการ์ดกันดีๆ นะคะ ปิ่นสั่งมา 600 ใบหมดพอดีเป๊ะเลยค่ะ</p><p>ราคาการ์ดจะรวมซองด้วยแล้วค่ะ ซึ่งโดยมากร้านก็จะเผื่อให้อีก 5–10% ของจำนวนการ์ดที่สั่ง การเลือกการ์ดไม่มีกฎเกณฑ์อะไรหรอกค่ะ เอาแบบที่ชอบเห็นแล้วปิ๊งค่ะ แต่ปิ่นขอแนะนำว่าอย่าเอาการ์ดบางนักค่ะ เพราะถ้าบางเกินไปเวลาถือมันงอๆ คามือเลยอ่ะค่ะ ก็จะรู้สึกเหมือนการ์ดถูกๆ หรืองานที่มีผู้ใหญ่เยอะๆ การใช้สีฉูดฉาดมากผู้ใหญ่บางท่านอาจจะเห็นว่าไม่สุภาพ จะเลือกแบบการ์ดหน้าเดียว, 2 พับ, 3 ทบ, หรือแบบสอด ก็เลือกกันตามสะดวกตามงบกันไปเลย ใครที่มีธีมสีก็เลือกตามธีมสีเลยค่ะ หรือจะสั่งทำพวกกล่องรับซองและสมุดอวยพรไปด้วยเลยก็ได้ ยิ่งสั่งเยอะยิ่งมีอำนาจต่อรอง (ในการขอลดราคา) ค่ะ อิอิ ☺</p><p>สุดท้ายมาลงตัวที่แบบนี้ค่ะ …</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*Y1biUAwSPI6urAHMf2sT0A.png" /><figcaption>การ์ดงานแต่งที่สงขลา เลือกใช้สีเรียบๆ น้ำเงินเข้ม เพราะมีผู้ใหญ่มาเป็นส่วนใหญ่ เป็นแบบแผ่นเดียว ไม่พับ สามารถใส่ซองส่งได้โดยง่ายค่ะ</figcaption></figure><p>คุณพ่อบอกว่าขอเรียบๆ และเป็นการ์ดใบเดียว จะส่งไปรษณีย์ก็สะดวกค่ะ เพราะน้ำหนักเบา ติดแสตมป์ 3 บาทเอาอยู่ ;-)</p><p>มาเลือกการ์ดรอบ 2 เนื่องจากงานกรุงเทพฯ มีธีมคือ Journey หรือการเดินทาง เพราะเราสองคนเดินทางกันเยอะเหลือเกินกว่าจะมาลงตัวแต่งงานกัน ส่วนธีมสี ไม่ได้มีกำหนดค่ะ แต่ว่าส่วนตัวปิ่นชอบสีออกแนว pastel ก็พยายามหาของและตกแต่งงานเป็นสีออกแนว pastel</p><p>ขณะเดินเล่นอยู่ในงาน wedding fair ของ vendor เจ้าหนึ่งที่รับตกแต่งสถานที่แต่งงาน เหมือนโชคชะตา พามาพบการ์ดเนื้อคู่ค่ะ เวอร์ซะ… เป็นการ์ดที่เห็นแล้วชอบมากกก…. เลยบอกคุณแฟนว่า ชั้นจะเอาอันนี้ ถูกใจทั้งสี ดีไซน์ และรูปแบบ แถมเข้ากับธีมการเดินทางของชั้นอีก นี่มันเกิดมาเพื่อกันชัดๆ (ว่าไปนั่น) หลังจากตกลงไปและขอออกแบบเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย เลือกฟ้อนต์ เลือกสี ขอเพิ่มโน่นนี่ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณคุณแฟนที่ช่วยทำ photoshop แสดงจินตนาการของเดี๊ยนลงไป จนทางร้านเข้าใจความต้องการได้อย่างชัดเจน</p><p>หลังจากเลือกกระดาษ + ปรับแก้สีและแบบไปหลายรอบ สุดท้าย มาลงตัวที่แบบนี้ค่ะ จากร้าน <strong>Siamsquare Card</strong> ค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*U8R9usRkxt8Xu06h8jKZMg.png" /><figcaption>การ์ดงานกรุงเทพฯ ธีมเดินทาง (Journey) เราชอบที่สีหวานๆ ดี</figcaption></figure><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*f7ARS-WefJncrtpSN-7-1g.png" /><figcaption>ด้านหน้าภาษาอังกฤษ ด้านหลังภาษาไทย แนะนำว่าเช็คการพิมพ์ให้ดีนะคะ ของเรามีพิมพ์ผิดหลายจุดอยู่ ต้องดูดีๆ ค่ะ</figcaption></figure><p>การ์ดเป็นรูปตั๋วเครื่องบิน หรือ Boarding Pass ค่ะ แต่เราใช้ gimmick เป็นคำว่า Wedding Pass แทน ส่วนอื่นๆ เช่น แถว ที่นั่ง ก็เปลี่ยนเป็นคำอื่นๆ ที่เข้ากับงานแต่งค่ะ ของเราเป็น Happily Ever After ค่ะ และส่วนที่ต้องเย็บแม็ก เดิมที่เขียนว่า Staple Here ก็เปลี่ยนเป็น Happiness Starts Here แทนค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*IzY-CU6_S5lai--BhZChvQ.png" /><figcaption>ทำเสร็จแล้วของจริงออกมาหน้าตาแบบนี้ค่ะ</figcaption></figure><p>เมื่อเป็นดีไซน์การ์ด Boarding Pass ก็เลยสามารถฉีกได้ เหมือนเวลาเราเดินขึ้นเครื่องบินค่ะ ซึ่งตรงนี้เราให้แขกฉีกออกมาเป็น blessing card มาหนีบที่หน้างานค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*Cqtn0UFL08x24HiXHpTmiA.jpeg" /><figcaption>Blessing card สามารถฉีกออกมา เขียนคำอวยพร แล้วเอามาติดไว้ที่หน้างานค่ะ ^^</figcaption></figure><p>ปล. เพื่อนๆ ให้ความร่วมมือกันดีมาก เพราะเราไปโฆษณาว่าให้เอา blessing card มาจับฉลากของที่ระลึกจากเราสองคนด้วยค่ะ 555+ และแน่นอนว่าของที่ระลึกก็ต้องเข้ากับธีมการเดินทางของเราด้วย เราแจกสิ่งที่ใช้บันทึกความทรงจำในการเดินทาง หรือ กล้องถ่ายรูปนั่นเองค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*iaLudZCY3GsYKdRuJhODAw.jpeg" /><figcaption>ของที่ระลึกพิเศษ สำหรับจับฉลากในงาน แจกกล้องโพลารอยด์ด้วยนา คริคริ ^^</figcaption></figure><p>บอกแล้วว่าชอบสุดๆ จริงๆ ถึงขนาด ขอให้ทีมตกแต่งเอามาเป็น backdrop ด้วย ☺แถมขอให้มีการทำ di cut ยกน่ารักๆ แสดงถึงเมืองที่เราไปเที่ยวด้วยกันค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*fncLlmhFMz7Poe5wV1RqdQ.jpeg" /><figcaption>ใช้ backdrop ดีไซน์เดียวกันกับการ์ด หากร้านทำการ์ดมีแพ็คเกจร่วมกับทีมตกแต่งค่ะ ของเราใช้ Seethrough ค่ะ</figcaption></figure><p>บางคนอาจจะเห็นว่าการ์ดเป็นอะไรที่สิ้นเปลือง เพราะคนได้มาก็ทิ้ง แต่สำหรับปิ่น ปิ่นว่ามันแสดงถึงบุคลิกของบ่าว-สาวนะคะ บางคนเป็นแนวเรียบหรู บางคนเป็นแบบคลาสสิก บางคนเป็นแนวสดใสร่าเริง เหล่านี้มันแสดงออกมาในการ์ดที่เราเลือกมาได้นะคะ หรือถ้าใครอยากให้การ์ดมีประโยชน์มากกว่าเป็นแค่บัตรเชิญก็เอามาใช้เป็นบัตรอวยพรแบบปิ่น-อั้นก็ได้ค่ะ ปิ่นว่ามันทำให้ทุกคนตั้งใจเขียนมากขึ้นด้วยค่ะ เพราะเขียนกันมาจากบ้านกันเลย ใครไม่มางานก็ยังฝากคำอวยพรมาได้ด้วย อ่านไปแล้วก็ยิ้มไป มีความสุขค่ะ ☺</p><p>ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเลือกการ์ดที่ตัวเองชอบนะคะ ^^…</p><p>อ่านต่อเรื่อง <a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-6-1b7f93f273c2">MARRIED.I.Y (6) — ถ่ายภาพพรีเวด</a> ได้เลยค่าา</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/200/1*7sBbIirm6yRCZ6XlxmeykQ.jpeg" /></figure><p>ขอนอกเรื่องหน่อยจ้า เผอิญเจ้าสาวเปิดร้านขายตุ้มหูและสร้อยคอ คุณภาพดี นำเข้าเอง ราคามิตรภาพใครสนใจเชิญแวะเข้าไปเลือกชมได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">Pastella Shop</a> จ้า</p><p><a href="https://www.facebook.com/pastella.accessories">https://www.facebook.com/pastella.accessories</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*qN9wf74eCioQAzflQDBQ4A.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=3b941f2edb16" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-5-3b941f2edb16">MARRIED.I.Y (5) — หลากหลายเรื่องราวกับการ์ดแต่งงาน</a> was originally published in <a href="https://medium.com/pinn-aun">Pinn &amp; Aun</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[MARRIED.I.Y (4) — ว่าด้วยเรื่องแหวนเพชร …]]></title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-4-613e2a6c593d?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/613e2a6c593d</guid>
            <dc:creator><![CDATA[Chaiyong Ragkhitwetsagul]]></dc:creator>
            <pubDate>Wed, 08 Oct 2014 12:05:12 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2015-01-14T14:54:19.810Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*hzE_iLOARA-7FyT0WoD_Ag.jpeg" /></figure><h2>MARRIED.I.Y (4) — ว่าด้วยเรื่องแหวนเพชร …</h2><p><em>Credit: บทความนี้เขียนโดยเจ้าสาว — ปิ่น ครับ อ่าน Medium ของปิ่นได้</em><a href="https://medium.com/@Nichayada"><em>ที่นี่</em></a><em>ครับ</em></p><blockquote><em>Diamonds are forever เพลงภาคหนึ่งของ James Bond 007 ฟังชื่อแล้วทำให้รู้สึกว่าเพชรเป็นอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอมตะ คนเราถึงอยากให้เพชรมาเป็นตัวแทนของความรัก</em></blockquote><p>ปิ่นเองตอนแรกก็ไม่ได้เป็นคนมีความรู้เรื่องเพชรอะไรเลย แต่ก็ใช้อาศัยอ่านๆ จำๆ เอา เพราะเห็นว่าไหนๆ จะซื้อเพชรทั้งที ก็ขอรู้เรื่องกับเค้าบ้าง</p><p>วันนี้เลยอยากจะขอแชร์หลักการคร่าวๆ ย้ำว่าคร่าวๆ ให้เพื่อนๆ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์บ้างเวลาเพื่อนๆ ไปเลือกซื้อเพชรกัน หรืออย่างน้อยก็พอจะอ่านใบเซอร์เพชรรู้เรื่องบ้างค่ะ</p><h4>1. เลือกร้านที่ไว้ใจได้</h4><p>อันนี้ใช้การศึกษาชื่อเสียงเอาค่ะ จะทางอินเตอร์เนต หรือจะเป็นร้านที่รู้จักก็ได้ค่ะ เมื่อได้ร้านแล้วก็ศึกษาราคาค่ะว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร แต่จำไว้เสมอค่ะว่า การเทียบราคาเพชรต้องเทียบกับเพชรที่มีคุณสมบัติเท่ากันเท่านั้นค่ะ ซึ่งข้อต่อๆ ไปปิ่นจะมาเล่าให้ฟังว่าเวลาเราดูเพชรเราดูคุณสมบัติอะไรกันบ้าง เพื่อนๆ ลองดูไปเรื่อยๆ 2–3 ร้าน ก็จะพอกะประมาณได้ค่ะ ว่าร้านนั้นๆ ถูกหรือแพง</p><h4>2. กำหนดงบประมาณ</h4><p>การกำหนดงบประมาณไว้ก่อน ก็จะช่วยตีกรอบการเลือกเพชรของเราลง การซื้อแหวนเพชร มักเป็นการเลือกเพชรก่อน หรือที่เราเรียกว่า “เพชรร่วง” แล้วจึงออกแบบแหวนและประกอบเพชรอื่นๆ ลงไป เพราะฉะนั้นการกำหนดงบประมาณนอกจากจะดูราคาเพชรหัวแหวนแล้วก็อย่าลืมคำนวณถึง เพชรประดับ และตัวเรือนด้วย ซึ่งที่นิยมกันก็มักจะเป็นทองคำหรือทองคำขาว ราคาของตัวเรือนก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*Ic4ean6TZ50tYVQTBA2pog.jpeg" /><figcaption>แหวนผู้ชายมักจะเป็นแบบเกลี้ยงมีเพชรเล็กๆ หนึ่งเม็ด แต่แหวนของผู้หญิงจะจัดเต็มกว่าค่ะ</figcaption></figure><h4>3. เลือกแบบแหวน</h4><p>บางคนอาจชอบแหวนเป็นเป็นเพชรชูเม็ดเดี่ยว บางคนอาจจะชอบแบบมีรายละเอียด ร้านโดยทั่วไปจะมีแบบโดยประดับเพชรสังเคราะห์ไว้ให้เราลองสวมค่ะ นิ้วคนเราไม่เหมือนกัน บางคนนิ้วยาว บางคนนิ้วอ้วน เพราะฉะนั้นต้องลองสวมดูว่าแบบไหนเหมาะกับเราค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แนะนำว่าควรเลือกดีไซน์ที่ดูแล้วคลาสสิคค่ะ เพราะแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานก็จะอยู่กับเราไปอีกหลายปีจริงไหมคะ เพราะฉะนั้นเลือกแบบคลาสสิคไว้ก่อน ผ่านไปกี่ปีๆ กลับมาดูก็เชื่อว่าจะยังสวยอยู่</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*PlO6FLNzAwVIPluvBHlGRQ.jpeg" /><figcaption>พกเป็ดไปให้ช่างภาพถ่ายวันงานด้วยค่ะ ^^</figcaption></figure><h4>4. เลือกเพชร</h4><p>อย่างแรกเลยที่เลือกง่ายที่สุด คือ รูปทรงของเพชร เพชรมีหลายรูปทรงค่ะ แต่รูปทรงที่นิยมนำมาเป็นแหวนแต่งงานมากที่สุดคือทรงกลมค่ะ เพราะเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความไม่สิ้นสุดเหมือนวงกลมที่ไม่มีจุดสิ้นสุดค่ะ ว่ากันว่าเพชรที่ขายๆ กันอยู่ในตลาดโลกกว่า 75% ก็เป็นเพชรกลมเนี่ยแหละค่ะ ปิ่นเองก็เลือกเพชรกลมค่ะ เพราะเห็นว่าเป็นรูปทรงเพชรที่ให้เหลี่ยมมากที่สุดจึงส่องประกายมากกว่ารูปทรงอื่นๆ แต่ก็เป็นรูปทรงที่แพงกว่าทรงอื่นๆ เช่นกันค่ะ แต่บางคนอาจจะชอบรูปแบบอื่นๆ ก็ไปลองดูกันได้ค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/448/1*oXZ6ZJjujUUQWctFlsylxw.jpeg" /><figcaption>ภาพจาก <a href="http://www.toryandko.com/SERVICES/FACTS/Diamond+Information.html">http://www.toryandko.com/SERVICES/FACTS/Diamond+Information.html</a></figcaption></figure><h3>คุณสมบัติของเพชร 4 ข้อ</h3><p>ต่อมาปิ่นขอเล่าคร่าวๆ เกี่ยวกับคุณสมบัติของเพชร 4 ข้อ ที่ใช้กันเป็นสากลแล้วกันนะคะ นั่นก็คือ หลัก <strong>4C </strong>มันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ</p><h4>(1) Carat (กะรัต หรือ น้ำหนักของเพชร )</h4><p>เพชร 1 กะรัต จะเท่ากับ 200 มิลลิกรัม หรือปิ่นเห็นคนไทยมักจะเรียกว่า 100 สตางค์ จะใหญ่จะเล็กแค่ไหนก็เลือกกันตามชอบหรือตามจำนวนเงินในกระเป๋าเลยค่ะ แต่ก่อนปิ่นคิดว่าเพชรใหญ่คือเพชรที่แพงกว่าเพชรเล็กแน่ๆ แต่พอมาศึกษาดูก็รู้ว่าไม่จริงเสมอไปค่ะ เพราะมันต้องดูคุณสมบัติอื่นๆ ประกอบด้วย</p><h4>(2) Color (สี หรือ น้ำเพชร)</h4><p>เพชรทีมีน้ำ 100 เราจะเรียกว่า D Color ค่ะ เรียกว่าเวลาโดนไฟแล้วขาวแบบแสบตากันเลยทีเดียว แต่ราคาก็แพงสุดๆ เหมือนกัน เพราะหายากค่ะ การจัดระดับสีจะเรียงไปเรื่อยๆ จากสีขาวสุดไปเป็นสีออกเหลืองๆ แทนด้วยพยัญชนะภาษาอังกฤษโดยเริ่มจาก D (น้ำ100), E(น้ำ99), F(น้ำ98) ไปเรื่อยๆ ค่ะ เพชรยิ่งขาวก็จะแพงกว่าเพชรออกสีเหลืองนวลๆ แต่ถ้าเป็นเหลืองเข้มไปเลยก็จะกลายเป็นเพชรแฟนซีซึ่งก็มีราคาแพงเหมือนกัน ใครที่อยากได้เพชรน้ำหนักมากหน่อยแต่ราคาถูกลง แนะนำกว่าซื้อเพชรที่ไม่ขาวมาก อาจจะต่ำลงจนถึงประมาณน้ำ 95 ก็ได้ค่ะ เพราะสีจะยังค่อนข้างขาว แบบที่ชาวบ้านแบบเราๆ ดูไม่ค่อยออกค่ะ ยิ่งถ้าอยู่เดี่ยวๆ ไม่ได้โดนเทียบกับเพชรที่ขาวกว่า ยิ่งดูไม่ออกค่ะ ลองสังเกตดูเยอะๆ ก็จะพอแยกออกค่ะ ปิ่นเองเคยไปร้านเพชรแห่งหนึ่งในห้างหรู เค้าเอาเพชรมาให้ดู พอปิ่นบอกเค้าว่า เพชรไม่ค่อยขาวเลยนะคะ เค้าก็ทำหน้าเหวอๆ ไปเหมือนกัน แอบรู้สึกเหมือนเค้าจะเอามาหลอกขายยังไงไม่รู้ หลังจากนั้นคุณเจ้าของร้านก็พูดแนวๆ ประชดว่า รู้เยอะนะคะเนี่ย แล้วก็บอกว่า พอดีเป็นน้ำ 93 ค่ะ ปิ่นเลยคุยๆ อีกนิดหน่อยแล้วก็ขอบายร้านนั้นไปค่ะ แบบว่าอารมณ์ติสต์ จะซื้ออะไรกับใครก็ขอถูกใจคนขายด้วย :-P</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*lkPNN6lTJn3l7dNOZwFd2A.jpeg" /><figcaption>ภาพจาก <a href="http://diamondsellersguide.com/">http://diamondsellersguide.com/</a></figcaption></figure><h4>(3) Clarity (ความสะอาด)</h4><p>วัดจากตำหนิหรือสิ่งเจือปนในเพชรค่ะ ซึ่งปกติแล้วจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องที่มีกำลังขยาย 10 เท่า หลายคนสงสัยว่าแล้วถ้ามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจะแคร์ทำไม ปิ่นว่าคงเป็นความรู้สึกของคนน่ะค่ะว่าของมีตำหนิ มีมลทิน จึงต้องมีมูลค่าลดลงไป และเท่าที่ทราบเค้าว่ากันว่าการที่มีตำหนิจะเป็นการขัดขวางทางเดินของแสงทำให้ส่องประกายน้อยลงค่ะ ความสะอาดแบ่งได้เป็น 10 ระดับค่ะใครที่อยากได้เพชรเม็ดใหญ่หน่อยแต่ราคาถูกลงก็อาจจะเลือกความสะอาดน้อยลงได้ค่ะ แต่อย่างไรก็ดี เท่าที่ทราบไม่ควรต่ำกว่า VS1 ค่ะ และถ้าจำเป็นที่จะต้องเลือกเพชรมีตำหนิก็ควรจะเลือกเพชรที่มีตำหนิอยู่ขอบๆ เพชร เพราะบางทีช่างทำแหวนจะใช้หนามเตยปิดได้ค่ะ หรือไม่ก็เลือกตำหนิไว้หลังเพชรค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/442/1*xaDbtPP_cF_ulZ0DJjQv0w.jpeg" /><figcaption>ภาพจาก <a href="http://www.gleimjewelers.com/gleim_diamonds.html">http://www.gleimjewelers.com/gleim_diamonds.html</a></figcaption></figure><h4>(4) Cut (การเจียระไน)</h4><p>เค้าว่ากันว่าข้อนี้สำคัญที่สุดในการเลือกเพชรค่ะ มีเว็บไซต์ฝรั่งอันนึงที่ปิ่นเคยอ่าน เค้าบอกว่า cut เป็นคุณสมบัติเดียวในการเลือกเพชรที่ no compromise ซึ่งหมายความว่าเรื่องอะไรก็ยอมๆ หยวนๆ ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด การเจียระไนทำให้เพชรเป็นประกายสวยงาม ซึ่งต้องอาศัย</p><p>หลายอย่างประกอบกัน เพชรน้ำดี แต่เจียระไนไม่ดี ก็ทำให้เพชรไม่ส่องประกายเท่าที่ควรค่ะ การเจียระไน แบ่งเป็น 5 ระดับ ค่ะ คือ</p><p>Excellent (ดีเยี่ยม), Very Good (ดีมาก), Good(ดี), Fair(ดีมาก), Poor (แย่)</p><p>อย่างที่บอกไปแล้วว่า เรื่องนี้ยอมไม่ได้ เพราะฉะนั้น แนะนำเป็นระดับ Very Good หรือ Excellent เท่านั้นค่ะ โดยหลักๆ แล้ว Cut จะดูจาก Proposition (สัดส่วน) Polish (การขัดเงา) และ Symmetry (ความสมมาตร) ถ้าจะให้ดีต้อง Excellent ทั้ง 3 ส่วนค่ะ หรือ ที่ร้านเพชรมักจะพูดว่า Triple Excellent หรือ 3EX นั่นแหละค่ะ ถ้าเพชรมีสัดส่วนดี การขัดเงาดี และสมมาตรดี เพชรจะส่องประกายมาก อาจทำให้เพชรดูขาวขึ้นด้วยค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/350/1*RdJaLJ5gbLQ2cpR9CbPgeQ.gif" /><figcaption>ภาพจาก <a href="http://www.ross-simons.com/content/engagement-ring-guide/what-diamond-shapes-work-best.htm">http://www.ross-simons.com/content/engagement-ring-guide/what-diamond-shapes-work-best.htm</a></figcaption></figure><p>นอกจากนี้ปัจจุบัน ยังมี cut ที่ว่ากันว่ามีการเจียระไนอย่างปราณีต ทำให้เพชรได้สัดส่วน และความสมมาตรส่งผลให้เพชรส่องประกายสวยงาม เรียกว่า คือ Hearts &amp; Arrows (H&amp;A) เป็นการเจียระไนที่เมื่อเอากล้องส่องแล้วจะเห็นลูกศรแปดดอก เมื่อมองจากด้านหน้าเพชร และหัวใจแปดดวงเมื่อมองจากจากทางก้นเพชร H&amp;A ที่ดีต้องมีความสมมาตรสวยงาม คือ ลูกศรเท่ากันทุกดอก และหัวใจเท่ากันทุกดวงค่ะ ปล. เพชร 3EX ทุกเม็ดอาจจะไม่ใช่ H&amp;A ก็ได้นะคะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*jS_xNK3f3uuyuPflqXNIPg.jpeg" /><figcaption>รูปแสดงว่าเพชรมี H&amp;A บนใบ Certificate ของเพชร จาก HRD</figcaption></figure><p>นอกจากคุณสมบัติ 4C ตามที่กล่าวมาแล้ว ปิ่นขอเสนอว่า หากเพื่อนๆ จะเลือกซื้อเพชรที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 0.3 กะรัต หรือ ที่คนไทยเรียกว่า 30 สตางค์ขึ้นไป แนะนำให้เพื่อนๆ ดูเพิ่มอีก 1C คือ Certification ค่ะ</p><p>เพชรที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 0.3 กะรัตขึ้นไป จะมีการออกใบรับรอง หรือ Certification หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่าใบเซอร์นั่นแหละค่ะ ซึ่งเท่าที่พบก็จะมีจาก 2 สถาบันคือ GIA (ของสหรัฐฯ) และ HRD (ของเบลเยี่ยม) เคยอ่านทราบมาว่าคนไทยมักนิยม GIA เพราะว่ากันว่าการให้เกรดมีความเข้มงวดกว่า แต่เคยถามเจ้าของร้านเพชรที่รู้จักเค้าก็บอกว่าในตลาดค้าเพชรยอมรับว่าเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพชรมีใบเซอร์ก็คือมีใบเซอร์ไม่ได้แยกว่ามาจากสถาบันไหน</p><p>การเลือกซื้อเพชรที่มีใบเซอร์จะทำให้เรามั่นใจได้ว่าเราได้เพชรแท้ค่ะ เพราะเพชรพวกนี้จะมาพร้อมใบเซอร์เพชร และจะมีเลข serial number อยู่ตรงขอบเพชร (girdle) ซึ่งหากใช้กล้องกำลังขยายสูงๆ ส่องดูก็จะเห็น และเราก็สามารถตรวจสอบทางเว็บไซต์ของสถาบันนั้นๆ ได้ด้วยว่ามีคุณสมบัติตรงกับที่ใบเซอร์เขียนไว้หรือป่าว และการตรวจว่า เลข serial number ที่เพชรตรงกับใบเซอร์ที่ให้มาก็เป็นการป้องกันการเอาเพชรมาสวมใบเซอร์ค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/640/1*-q3ETZxb8vEcdjXRBSMRrw.jpeg" /><figcaption>ตำแหน่งของ Girdle ของเพชรทรงกลม ขอบคุณภาพจาก <a href="http://www.jewelry-secrets.com/">http://www.jewelry-secrets.com/</a></figcaption></figure><h4><strong>5. ปัจจัยอื่นๆ</strong></h4><p>นอกจากนี้เพื่อนๆ ก็อาจจะดูปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น นโยบายการรับซื้อคืน หรือ บริการทำความสะอาด เป็นต้น</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*3AbSLbzyY5OX62CCbKN4Aw.jpeg" /><figcaption>แหวนเพชรที่เราเลือกกันมาค่ะ ^^</figcaption></figure><p>เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ กับหลักการเลือกเพชรแบบคร่าวๆ พร้อมจะไปร้านเพชรกันรึยัง ขอให้มีความสุขกับการเลือกเพชรค่ะ ☺<br><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-5-3b941f2edb16">อ่านต่อได้ที่ MARRIED.I.Y (5) — หลากหลายเรื่องราวกับการ์ดแต่งงาน</a> ค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/200/1*7sBbIirm6yRCZ6XlxmeykQ.jpeg" /></figure><p>ขอนอกเรื่องหน่อยจ้า เผอิญเจ้าสาวเปิดร้านขายตุ้มหูและสร้อยคอ คุณภาพดี นำเข้าเอง ราคามิตรภาพใครสนใจเชิญแวะเข้าไปเลือกชมได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">Pastella Shop</a> จ้า</p><p><a href="https://www.facebook.com/pastella.accessories">https://www.facebook.com/pastella.accessories</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*qN9wf74eCioQAzflQDBQ4A.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=613e2a6c593d" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-4-613e2a6c593d">MARRIED.I.Y (4) — ว่าด้วยเรื่องแหวนเพชร …</a> was originally published in <a href="https://medium.com/pinn-aun">Pinn &amp; Aun</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[MARRIED.I.Y (3) — จัดงานยังไง ไม่ให้งบบานปลาย]]></title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-3-1e488c890c17?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/1e488c890c17</guid>
            <dc:creator><![CDATA[Chaiyong Ragkhitwetsagul]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 07 Oct 2014 20:47:03 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2015-01-21T16:49:13.334Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*K7LY6FcsFQL-HYfT_kWXdQ.jpeg" /></figure><h3><strong>MARRIED.I.Y (3) — จัดงานยังไง ไม่ให้งบบานปลาย</strong></h3><p><em>ป.ล. ตอนนี้เขียนโดยเจ้าสาว — ปิ่น และแต่งเติมโดยอั้น นะครับ</em></p><p>เรื่องเงินใครว่าใครว่าเรื่องเล็ก จริงไหมคะ แต่งงานครั้งหนึ่งในชีวิต ก็ย่อมต้องอยากได้โน่นนี่เยอะไปหมด ความต้องการดูเหมือนว่าจะมีไม่จำกัด แต่เงินในกระเป๋านี่สิมีจำกัด (-_-“)</p><p>ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนเลยว่า อาจจะไม่สามารถเสนอแนวทางการจัดงานแบบที่ถูกสุดๆ ให้ทุกคนได้นะคะ แต่เอาเป็นว่าจัดแล้วไม่เกินงบที่ตั้งไว้ดีกว่าค่ะ ปิ่นเชื่อว่าการจัดงานแต่งงานมันต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ จะเอาแต่ถูกไว้ก่อน เราก็อาจจะไม่ถูกใจจริงไหมคะ สำหรับปิ่นแล้ว ปิ่นพยายาม balance กันค่ะ ถูกใจบ้าง ถูกเงินบ้าง แต่ใครจะถือแนวทางอื่นก็ไม่ว่ากันค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าจัดง่ายๆ สบายๆ ถูกๆ ดีกว่า เผลอๆ เหลือเงินไป Honeymoon ได้อีก อันนี้ก็ไม่ว่ากันค่ะ</p><h4><strong>เคล็ดไม่ลับสำหรับคุมงบ</strong></h4><p><strong>1. ทำลิสต์รายการค่าใช้จ่ายหลักๆ </strong>ไว้ก่อน เช่น ค่าโรงแรม ค่าตกแต่งสถานที่ ค่าชุด ค่าแหวน ค่าของชำรวย ค่าการ์ด ให้กำหนดงบรวมไว้เลยค่ะ ว่าเรามีเงินเท่าไหร่ สำหรับการจัดงานทั้งหมด แล้วกำหนดลงไปเลยค่ะว่า เราสามารถจัดสรรค่าใช้จ่ายให้แต่ละส่วนได้เท่าไหร่ และพยายามใช้จ่ายให้พอที่จัดสรรไว้ค่ะ อย่าพยายามเลื่อนจำนวนที่ลิมิตไว้โดยเด็ดขาด เพราะถ้าทำไปครั้งนึง ก็จะมีครั้งต่อๆ ไปแน่ๆ ค่ะ ☺ แต่ถ้าจำเป็นต้องเลื่อนจริงๆ ก็ให้ลดยอดอื่นๆ ตามลงไปค่ะ</p><p><strong>2. สถานที่จัดงาน </strong>การจัดงานในโรงแรม ช่วยให้เราคุมงบได้ง่ายมากขึ้นค่ะ เพราะว่า ค่าโรงแรมจะรวมทั้งค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าสถานที่ ค่าไฟ และการตกแต่งไว้พร้อมแล้ว หากจัดที่โรงแรมก็มักจะอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าจะไม่เจอค่าใช้จ่ายงอกหลังจากจัดงานไปแล้ว (ยกเว้นค่านำเข้าเครื่องดื่มแอลกฮฮอล์ การนำเข้าซุ้มอาหารในกรณีที่จัดงานแบบค็อกเทล และการนำเข้าดอกไม้สด ที่ทุกโรงแรมมักจะขอคิดค่าใช้จ่าย และจะแจ้งไว้ก่อนค่ะ) และการจองล่วงหน้านานๆ หรือจองในงาน wedding fair ก็จะช่วยเราประหยัดอีกทางค่ะ เพราะส่วนมากจะมีการลดราคาหรือให้ของแถมเป็นการตกแต่งเพิ่มเติม ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเติมทีหลังเพื่อตกแต่งงานค่ะ</p><p>แต่ถ้าใครอยากที่จะจัดตามสโมสรต่างๆ ก็ขอให้ตกลงกันและเขียนให้ชัดเจนไปเลยค่ะ ว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เช่น ค่าห้องรวมค่าตกแต่งสถานที่ให้ไหม หากนำการตกแต่งเข้ามาเองจะมีการคิดเงินเพิ่มหรือไม่อย่างไร ใช้ห้องได้ถึงกี่โมง มีจอ LCD ให้กี่จอ มีเครื่องฉายกี่เครื่อง ไฟจำพวก spot light, par light, follow light ทางสโมสรมักจะไม่มี หากเอาเข้ามาจะต้องเสียเงินเท่าไหร่ อย่างไร ถ้าจะให้ดีเขียนในสัญญาเลยค่ะ จะได้ไม่มาเถียงกันทีหลัง การจัดที่สโมสรหรือสถานที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่โรงแรมจะมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะหน่อย แต่ถ้าเราละเอียดรอบคอบซะอย่าง ก็คุมได้ค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1000/1*mL1Zth7D3yDOng9ykiFmpw.jpeg" /></figure><p><strong>3. ชุดแต่งงาน</strong> อย่างแรกเลยคือ เช่าถูกกว่าตัดแน่ๆ ค่ะ บางคนอาจจะถือเรื่องชุดเจ้าสาวต้องใส่คนแรก ก็อาจจะใช้วิธีเลือกชุดใหม่ที่ทางร้านตัดออกมาแล้วยังไม่เคยมีใครเช่าก็ได้ค่ะ อาจจะแพงกว่าหน่อยแต่ก็ถูกกว่าตัดแน่ๆ การเช่าชุดจากร้าน พร้อมกับซื้อบริการของร้านด้วย ก็จะช่วยให้เราได้ชุดในราคาถูกลงค่ะ เช่น ซื้อพร้อม package ถ่ายภาพ pre-wedding หรือถ่ายรูปวันจริง (ในทำนองเดียวกัน การเลือกใช้ช่างถ่ายภาพนิ่งกับช่างภาพวิดีโอเป็นคนเดียวกันก็จะราคาถูกลงกว่าจ้างแยกกันค่ะ)</p><p>และที่สำคัญคือ มีเงินเท่าไหร่ บอกร้านไปเลยค่ะ พี่คะ หนูมีเงินเท่านี้ เช่าชุดไหนได้บ้าง หากชุดไหนเกินงบก็ต้องตัดใจเลยค่ะ และอีกอย่างบางร้านอาจจะแถมให้เช่าฟรีเครื่องประดับและรองเท้าด้วย อย่างนี้ก็จะช่วยเราประหยัดไปได้อีกทางค่ะ ยังไงก็ลองชั่งน้ำหนักแต่ละร้านดูค่ะ เรื่องการเดินทางใกล้ไกลก็มีผลนะคะ และจะให้ดีก็ควรเช่าชุดไทยและชุดเจ้าสาวจากร้านเดียวกัน เพราะยังไง ถ้าตกลงใจเช่าแล้วก็ต้องมีการเดินทางไป fitting ชุดและรับชุดอีกอย่างน้อย 1–2 รอบค่ะ เดินทางไกลๆ หลายครั้งก็เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัวค่ะ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*y3wXO28OlWY2Ivo6Yk_8JA.jpeg" /><figcaption><em>ลองจนกว่าจะถูกใจนะคะ ทางร้านส่วนใหญ่ยินดีให้เลือก ให้ลอง ตามต้องการอยู่แล้วค่ะ</em></figcaption></figure><p><strong>4. การ์ดแต่งงาน</strong> การ์ดมีหลากหลายแบบ หลายราคา ต้องลองสำรวจดูหลายๆ ร้านค่ะ ราคาอาจต่างกันหลายบาท ที่สำคัญคือควรเลือกร้านที่มีโรงพิมพ์เอง จะทำให้เราได้การ์ดราคาถูกลงค่ะ กระดาษที่มีความหนาไม่มาก (แกรมน้อย) ราคาก็จะถูกลง หรือการ์ดแผ่นเดี่ยวก็จะมีราคาถูกกว่าการ์ดพับ 2–3 ทบ การเลือกแบบสำเร็จรูปหรือแบบที่ร้านมีไว้อยู่แล้ว ก็จะเป็นการประหยัดกว่าเพราะไม่ต้องเสียค่าบล็อกค่ะ การสั่งพิมพ์ก็ควรจะสั่งถึงจำนวนขั้นต่ำที่กำหนด ก็จะทำให้เราได้ราคาการ์ดต่อใบถูกลง (ร้านทั่วไปอยู่ที่ 300 ใบค่ะ) บางร้านที่รับพิมพ์เฉพาะการ์ด แล้วให้เรามาพับเอง แบบนี้ก็จะทำให้ได้การ์ดราคาถูกลงเหมือนกันค่ะ หรือบางคน หากมีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์หน่อย ก็อาจจะใช้วิธีออกแบบการ์ดเองแล้วอัดออกมาเป็นรูปถ่ายก็ได้ค่ะ ก็จะตกอยู่ที่ราคา 3–5 บาท/ใบ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/789/1*0fn0vPWkZac78JK7v_obig.png" /><figcaption>สร้าง Facebook event เพื่อ invite และนับจำนวนแขกก่อน ดีมากเลยครับ (ใครๆ ก็ทำกัน เดี๋ยวนี้)</figcaption></figure><p>ในกรณีที่เป็นการจัดงานแบบกันเอง เพื่อนๆ จะใช้วิธีการเชิญผ่านทาง social network ต่างๆ เช่น facebook, Line หรือ e-mail ก็ได้ค่ะ แล้วเลือกพิมพ์การ์ดเฉพาะการเชิญญาติผู้ใหญ่ก็ได้นะคะ แต่หากใครคิดว่ายังไงก็ต้องแจกการ์ดทุกคน เจ้า social network เนี่ย ก็จะเป็นตัวช่วยให้เรากำหนดจำนวนการ์ดได้อย่างเหมาะสมค่ะ โดยเราอาจจะมีการตั้ง event ใน facebook แล้วเชิญเพื่อนๆ ก่อนล่วงหน้าระยะหนึ่ง เพื่อรอดูจำนวนคนตอบรับ ก็จะทำให้เรากะจำนวนคนที่จะมาร่วมงานได้คร่าวๆ ค่ะ ทำให้เราไม่ต้องพิมพ์การ์ดมามากเกินความจะเป็นค่ะ (มีเพื่อนคนหนึ่งแนะนำมาค่ะ ^^)</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*FhU_i9MBdLvScqNsHwSazQ.jpeg" /><figcaption>ภาพจากงานแต่งที่สงขลา</figcaption></figure><p><strong>5. ของชำร่วย</strong> สืบเนื่องจากข้อ 1. เลยค่ะ เราต้องกำหนดก่อนว่าเรามีงบสำหรับของชำร่วยกี่บาท เช่น ตั้งไว้ 6,000 บาท เราต้องการเชิญแขก 300 คน แบบนี้ก็จะต้องหาของชำร่วยที่ราคา 20 บาท/ชิ้น เป็นต้น วิธีการเดียวกันนี้ใช้กับเรื่องการ์ดด้วยนะคะ ยังไงก็ดี จำนวนการ์ดและของชำร่วย ควรจะทำไว้เกินจำนวนแขกเล็กน้อยค่ะ ของชำร่วยมีหลากหลายค่ะ การเอามาทำ packaging เองก็จะช่วยประหยัด เช่น การมาใส่ถุง ผูกโบว์หรือห้อย tag เอง โดยไม่ได้ต้องสั่งทำลงไปในตัวของชำร่วย หรือการใช้ของชำร่วยจากมูลนิธิต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีค่ะ เพราะนอกจากจะได้บุญแล้ว ยังเอาค่าใช้จ่ายไปใช้หักภาษีได้อีกด้วย</p><p>หวังว่า tips เหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ว่าที่เจ้าบ่าวและว่าที่เจ้าสาวบ้างนะคะ ^^ ต่อกันได้ที่ <a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-4-613e2a6c593d">MARRIED.I.Y (4) — ว่าด้วยเรื่องของแหวนเพชร</a> ได้เลยค่าาา</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/200/1*7sBbIirm6yRCZ6XlxmeykQ.jpeg" /></figure><p>ขอนอกเรื่องหน่อยจ้า เผอิญเจ้าสาวเปิดร้านขายตุ้มหูและสร้อยคอ คุณภาพดี นำเข้าเอง ราคามิตรภาพใครสนใจเชิญแวะเข้าไปเลือกชมได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">Pastella Shop</a> จ้า</p><p><a href="https://www.facebook.com/pastella.accessories">https://www.facebook.com/pastella.accessories</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*qN9wf74eCioQAzflQDBQ4A.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=1e488c890c17" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-3-1e488c890c17">MARRIED.I.Y (3) — จัดงานยังไง ไม่ให้งบบานปลาย</a> was originally published in <a href="https://medium.com/pinn-aun">Pinn &amp; Aun</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[MARRIED.I.Y (2) — เลือกโรงแรม]]></title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-2-e1863694f745?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/e1863694f745</guid>
            <dc:creator><![CDATA[Chaiyong Ragkhitwetsagul]]></dc:creator>
            <pubDate>Tue, 07 Oct 2014 20:46:18 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2015-12-05T00:51:03.408Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*TU7Wj_kDo5Sf7OlQ4ASxNA.png" /></figure><h3>MARRIED.I.Y (2) — เลือกโรงแรม</h3><h4>เอาหล่ะ ทุกคนผ่านขั้นตอนการตกลงพูดคุยกันมาเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ ถ้าได้วันแต่งงาน กำหนดสินสอดทองหมั้น แหวนกี่กะรัต แต่งที่ไหน เช้าสายบ่ายเย็น มาเรียบร้อยแล้ว ก็มาเร่ิมเตรียมการกันครับ</h4><h4>งานผมถือว่ามีเวลาเตรียมการค่อนข้างน้อยหากเทียบกับคู่อื่นๆ ที่ได้ถามมา คือมีประมาณสามเดือนกว่าเท่านั้น (ตอนแรกคิดว่า น้อยแล้วเรอะ … สุดท้ายก็เข้าใจว่า เออ มันก็น้อยจริงแฮะ) เพื่อนผมบางคู่เตรียมกันหนึ่งปีเต็ม เนื่องจากเวลามีน้อย เราจึงต้องคิดกันให้รอบคอบว่าจะทำอันไหนก่อน ช่วงไหนดี ให้ทุกอย่างเสร็จทันเรียบร้อยก่อนวันแต่ง</h4><h4>เฟส 2 — เตรียมการ</h4><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*HmwLRMsfcmm2eA66U9oIkA.jpeg" /></figure><p>ขั้นตอนใน <strong>เฟสสอง — เตรียมการ </strong>นี้มีหลายเรื่องที่ต้องทำ เรายุ่งกันมาก เรียกว่าทำกันทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ไม่ได้หยุด ตอนเย็นกลับมาก็ทำ ความรู้สึกจะเหมือนเราทำโปรเจคท์ซักอันนึงกับแฟนของเรา โปรเจคท์นี้ใหญ่มากสำคัญมาก ที่สำคัญ มันใช้เวลาในการเตรียมการนานมาก บางช่วงก็เครียด เหมือนเป็นงานอีกอันหนึ่งเลย</p><p>เอาละ … มีอะไรให้ต้องทำกันบ้าง มาดูกันครับ ไม่ได้เรียงตามลำดับความสำคัญนะครับ (เพราะไม่รู้อันไหนสำคัญกว่ากัน ฮา)</p><ol><li>จองโรงแรม</li><li>ลิสต์รายชื่อแขก</li><li>เลือกแหวน</li><li>ถ่ายพรีเวด</li><li>วิดีโอพรีเซ้นเตชั่น</li><li>จ้างช่างแต่งหน้า</li><li>จ้างช่างภาพ/วิดีโอ</li><li>เช่าชุด</li><li>เลือกของชำร่วย</li><li>เลือกทีมตกแต่งสถานที่</li><li>เลือกการ์ด</li></ol><p>จริงๆ ยังมีไอเท็มเล็กๆ น้อยๆ อีกมายมายหลายอย่างเลยครับ แต่ว่าเอาหลักๆ แค่นี้ก่อนละกัน ที่เหลือค่อยไปเก็บตกทีหลัง</p><p>อ่านพวกแมกกาซีนบ้างไหม? อ่านครับ เราซื้อแมกกาซีนแต่งงานมาอ่านอยู่ 2–3 เล่ม เช่น WE, Wedding จริงๆ อ่านแล้วทำให้ได้ idea โน่นนี่ แต่สุดท้ายก็รู้ว่าไม่มีเงินทำตาม 555+ เลยเอาวะ search จากในเนตเป็นเรื่องๆ ไปเนี่ยแหละ ตรงจุด และฟรีด้วย</p><p>แฟนผมทำ To Do List เพื่อลิสต์ออกมาว่ามีเรื่องอะไรที่จะต้องทำบ้าง และก็พบว่า เยอะมากกกกกกกกกกกกก ฮ่าๆ ใครสนใจอยากจะเอาเทมเพลตของเราไปใช้ก็ยินดีนะครับ ใช้ได้หลายอย่างอยู่ ดูได้จาก <a href="https://docs.google.com/spreadsheet/ccc?key=0Ap8DkVSO9gM2dGZid1J5aE5GNGRSQWN6cVgtVTNGVXc&amp;usp=sharing">Google Drive</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*6erGd_JlGDlZ7FZ_3i_O-w.png" /><figcaption>To Do List ที่เราทำกัน นึกอะไรออกก็ใส่เข้าไปในนี้ มีประโยชน์ตอนใกล้ๆ วันงานด้วย เอาไว้เช็คว่าทำไปครบแล้วหรือยัง</figcaption></figure><p>เอาละ เรามาเริ่มที่อย่างแรกกันเลยดีกว่า … (ป.ล. ภาพเยอะมาก)</p><h4>จองโรงแรม</h4><p>จองโรงแรมนี่เป็นมหากาพย์แห่งความซับซ้อนวุ่นวายกันเลยทีเดียว เพราะมีเรื่องให้พิจารณาเยอะมากๆ แต่ละแห่งก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไหน คิดไม่ตก นอนกลิ้งไปมา ก็ยังเลือกไม่ได้ แนะนำว่าการจองโรงแรมควรจะทำแต่เนิ่นๆ เพราะยิ่งถ้าเป็นโรงแรมที่เป็นที่นิยมก็จะเต็มเร็วมาก และการจองล่วงหน้านานๆ อาจจะทำให้เราทันไปงานพวก wedding fair ของโรงแรม อาจจะทำให้ได้ส่วนลดหรือของแถมมาด้วย (แต่ wedding fair น่ากลัวมากนะครับ จากประสบการณ์ โดยเฉพาะพวก wedding studio ดึงกันร่างแทบขาด -*-) …</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*HGdwH8mf7pQ1og3aAEadTA.jpeg" /><figcaption>ความสูงของเพดานก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาสวย @โรงแรมสุโกศล พญาไท</figcaption></figure><p>จากที่บอกว่าเมื่อเราได้วันมาแล้ว เราสองคนเริ่มการจองโรงแรมเป็นอย่างแรก เพราะคิดว่านี่เป็นส่ิงที่จะต้องนำไปใช้ต่อๆ ไปอีกมาก เราเริ่มหาข้อมูล (จริงๆ แฟนผมทำเป็นส่วนมาก) จากหลายๆ แห่ง ที่ใช้บ่อยและมีประโยชน์มากคือเว็บไซต์ <a href="http://www.weddingsquare.com/">weddingsquare.com</a> หากท่านจะแต่งงาน ต้องไปที่นี่เลยครับ มีครบทุกอย่างจริงๆ</p><p>นอกจากนั้นยังได้อ่าน<a href="http://www.khajochi.com/search/label/mcwedding">บล็อกของคุณ @kajochi</a> ซึ่งมีประโยชน์มากเช่นกัน เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเขียนบล็อกนี้ด้วยครับ เพราะได้เห็นแล้วว่าการแชร์ประสบการณ์ของตัวเองมีประโยชน์กับคนอื่น</p><p>สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ มีสามสี่อย่างที่ต้องตัดสินใจก่อนจะติดต่อโรงแรม คือ</p><ol><li><strong>ตำแหน่งที่ตั้ง</strong> ว่าโรงแรมอยู่นอกเมือง ในเมือง เดินทางสะดวกไหม มีรถไฟฟ้าถึงไหม อันนี้แล้วแต่ชอบครับ</li><li><strong>จำนวนแขก </strong>ว่าจะเชิญประมาณกี่คน</li><li><strong>ชนิดอาหาร (</strong>ว่ากินอะไรดี ค๊อกเทล/บุฟเฟ่ต์/โต๊ะจีน<strong>)</strong></li><li><strong>ราคา </strong>เพราะสิ่งที่ทุกโรงแรมจะถามเมื่อเราโทรไปก็คือ “จัดงานวันไหน” “แขกกี่ท่านคะ” และ “ค๊อกเทล บุฟเฟ่ต์ หรือโต๊ะจีนคะ” หลังๆ ไม่ต้องรอเขาถามแล้ว เราใส่ก่อนได้เลย “ผมจะขอถามห้องจัดงานเลี้ยงแต่งงาน วันที่ 24 สิงหา แขก 300 ท่าน โต๊ะจีนครับ ห้องว่างไหมครับ ราคาเท่าไหร่ครับ” รวดเดียวจบ ☺ บางแห่งมีข้อมูลบนเว็บอยู่แล้วก็ไม่ต้องถามเลย แค่ถามว่าห้องว่างวันนั้นหรือเปล่า จบ</li></ol><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*ZAwmXlj86Wz7V-jtb1hWCQ.jpeg" /><figcaption>ขนาดห้องพอดีกับการจัดงานหรือไม่ เช่นที่นี่ ไปรษณีย์กลาง ห้องสวยมาก แต่ใหญ่เกินไปสำหรับงานเรา (ที่นี่รับได้เป็นพันคน) แต่สวยมากนะครับ แนะนำเลยหากท่านมีแขกเยอะ</figcaption></figure><p>ตำแหน่งที่ตั้ง ราคา จำนวนแขก และชนิดอาหาร ก็จะช่วยลดจำนวนโรงแรมที่เราจะติดต่อไปได้มาก ตอนที่เราหาโรงแรมกันอยู่ เราตัดสินใจว่าจะจัดโต๊ะจีน แขก 300 คน ราคาที่รับได้คือโต๊ะละไม่เกิน 10,000 บาท เนื่องจากไม่ได้มีงบมากมายนัก ก็ตัดโรงแรมห้าดาว เช่น แมนดารินโอเรียนเต็ล แชงการีล่า เพนนินซูล่า ออกไปได้เลย เพราะโรงแรมพวกนี้โต๊ะละ 14,000 — 16,000 หรือมากกว่านั้น (เฮือก)</p><blockquote>พอได้มาจัดงานเอง ก็พบว่าเรื่องเงินก็มีส่วนสำคัญที่จะต้องเอามาคิด (ถ้าท่านไม่ได้รวยแบบจ่ายเท่าไหร่ก็ได้อ่ะนะ) คือ เราต้องคำนวณว่าเราจ่ายโต๊ะละ 10,000 บาท นั่งได้สิบคน ถ้าเขาใส่ซองคนละพันบาท เราก็เท่าทุนพอดี อย่างนี้ก็พอโอเค ไม่ได้จะมาหวังว่าจะต้องได้กำไรนะ แต่ว่าถ้าเลือกไปตามใจฉัน เอาหรูๆ กินอาหารดีๆ ห้าดาว สุดท้ายออกมาขาดทุน 2–3 แสน น่าจะเศร้ากว่าไหม แต่ก็คงไม่ถึงกับว่า ฉันเอาถูกที่สุดที่จะหาได้ สถานที่กะอาหารเป็นไงไม่สน จะได้ได้กำไรเยอะๆ อันนั้นก็คงเกินไปหน่อย (เราคุยกันว่าเลือกโต๊ะละไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าขาดทุนสัก 4–5 หมื่นก็ยังพอรับได้) จากงานนี้ทำให้เข้าใจและกะเงินที่จะใส่ซองงานคนอื่นได้ดีมากขึ้น เพราะกลายเป็นต้องมาดูว่า เขาจัดที่ไหน น่าจะเฉลี่ยหัวละเท่าไหร่</blockquote><p>เราเลยเบนเข็มมาเลือกโรงแรมระดับ 3–4 ดาวแทน อยากได้ในเมืองเพื่อให้เดินทางสะดวก ขึ้นรถไฟฟ้ามาได้ (ยังกะจะมีคนขึ้นมานะ) เราจึงทำตารางไว้เปรียบเทียบครับ (ได้ไอเดียมาจากคุณ @kajochi นะ ขอบคุณมากๆ) เรื่องที่ควรจะถามโรงแรมก็มีเยอะแยะมาก ถ้าท่านถามได้หมดจะเก่งมาก (ผมลืมบ่อยมาก ถามไม่ครบเนี่ย ประจำ) ตัวอย่างเช่น ลักษณะห้อง/เบอร์ติดต่อ, ราคาโต๊ะจีน, ที่ตั้ง, รวม VAT+ sevice charges มั้ย, รวมค่าเครื่องดื่มมั้ย, ห้องพักเจ้าบ่าวเจ้าสาว, ซุ้มดอกไม้มีป่าว, พวงมาลัยให้กี่พวง (ปกติก็สองนะ), เค้ก, น้ำแข็งแกะสลัก, สมุดอวยพรให้กี่เล่ม, ชื่อบนเวทีฟรีมั้ย, แชมเปญ, กล่องใส่ซองกี่กล่อง, Projector/ LCD ไฟ follow / bubble แถมมั้ย, Gallery Decoration, และ นักดนตรี</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*whqTvUXN-4dZOu1UKNbOnQ.jpeg" /><figcaption>บางโรงแรมมีการแบ่งห้องใหญ่ออกเป็นห้องย่อยๆ ได้ ลองเข้าไปดูบรรยากาศจริง @โรงแรมอีสติน มักกะสัน (เซลชื่อคุณเอ เก่งมาก และทำงานเป็นมืออาชีพมากครับ)</figcaption></figure><p>ถามไปเรื่อยๆ หลายๆ ที่ครับ จะได้มีไว้เปรียบเทียบเยอะๆ ผมว่าเราโทรจนแทบจะครบทุกโรงแรมในกรุงเทพแล้วมั้ง ฮ่าๆ ส่วนใหญ่ถ้าห้องไม่ว่างก็จะข้ามไป ได้ข้อมูลแล้วก็มาเติมๆๆ เข้าไป เราก็มีข้อมูลไว้ตัดสินใจ ตารางที่เราทำไว้หน้าตาประมาณแบบนี้</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*UndgkUlrtiTt6NHgfoN9FQ.png" /></figure><p>ลิสต์รายชื่อโรงแรมของที่พวกเราทำไว้ ยินดีให้เอาไปใช้ได้เลย มีข้อมูลอยู่เยอะนา น่าจะพอช่วยประหยัดเวลาไปได้ โหลดได้จาก<a href="https://docs.google.com/spreadsheet/ccc?key=0Ap8DkVSO9gM2dGZid1J5aE5GNGRSQWN6cVgtVTNGVXc&amp;usp=drive_web#gid=4">ที่เดิม</a>ครับ (แต่ราคาอาจจะปรับขึ้นได้)</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*iVXb36prjv5hTRX1XijyeA.jpeg" /><figcaption>ทางเข้าโรงแรมเป็นอย่างไร มีที่จอดรถเพียงพอไหม ก็สำคัญเช่นกันครับ @Mandarin Hotel, Sam Yan</figcaption></figure><h4>การเลือกห้องจัดเลี้ยง</h4><p>เราแนะนำว่าควรไปดูโรงแรมด้วยตัวเองนะครับ ขอดูห้องที่เราจะจัดงาน ว่าชอบไหม บางทีรูปถ่ายในเว็บสวยมาก (เขารีทัชอยู่แล้วอ่ะนะ) ไปดูจริงเล็กนิดเดียว หรือเพดานต่ำ คู่เราเป็นโรคจิตชอบห้องเพดานสูงๆ และมีโคมไฟแชนเดอเลียร์ เพราะดูภาพจากงานคนอื่นแล้วสวยยยยยยยยครับ ฮ่าๆ เวลาโทรไปก็ถามตลอดว่าเพดานสูงกี่เมตร (โรคจิตเนอะ แต่พนักงานเขาคงรู้อยู่นะ สงสัยโดนถามบ่อย) ระดับ 3.5 ขึ้นไปก็โอเคครับ ไม่อึดอัด</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*S202rapXW71cjGweMJnA8A.jpeg" /><figcaption>ควรเข้าไปดูห้องและคุยกับเซลด้วยตัวเอง เพื่อดูบรรยากาศห้องโดยรวม ว่าชอบหรือเปล่า เซลเก่งไหม น่าจะช่วยเราได้ไหมในวันงานจริง</figcaption></figure><p>ถ้ามีเวลา ไปงาน wedding fair ของแต่ละโรงแรมด้วย ก็จะช่วยได้มาก เพราะงานพวกนี้โรงแรมจะจัดเต็ม เปิดห้องพร้อมตกแต่งเสร็จสรรพให้เห็นภาพว่าในงานจริงจะหน้าตาเป็นยังไง มีส่วนลดให้เยอะพอสมควร (มีโรงแรมหนึ่งให้ส่วนลดค่าอาหาร 10% แหน่ะ) พร้อมมี partner เจ้าต่างๆ เช่น ช่างภาพ ร้านการ์ด นักดนตรี มาให้ส่วนลดด้วย แต่ว่าก็จะเสียเวลาค่อนข้างมาก เพราะแต่ละโรงแรมมีช่วงจัด wedding fair ไม่ตรงกันครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*037A4LFSZRZzkmNfqIZVXw.jpeg" /><figcaption>ไปที่มีการจัดงานจริงๆ ก็ได้เช่นกันครับ จะเห็นการจัดโต๊ะและสิ่งตกแต่งต่างๆ ครบถ้วน @Mandarin Hotel</figcaption></figure><p>หรืออีกหนึ่งวิธีก็คือ ไปดูวันที่เขามีจัดงานจริงๆ ครับ สามารถแจ้งล่วงหน้าเพื่อขอเซลเข้าไปดูงานได้ ส่วนใหญ่จะให้เข้าดูก่อนเริ่มงาน อันนี้ก็ดีมากๆ เพราะเห็นบรรยากาศของงานจริงเลย สามารถเลือกเป็นวันเดียวกับที่เข้าไปชิมอาหารก็ได้ครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*l1F4FxKoz-Qxn_XffzTfWg.jpeg" /><figcaption>ถ่ายภาพมาไว้ดูทีหลัง ประกอบการตัดสินใจก็ดีเหมือนกันครับ</figcaption></figure><p>เมื่อตัดสินใจเลือกได้แล้ว ทางโรงแรมก็จะให้เราเซ็นสัญญาพร้อมจ่ายค่ามัดจำ (กันเบี้ยว) ก็แล้วแต่ว่าแต่ละโรงแรมคิดค่ามัดจำอย่างไร 30%, 50% แบ่งจ่ายได้มั้ย แล้ววันงานเคลียร์เงินตอนไหน หลังเลิกงานเลย หรือ ตอนเช้าของอีกวันนึง คุยกันไว้ก่อนเลยวันงานจริงจะได้ไม่สับสนนะครับ เพราะเงินเยอะอยู่ แนะนำว่าให้จ่ายด้วยบัตรเครดิตหากเป็นไปได้ เพราะท่านจะได้แต้มสะสมเยอะมากกกกก ฮ่าๆ และควรทำใบเซ็นชื่อไว้ให้ช่างกล้อง ช่างแต่งหน้า ช่างวิดีโอ และอื่นๆ เซ็นตอนรับเงินด้วยครับ เพื่อไว้เป็นหลักฐาน</p><h4>Function Area</h4><p>อันนี้เป็นศัพท์ใหม่ที่ผมเพิ่งรู้เหมือนกัน ช่วงแรกๆ คุยกับเซลแล้วไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*mtgglVHdMZlq8ibefWjZ-Q.jpeg" /><figcaption>ถ้าไปดูวันงานจริง (ของงานแต่งคนอื่น) ก็จะเห็นว่าโรงแรมจัดวางตำแหน่งอย่างไร</figcaption></figure><blockquote>Function area = พื้นที่สำหรับตกแต่ง จัดวาง backdrop ถ่ายภาพ โต๊ะลงทะเบียน และอื่นๆ เพื่อต้อนรับแขกก่อนเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง</blockquote><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*MqAjRKT4UNDZTu5-zgPxgw.jpeg" /><figcaption>บางโรงแรมมี function area กว้างขวาง ก็จะสามารถจัดตกแต่งได้เยอะ (แต่ระวังจะกว้างเกินไป ก็จัดไม่สวยเหมือนกันนะครับ)</figcaption></figure><p>ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกโรงแรมที่มี Function area เยอะๆ เพราะเราจะสามารถจัดวางของตกแต่งได้มาก และดูไม่อึดอัดเกินไป ส่วนใหญ่โรงแรมจะมีกำหนดตำแหน่งของ backdrop และโต๊ะลงทะเบียนไว้คร่าวๆ อยู่แล้ว รวมถึงตำแหน่งของลิฟท์ว่าแขกจะเดินออกมาตรงไหน ลองไปเดินตามโฟลวว่าถ้าเราเป็นแขกจะเป็นยังไงดูก็ได้ครับ</p><h4>การชิมอาหาร</h4><p>อาหารก็เป็นส่วนสำคัญ (มาก) อย่างหนึ่งของงานแต่ง หากท่านไม่แน่ใจว่าอาหารอร่อยไหม ควรจะขอไปชิมก่อนนะครับ บางโรงแรมยอมให้ชิมก่อนจอง (ที่เราเคยไปคุยมาก็เช่น ตึกช้าง อีสติน มักกะสัน) แต่บางที่ต้องจองแล้วถึงให้ชิม (ก็ไม่รู้ให้ชิมทำไมเหมือนกัน เพราะเปลี่ยนไม่ได้แล้ว -*-) <strong>แนะนำว่าควรพาเพื่อนๆ ญาติๆ ไปให้หมดครับ</strong> เพราะเขาให้ทั้งโต๊ะเลย 10 คน (กรณีโต๊ะจีน)</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*2V3WWIduWZFaTMA0rkxfrg.jpeg" /><figcaption>ทั้งโต๊ะ มากินอยู่สองคน วังเวงงงงมาก 555</figcaption></figure><p>งานผมไม่รู้ว่าเขาให้ทั้งโต๊ะ ไปกันสองคน โทรตามเพื่อนมาก็กะทันหันเกินไป ไม่ทันแล้ว สุดท้ายได้มาเพิ่มอีกคนนึง กินกันไม่หมด เสียดายจัง …</p><p>ในที่สุดเราก็ตัดสินใจว่าเลือก<a href="http://www.mandarin-bkk.com/">โรงแรมแมนดาริน (Mandarin Hotel)</a> กัน เพราะว่าสมเหตุสมผลทั้งราคาอาหาร ตำแหน่งที่ตั้ง (สามย่าน ใกล้ MRT และบอกตำแหน่งง่าย) ขนาด/ความสวยงามของห้องและโรงแรม (เพิ่งรีโนเวตมาได้ไม่กี่เดือน) และของแถมที่เยอะมาก (ได้จากโปรโมชั่น wedding fair) ครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*QPxTqD3A73j7V0tDerL6_A.jpeg" /><figcaption>โรงแรมแถม bubble, dry ice, par light ครบหมดเลยครับ เวลาตัดเค้กเลยเอฟเฟคท์เพียบบบบ ☺</figcaption></figure><p>เอาหล่ะครับ เลือกโรงแรมกันได้แล้วก็เหมือนยกภูเขา (ลูกแรก) ออกจากอก ต่อไปก็เป็นเรื่องจุกจิกต่างๆ อ่านต่อตอนต่อไปได้เรยจ้าาาา ^^ → <a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-3-1e488c890c17">MARRIED.I.Y (3) — จัดงานยังไงไม่ให้งบบานปลาย</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/200/1*7sBbIirm6yRCZ6XlxmeykQ.jpeg" /></figure><p>ขอนอกเรื่องหน่อยจ้า เผอิญเจ้าสาวเปิดร้านขายตุ้มหูและสร้อยคอ คุณภาพดี นำเข้าเอง ราคามิตรภาพใครสนใจเชิญแวะเข้าไปเลือกชมได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">Pastella Shop</a> จ้า</p><p><a href="https://www.facebook.com/pastella.accessories">https://www.facebook.com/pastella.accessories</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*qN9wf74eCioQAzflQDBQ4A.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=e1863694f745" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-2-e1863694f745">MARRIED.I.Y (2) — เลือกโรงแรม</a> was originally published in <a href="https://medium.com/pinn-aun">Pinn &amp; Aun</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
        <item>
            <title><![CDATA[MARRIED.I.Y (1) — เร่ิมต้นวางแผนแต่งงาน]]></title>
            <link>https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-1-4882b3923b7b?source=rss----c0d75a7b33dd---4</link>
            <guid isPermaLink="false">https://medium.com/p/4882b3923b7b</guid>
            <dc:creator><![CDATA[Chaiyong Ragkhitwetsagul]]></dc:creator>
            <pubDate>Thu, 02 Oct 2014 14:30:15 GMT</pubDate>
            <atom:updated>2015-01-14T14:55:37.584Z</atom:updated>
            <content:encoded><![CDATA[<figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1024/1*jAavrD9SLEozAPuVBBOKxw.jpeg" /></figure><h3>MARRIED.I.Y (1) — เริ่มต้นวางแผนแต่งงาน</h3><p>งานแต่งงานของปิ่นกับอั้นเป็นงานขนาดกลางๆ (แขก 300 คน) แต่มีรายละเอียดหลายๆ อย่างที่เราเตรียมงานกันเองแล้วแขกประทับใจกัน ทำให้หลังงานแต่งงาน มีหลายคนถาม ทั้งสนใจอยากแต่งเอง หรือฝากถามให้คนอื่น ว่าปิ่นกับอั้นจัดงานยังไงอ่ะ หมดไปเท่าไหร่ (อันนี้ถามกันเยอะ เราก็ถามคนอื่นเหมือนกัน อิอิ) เตรียมงานนานแค่ไหน มีเรื่องอะไรต้องทำบ้าง ฯลฯ เลยคิดไว้แล้วว่าสักวันหนึ่งว่างๆ จะนั่งลงเขียนพร้อมกันกับเจ้าสาว แชร์ประสบการณ์เตรียมงานของเราให้ได้อ่านกัน</p><p>ขอออกตัวก่อนว่านี่ไม่ได้เป็นสุดยอดไกด์ไลน์สำเร็จรูปที่จะต้องทำตาม เรามีเวลาเตรียมงาน 3 เดือนกว่าๆ ซึ่งถือว่าน้อย จึงเป็นเพียงแค่ประสบการณ์ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวคู่หนึ่งที่เคยจัดงานกันมาและคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่น เพราะช่วงเตรียมงานก็ค้นข้อมูลเรื่องพวกนี้อ่านพอสมควรเหมือนกัน ก็หวังเรื่องของเราจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังเตรียมแต่งงานเน้อ ☺ใครมีประสบการณ์แล้วก็ช่วยกันคอมเม้นต์ได้เลยนะครับ จะได้เป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ อีก ( _/|\_ ขอบคุณล่วงหน้า)</p><p>เนื่องจากขั้นตอนค่อนข้างเยอะ (หรือเราทำให้มันเยอะหว่า?) ถ้าเขียนรวดเดียวหมดคนเขียนก็คงเขียนไม่ไหว คนอ่านก็ขี้เกียจอ่าน เลยจะขอแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ น่าจะดีกว่าเนาะ อยากอ่านเรื่องไหนกดไปอ่านได้ตามหัวข้อด้านล่างเลยจร้า</p><p><strong>เฟส 1 — เร่ิมต้น (ที่กำลังอ่านอยู่)</strong></p><p><strong>เฟส 2 — เตรียมการ</strong></p><ul><li><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-2-e1863694f745">เลือกโรงแรม</a></li><li><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-3-1e488c890c17">จัดงานยังไงไม่ให้งบบานปลาย</a></li><li><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-4-613e2a6c593d">ว่าด้วยเรื่องแหวนเพชร</a></li><li><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-5-3b941f2edb16">หลากหลายเรื่องราวกับการ์ดแต่งงาน</a></li><li><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-6-1b7f93f273c2">ถ่ายภาพพรีเวด</a></li></ul><p><em>เฟส 3 — ใกล้วันงาน (แจกการ์ด กำหนดจำนวนโต๊ะ) — coming soon</em></p><p><em>เฟส 4 — วันงาน (แต่งหน้า แต่งตัว รับแขก พิธีการ ส่งแขก) — coming soon</em></p><h4>เฟส 1 — เริ่มต้น</h4><p>เริ่มจากอะไรดี? จะแต่งงานกันก็ต้องเริ่มจากคนสองคนคุยกันว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันใช่ไหมครับ ในกรณีผมคบกับแฟนมา 6 ปี เข้าสู่ปีที่ 7 (ที่เขาว่าอาถรรพ์กันนั่นแหละ) อายุก็ใกล้ 30 แล้ว ในที่สุดผมเลยตัดสินใจว่าขอแฟนเธอแต่งงานเสียทีดีกว่า ตอนแรกเราก็อยากทำเหมือนในหนัง ไปเดินหาแหวนแต่งงาน อยากเอาไปขอแบบโรแมนติกคุกเข่าใต้แสงเทียน เอาวะ… เดินหาในมาบุญครอง อุบ๊ะ ทำไมแหวนมันแพงอย่างนี้ หนึ่งกะรัต แสนกว่าถึงสองแสนบาท ตอนนั้นไม่รู้ราคา คิดว่ามันน่าจะซัก 1–2 หมื่นบาท เหอๆ หาวิธีอื่นดีกว่า</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1000/1*MiIBjgodieccMoijrrN0RA.jpeg" /><figcaption>ภาพบางส่วนจากพรีเวดจ้า อิอิ ^^</figcaption></figure><p>คิดไปคิดมา สรุปว่า ผมเขียนแอปไอโฟนเพื่อขอเธอแต่งงาน (จบด้านคอมมา) เอ้อ เป็นไงหล่ะ ใช้สิ่งที่เราถนัดให้เป็นประโยชน์ ประหยัดเงิน แถมไม่เหมือนใครดีด้วย (จริงๆ งกครับ แต่คุ้มนา ลองคิดดูว่าถ้าซื้อแหวนแล้วแฟนไม่ตกลงแต่งด้วย ผมจะเอาไปทำอะไรครัช) ผมขอเธอแต่งงานวันที่ 17 สิงหาคม 2556 ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่เขาแผงม้า …</p><p>อ่านกันมาถึงนี่ก็คงรู้แล้วใช่ไหมครับ <strong>เธอตอบโอเค</strong> (เย้! — ถ้าไม่โอเคก็คงไม่มีโพสต์นี้อ่ะจิ ฮ่าๆ) เราจึงเข้าสู่โหมดการเตรียมแต่งงาน … ☺</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1000/1*ttd-NCCDjrP9JtMAtfuWMQ.jpeg" /><figcaption>รองเท้านี่ซื้อมาใหม่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ</figcaption></figure><p>เราสองคนตกลงกันแล้ว ต่อมาก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่หล่ะครับ ทั้งผมและแฟนก็ไปปรึกษาพ่อกับแม่และนัดวันไปสู่ขอกัน ส่วนใหญ่ก็น่าจะไปสู่ขอที่บ้านฝ่ายหญิงนะครับ ของผมพาพ่อกับแม่บินไปที่สงขลา (ท่านเพิ่งขึ้นเครื่องบินกันเป็นครั้งแรกด้วยนะ)</p><p>การสู่ขอก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่คุยกัน ผมกับแฟนไปนั่งฟังซะเป็นส่วนใหญ่ (มันจะเขินๆ นิดนึงนะ ตอนเขาคุยกัน) เรื่องที่ผมคิดว่าสำคัญก็คือ</p><ol><li><strong>ตกลงกันว่าสินสอดเท่าไหร่ดี? </strong>เงินกี่บาท ทองมีมั้ย? กี่บาท? แหวนกี่กะรัต? หากคุยกันได้ด้วยดีก็ยินดีด้วย บางครั้งฝ่ายพ่อแม่เจ้าสาวเรียกเองว่าเท่าไหร่ บางครั้งก็บอกให้ฝ่ายเจ้าบ่าวเสนอมาตามที่คิดว่าสมควร อันนี้ไม่มีหลักการตายตัว แล้วแต่แต่ละครอบครัว โชคดีที่ของคู่เราผ่านไปด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไร แนะนำว่าควรให้เจ้าสาวไปแอบๆ ถามพ่อแม่มาว่าเท่าไหร่ดีจึงจะเหมาะสม ฝ่ายชายเราจะได้พอกะประมาณถูกนะครับ ไม่งั้นไปถึงผู้ใหญ่คุยกัน แล้วตกลงกันไม่ได้จะเสียความรู้สึกกัน</li><li><strong>จัดงานที่ไหนดี? </strong>บ้านเจ้าสาว? (หากอยู่ต่างจังหวัด) หรือที่ กทม.? บ้านเจ้าบ่าวด้วยมั้ย? ส่วนใหญ่จะเลือกจัดที่บ้านเจ้าสาวเป็นหลักอยู่แล้ว งานผมจัดสองที่ทั้งที่สงขลา (บ้านเจ้าสาว) และ กทม. เนื่องจากแขกบ้านผมที่นครสวรรค์เดินทางไปสงขลาลำบาก <em>เตือนไว้ก่อนว่าจากประสบการณ์จัดสองที่ก็เหนื่อยขึ้นเกือบสองเท่านะครับ ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นอีกมากมายบานเบอะเช่นกัน</em></li><li><strong>แต่งวันไหนดี?</strong> อันนี้สำคัญมากกกกกกก เพราะ<strong>การกำหนดวันแต่งงานเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนอื่นๆ แทบทั้งหมด </strong>หากยังกำหนดวันไม่ได้ ก็จะทำอย่างอื่นไม่ได้เช่นกัน (เดี๋ยวจะอธิบายต่อไป) เราโชคดีมากที่ทั้งสองครอบครัวไม่ซีเรียสเรื่องฤกษ์แต่งงาน เน้นสะดวกและเป็นวันดีก็พอ ไม่ต้องเอาวันเกิดไปดูฤกษ์ ไม่ต้องไปหาพระหรือหมอดูอะไรทั้งสิ้น แม่ผมบอกว่าขอวันอาทิตย์เพราะปีนี้วันอาทิตย์เป็นวันดี เราตกลงกันมาก่อนแล้วว่าจะแต่งงานเดือนสิงหาคม นั่งๆ ดูปฏิทินกันแล้วก็ตกลงเลยว่าถ้าอย่างนั้นงานที่สงขลาเอาวันที่ 17 สิงหา แหม่ เพิ่งมารู้ทีหลัง (ก่อนแต่งไม่กี่วัน ช่วงทำพรีเซ้นเตชั่น) ว่า เอ้ย นี่มันวันเดียวกับที่ขอแต่งงานปีที่แล้วเลยหนิ (ฮิ้ววว ขนลุก) งานที่ กทม. จัดต่อจากนั้นอาทิตย์นึงก็เป็นวันที่ 24 สิงหาคม ตกลงกันได้แล้วแม่แฟนโทรไปจองโรงแรมบีพีสมิหลาบีชทันที ได้ห้องเรียบร้อย สุดยอดจริงๆ ครับแม่ ^^ อ้อ อย่าลืมคุยกันด้วยว่าจะเป็นงานกลางวันหรือกลางคืนนะ เพราะจำเป็นสำหรับการจองโรงแรม เราเลือกงานกลางวันที่สงขลา แต่งานที่ กทม. เป็นงานกลางคืน</li></ol><p>ที่บอกว่าการกำหนดวันแต่งเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนอื่นๆ <strong>เพราะวันที่แต่งงานนั้นจะต้องนำไปใช้อ้างอิงในขั้นตอนอื่นๆ เกือบทั้งหมดครับ</strong> เช่น จองโรงแรม พิมพ์การ์ด แท็กติดของชำร่วย นัดช่างแต่งหน้า นัดช่างกล้อง ฯลฯ</p><p>ผมว่าหลายๆ คนที่กำลังเตรียมงานน่าจะอยู่ในภาวะที่สับสนไปหมด ไม่รู้ว่าจะทำอะไรก่อนหลังดี เพราะมีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมด บางอย่างก็ยังทำไม่ได้เพราะอีกอย่างนึงยังไม่ได้คอนเฟิร์ม จะทำอันนี้ก็ติดอันนั้น ผมเลยคิดว่า รวบรวมสิ่งที่ต้องทำแล้วมาแสดงเป็นไดอะแกรมให้เห็นว่าอะไรที่ทำได้เลย และอะไรที่ต้องรอให้อย่างอื่นเสร็จก่อนจึงจะทำได้</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1000/1*sU79WHz3tL9wxcseJjY28w.png" /><figcaption>อะไรมาก่อนหลัง ดูได้จากนี่เลยจ้า</figcaption></figure><p>เห็นไหมครับว่าวันแต่งงานมีความสำคัญมาก เพราะจำเป็นจะต้องใช้ในขั้นตอนถัดไป คือ อ่า … <strong>การจองโรงแรม</strong> (ที่ปวดหัวม๊ากมากสำหรับเราสองคน) และเมื่อได้โรงแรมแล้วก็นำไปสู่ขั้นตอนการพิมพ์การ์ดครับ <strong>อาจจะยังไม่จำเป็นสำหรับการจ้างช่างแต่งหน้า ช่างภาพ/วิดีโอ เช่าชุด และของชำร่วย</strong> หากเราคิดว่าจะยังไม่ใส่สถานที่เข้าไปในแท็กติดของชำร่วย ก็สามารถข้ามขั้นตอนการจองโรงแรมไปก่อนได้ ช่างกล้องกับช่างแต่งหน้าก็สามารถแจ้งโรงแรมทีหลังได้เช่นกันครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/1000/1*BO-mj7mUbwwj2zGKozkILg.jpeg" /></figure><p>ที่เราสองคนคิดกันว่าเริ่มทำได้เลยโดยไม่ต้องรออะไรก็คือ วิดีโอพรีเซ้นเตชั่น (หากท่านคิดจะทำเองนะ) การลิสต์รายชื่อแขก ถ่ายพรีเวด และการเลือกแหวน ของผมก็เริ่มทำเรื่องพวกนี้ไปพร้อมๆ กันกับขั้นตอนอื่นเลยครับ (เผอิญเราทำเองหมด เฮือก!)</p><p>ถ้าท่านผ่านขั้นตอนนี้แล้วก็ยินดีด้วยครับ! ต่อไปมาดูกันว่าจะเตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง ผมกับแฟนพบว่ามันช่างมีเรื่องให้ทำ<strong>เยอะแยะเหลือเกิน</strong> บางคู่เตรียมงานกันเป็นปีๆ เลยทีเดียว อ่านต่อใน<a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-2-e1863694f745"> MARRIED.I.Y (2) — เลือกโรงแรม</a> ได้เลยครับ ☺</p><p>ป.ล. ขอบคุณภาพสวยๆ จาก<a href="https://www.facebook.com/StoryOfJoyorn?fref=ts">คุณจอย</a> และพี่แก๊ป นะครับ</p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/200/1*7sBbIirm6yRCZ6XlxmeykQ.jpeg" /></figure><p>ขอนอกเรื่องหน่อยจ้า เผอิญเจ้าสาวเปิดร้านขายตุ้มหูและสร้อยคอ คุณภาพดี นำเข้าเอง ราคามิตรภาพใครสนใจเชิญแวะเข้าไปเลือกชมได้ที่ <a href="https://medium.com/@chaiyong/married-i-y-8-7a98d67f9903">Pastella Shop</a> จ้า</p><p><a href="https://www.facebook.com/pastella.accessories">https://www.facebook.com/pastella.accessories</a></p><figure><img alt="" src="https://cdn-images-1.medium.com/max/960/1*qN9wf74eCioQAzflQDBQ4A.jpeg" /></figure><img src="https://medium.com/_/stat?event=post.clientViewed&referrerSource=full_rss&postId=4882b3923b7b" width="1" height="1" alt=""><hr><p><a href="https://medium.com/pinn-aun/married-i-y-1-4882b3923b7b">MARRIED.I.Y (1) — เร่ิมต้นวางแผนแต่งงาน</a> was originally published in <a href="https://medium.com/pinn-aun">Pinn &amp; Aun</a> on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.</p>]]></content:encoded>
        </item>
    </channel>
</rss>